ทาครีมกันแดดอย่างไรให้ผิวสวย

     ในแสงแดดอันร้อนระอุที่ส่งตรงมาจากดวงอาทิตย์ มันมีอะไรบเองางอย่างที่เรามองไม่เห็นและน่ากลัวมากซ่อนอยู่ นั่นก็คือรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV  รังสี UV ที่ว่านี้ จริงๆ แล้วมีทั้งหมด 3 ชนิดเลย แต่มีเพียง 2 ชนิดที่สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศโลกเข้ามาได้ นั่นก็คือ UVA และ UVB ซึ่งเจ้ารังสีทั้งสองชนิดนี้ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวสวยๆ ของเราคล้ำเสีย เกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ รวมถึงมีริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย ที่น่ากลัวขั้นสุดก็คือรังสี UV ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง ถ้าจะน่ากลัวขนาดนี้เราต้องรู้จักปกป้องผิวของเราจากรังสี UV กันหน่อยแล้ว

ไอเทมชิ้นเด็ดในการป้องกันรังสี UV : เช็คกันให้ไวว่าใช้ครบกันรึเปล่า

1. แว่นกันแดด แว่นที่ใช้ควรมีประสิทธิภาพในการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB เนื่องจากรังสีเหล่านี้ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ดวงตาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น การปวดอักเสบที่ดวงตา ตาแดง และที่หนักสุดถ้าโดนรังสีเป็นเวลานานก็คือต้อกระจก

2. เสื้อป้องกันแสงแดด
สมัยนี้มีเสื้อหลายๆ ยี่ห้อ เริ่มผลิตเสื้อชนิด UV Cut ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ใครที่เจอแดดบ่อยๆ แนะนำเลย

3.
ร่มกัน UV ประสิทธิภาพการป้องกันขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผลิตกับความหนาของผืนร่ม และสีร่มถ้าใช้สีมืดขึ้นจะช่วยได้มากขึ้น

5. ครีมกันแดด
อันนี้คือหัวใจสำคัญในการปกป้องผิวที่ขาดไม่ได้เลยนะคะ! เรามาลงรายละเอียดที่ควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดดกันดีกว่าค่ะ ว่าจะมีอะไรบ้าง
ครีมกันแดดที่ดีจะต้องมีส่วนผสมของสารป้องกันทั้ง UVA และ UVB โดยหน้าขวดจะมีการระบุค่าประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA (Protection grade of UVA) ซึ่งแสดงด้วยเครื่องหมาย + (ต่ำสุด) ไปจนถึง ++++ (สูงสุด)  เลือกแบบที่ + เยอะไว้ก่อน ดีกว่าแน่นอน

ส่วนค่าประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVB เรียกว่า SPF (Sun Protection Factor) ซึ่งมีค่าตั้งแต่ SPF 2 – 50+ โดยหลายๆ คนมักเลือกครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ เพราะเข้าใจว่ายิ่งมี SPF มาก ประสิทธิภาพในการป้องกันยิ่งดี ขอบอกไว้ ณ ที่นี่เลยว่าไม่ใช่ SPF สูง ไม่ได้แปลว่าป้องกันรังสีได้ดีกว่า เพราะจริงๆ แล้ว SPF เป็นตัวบอกระยะเวลาการป้องกันผิวหนังจากรังสี UV สรุปแล้วก็คือ SPF มากเท่าไร ก็ปกป้องผิวได้นานขึ้นนั่นเอง

  1. หลังจากความสะอาดหน้าแล้ว แต้มครีมกันแดดบริเวณ 5 จุด คือ หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้าง คาง และลำคอในปริมาณพอเหมาะ เพราะทามากไปเดี๋ยวหน้าจะเยิ้มเอา
  2. ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเกลี่ยเนื้อครีม โดยลงน้ำหนักนิ้วให้เบาที่สุด เพราะผิวหน้าเราบอบบางมาก เริ่มจากบริเวณโหนกแก้ม ตามด้วยแนวสันจมูก คาง และหน้าผาก
  3. การทาครีมที่คอนั้นให้ใช้ปริมาณเนื้อครีมเท่ากับที่ใบหน้า เริ่มจากฐานลําคอแล้วใช้ปลายนิ้วทั้งหมดค่อย ๆ ลูบไล้ขึ้น
  4. อย่านำครีมกันแดดชนิดทาตัวมาทาหน้า เพราะจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้น้า

    เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าทุกคนจะได้รับความรู้ไปแบบแน่น ถึงแม้เราจะไม่สามารถป้องกันเราจากรังสี UV ได้ แต่การโบกครีมกันแดด ใส่แว่นดำ กางร่ม ก็ช่วยลดระดับความรุนแรงของแสงแดดจนไม่สามารถทำร้ายผิวของเราได้แล้ว