ปลาข้างตะเภา ปลาข้างตะเภาลายโค้ง ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์

ปลาข้างตะเภา
ปลาข้างตะเภ
า (อังกฤษ: Trumpeter, Grunter) สกุลของปลากระดูกแข็ง 3 ชนิด ที่อยู่ในตระกูล Terapontidae ใช้ชื่อสกุลว่า Tetrapon

เป็นปลาขนาดเล็ก ที่หากินบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นน้ำกร่อยและบริเวณป่าชายเลน ลำตัวค่อนข้างสั้น ปากเล็ก ลำตัวสีขาว และมีแถบสีดำพิงตามลำตัวตั้งแต่ 3-6 แถบตามแนวระดับ ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างไปกันตามแต่ละชนิด มีความสามารถพิเศษ คือ สามารถทำเสียงได้ จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ครืดคราด” หรือ “ออดแอด” จัดเป็นปลาที่นิยมบริโภคกันในท้องถิ่นเนื่องจากเป็นปลาขนาดเล็ก และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงาม

เจอกระจายจำพวกในเขตอบอุ่น ตั้งแต่สมุทรแดงจนกระทั่งอินโด-แปซิฟิค มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่

1.Terapon jarbua
2.Terapon puta
3.Terapon theraps

ปลาข้างตะเภาลายโค้ง (อังกฤษ: Target fish, Crescent bass, Tiger bass, Jarbua terapon; จีน: 花身鯻) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็มชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terapon jarbua ในตระกูล Terapontidae เป็นปลาที่หากินบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นน้ำกร่อย และบริเวณป่าชายเลน สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ ลำตัวค่อนข้างสั้นปากเล็ก ลำตัวสีขาวเงิน และมีแถบสีดำพาดตามลำตัว 3 แถบ ซึ่งแถบนั้นจะโค้งต่ำลงตอนกลาง เป็นปลาที่มีความว่องไวปราดเปรียวและนิยมอยู่เป็นฝูง

พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ทะเลแดง, ชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก, ซามัว, ทางตอนใต้ของจีนไปจนถึงประเทศออสเตรเลีย ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 36 ซม. มีความสามารถพิเศษเป็น สามารถเปล่งเสียงได้ จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ปลาออดแอด” หรือ “ปลาครีดคราด” หรือ “ปลามโหรี” หรือ “ปลาข้างลาย”

เป็นปลาที่ใช้บริโภคกันเฉพาะท้องถิ่น เนื่องจากว่าเป็นปลาขนาดเล็ก รวมทั้งนิยมเลี้ยงเป็นปลางาม ที่มีชื่อเรียกในแวดวงปลาสวยสดงดงามว่า “ปลามงกุฎ”
ปลาค้างคาวภูเขาอินทนนท์ (อังกฤษ: Siamese freshwater batfish, Siamese bat catfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Oreoglanis siamensis) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดขนาดเล็กในชั้นปลาหนังประเภทหนึ่ง ในสกุลปลาแค้ (Sisoridae)
ลักษณะ
มีลักษณะที่แตกต่างไปจากปลาหนังจำพวกอื่นๆตรงที่ครีบหลังและครีบอกไม่มีก้านแข็ง ลำตัวเรียวยาว หัวและก็อกแบนราบ มีหนวด 4 คู่ ปากมีขนาดเล็กอยู่ด้านล่าง ครีบอกและริมฝีปากมีลักษณะคล้ายถ้วยดูด ใช้สำหรับดูดเกาะติดกับกรวดหินในน้ำ ครีบหางปลายมนกลม ครีบอกใหญ่ ครีบก้นมีขนาดเล็ก ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว หลังมีแต้มสีจางๆกินอาหารชนิด แมลงน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็ก มีพฤติกรรมวางไข่ใต้ก้อนหิน ไข่มีขนาดเล็ก และก็คอยดูแลไข่

มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 10-15 ซม.

ที่อยู่
พบได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในโลก ที่ลำธารน้ำไหลแรงบนทิวเขาอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติภูเขาอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะพบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร

การค้นพบ
ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์ ถูกค้นพบและทำการศึกษาโดย ดร.ฮิวจ์ แมคคอร์มิค สมิธ นักมีนวิทยาชาวอเมริกันที่เข้ามาศึกษาพันธุ์สัตว์น้ำในประเทศไทย โดยได้ตัวอย่างมาจากชาวกะเหรี่ยง ที่จับได้จากลำธารบนดอยอ่างกาหรือดอยอินทนนท์ ในเดือนธันวาคม คริสต์ศักราช 1928 ต่อมาได้มีการสำรวจพบอีกหลายแห่งตามลำธารที่เป็นสาขาของแม่น้ำปิงในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ถือเป็นชนิดต้นแบบของปลาสกุลนี้ด้วย2

ชื่ออื่น
เป็นปลาที่ถูกใช้ทำเป็นอาหารบริโภคของชาวเขาในท้องถิ่น3 โดยมีชื่อเรียกในภาษาถิ่นว่า “แต๊กหิน” หรือ “แม๊ะหิน” ฯลฯ ปัจจุบันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์แล้ว เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนรวมทั้งการที่ถูกจับเป็นจำนวนมาก และนับว่าเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดคุ้มครองชนิดหนึ่งของกรมประมงร่วมกับปลาชนิดอื่นอีก 3 ชนิด (ปลาตะพัด (Scleropages formosus), ปลาเสือตอลายใหญ่ (Datnioides pulcher) และ ปลาหมูอารีย์ (Yasuhikotakia sidthimunki))

ปัจจุบันมีความพยายามจากภาครัฐโดย กรมประมง ในการเพาะขยายพันธุ์ ซึ่งจะกระทำได้เฉพาะบนภูเขาสูงเท่านั้น