แนวทางส่องประชาสัมพันธ์ของคู่ปรับแบบฟรีๆด้วย Ad Library

คุณจะเหนือกว่ามากแค่ไหน ? ถ้าหากคุณสามารถทราบได้ว่าคู่แข่งขันของคุณกำลังประชาสัมพันธ์อะไรอยู่

     ในตอน พ.ค.ก่อนหน้านี้ (ปี 2019) Facebook ได้ทำปลดปล่อยฟีเจอร์ใหม่ “Ad Library” ซึ่งมันเป็นฐานข้อมูลที่เก็บรวบรวม Ads ทั้งสิ้นที่กำลังดำเนินงานอยู่บน Facebook โดยพวกเขาตั้งมั่นปรับปรุงมันออกมาเพื่อความโปร่งใสของโปรโมทที่มากขึ้น ภายหลังที่มีพรรคการเมืองใช้มันเพื่อผลตอบแทนสำหรับการลงคะแนนเสียงผู้นำสหรัฐ เมื่อปี 2016 แต่ว่านอกจากคุณประโยชน์เรื่องความโปร่งสบายใสแล้ว มันก็ยังเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำหรับนักการตลาดสาย Spy ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เพื่อส่องข้อมูลประชาสัมพันธ์ของคู่ปรปักษ์ได้อีกด้วย

     ซึ่งในเนื้อหานี้เอง ผมก็ได้นำวิธีการใช้ฟีเจอร์ Ad Library เพื่อพินิจพิจารณาประชาสัมพันธ์ของคู่แข่งขันมาฝากทุกคน (จะอยู่ในประเด็นต่อไป) เมื่อก่อนอื่นเลย พวกเราจะไปศึกษาเล่าเรียนนิยามแล้วก็วิธีการใช้งานมันพื้นฐานกันก่อน

นิยามของ Ad Library จาก Facebook

     จำเป็นต้องชี้แจงก่อนว่าฟีเจอร์ Ad Library นั้นถูกปรับปรุงมาจากฟีเจอร์เดิมเป็น Ad Archive ที่ได้ปลดปล่อยออกมาในปี 2018 โดยผู้ใช้จะสามารถมองได้เฉพาะข้อมูลโปรโมทที่เกี่ยวโยงกับการบ้านการเมืองแล้วก็ใจความสำคัญในเรื่องแผนการต่างๆ แค่นั้น แม้กระนั้นสำหรับฟีเจอร์ Ad Library นั้นก็ได้ขยายขอบเขตของฟังก์ชั่นการใช้แรงงานให้เพิ่มมากขึ้น โดยมันอนุญาตให้ท่านสามารถค้นหาและก็มองข้อมูลของโปรโมทบน Facebook ได้อย่างอิสระเยอะขึ้น ไม่ว่าประชาสัมพันธ์พวกนั้นจะอยู่ในพวกไหน และไม่ว่าคุณจะเป็นจุดมุ่งหมายของประชาสัมพันธ์พวกนั้นไหม คุณก็สามารถมองได้

โดย Facebook ได้นิยามคอนเซปต์ของฟีเจอร์นี้ไว้ว่า :
– Available to everyone : ใครก็ช่างที่มีลิงก์สามารถค้นหาและก็มองข้อมูลการโฆษณาบน Facebook ของแต่ละเพจได้ ไม่ว่าเพจนั้นจะเป็น Brand, Publisher หรือ Influencer ก็ตาม แม้กระนั้นในกรณีถ้าเกิดรายละเอียดในประชาสัมพันธ์นั้นอยู่ในชนิดที่จำกัด (อาทิเช่น ประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์ หรือการเดิมพัน) Facebook ก็จะไม่แสดงข้อมูลนั้นต่อผู้ใช้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

– Completely searchable : คุณสามารถค้นหาได้ด้วยการใส่ชื่อเพจลงไปในช่อง Search ซึ่งจะเป็น บุคคล หน่วยงาน หรือสินค้า ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะกำลังค้นหาเพจที่ขายของชนิดเดียวกันกับคุณ หรือหาบุคคลที่เป็นนักการตลาดสายเดียวกับคุณ ก็สามารถทำเป็น จะมองเห็นได้ว่าคอนเซปต์ของ Facebook นั้นเป็นการตั้งมั่นทำให้โปรโมทต่างๆมองเป็นสาธารณะเยอะขึ้นเรื่อยๆ และก็ทำให้ผู้ใช้ทั่วๆไปรวมทั้งผู้ประกอบกิจการหรือนักการตลาดอย่างพวกเราสามารถเข้าถึงมันได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

วิธีการใช้งาน Ad Library
ขั้นตอนการเข้าไปใช้งานมันจะมีทั้งปวง 2 แนวทาง เป็น

1. คุณสามารถเข้าไปที่หน้าของ Ad library ได้โดยตรงเลยที่ลิงก์ : https://www.facebook.com/ads/library รวมทั้งค้นหาในช่อง Search

2. อีกหนึ่งแนวทางก็ เป็นการเข้าไปในเพจนั้นๆแล้วก็เลือกที่ “Page Transparency” ที่อยู่ทางด้านขวาของเพจ แล้วก็คลิ๊ก ‘See more’ หลังจากนั้นก็เลื่อนลงมาในเซคชั่น “Ads From This Page” แล้วก็คลิ๊กที่ ‘Go to Ad Library’ เท่านี้คุณก็สามารถมองรายละเอียดโปรโมทของเพจดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้แล้ว

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆ คุณสามารถมองวิธีการใช้งานได้จากวิดีโอข้างล่างนี้ครับผม 

ที่สำคัญเป็น คุณสามารถใช้งานมันได้โดยไม่จำเป็นจะต้องล็อคอิน Facebook Account ของคุณเลยด้วย เอาหล่ะขอรับ ต่อนี้ไปคุณก็คงจะรู้เรื่องวิธีการใช้งานมันแล้ว ถัดไปก็ถึงเวลาที่คุณจะได้ศึกษาแล้วว่า ถ้าหากพวกเราจะใช้ฟีพบร์ Ad Library สำหรับในการส่องคู่ปรับของพวกเรา จะต้องส่องเช่นไร ? แล้วพินิจพิจารณาจากอะไรเป็นหลัก ?

ไปดูกันเลย
5 จุดที่จำต้องพอใจเมื่อใช้ Ad Library สำหรับการส่องคู่ต่อสู้
ถึงนี้ มั่นใจว่าคุณก็อาจมีความคิดว่าต้องการจะเริ่มแล้ว แม้กระนั้นบางครั้งก็อาจจะยังวุ่นวายว่าควรจะเริ่มอย่างไร คราวนี้ผมก็เลยจะมาช่วยนำทางคุณด้วย 7 ขั้นตอนข้างล่างนี้เลยขอรับ

     1. แบบการเขียน Copy Writing
วิธีสำหรับเพื่อการสังเกตุการเขียน Copy Wirting ของคู่ต่อสู้ก็คือ :

– พวกเขามีสไตล์การเขียนเช่นไร ?

– พวกเขาใช้โทนเสียง (Tone of voice) แบบไหนสำหรับเพื่อการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ?

– พวกเขาเลือกใช้การวาดแบบ Long – form หรือ Short – form ?

– พวกเขาใช้เคล็ดลับอื่นๆเพื่อคอนเทนต์มองเข้าถึงง่ายไหม (ดังเช่น การใส่ Emoji ฯลฯ)

     สิ่งพวกนี้บางครั้งก็อาจจะดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่แม้กระนั้นถ้าเกิดพินิจพิจารณาออกมาแล้ว คุณจะได้ทราบอะไรหลายๆอย่างจากมัน อาทิเช่น พวกเขามีกรุ๊ปลูกค้าแบบไหน (จากการใช้ภาษาหรือคำ) หรือก็จะสามารถพูดได้ว่าด้วยการติดต่อสื่อสารอย่างนี้ มันเข้าถึงกรุ๊ปลูกค้าพวกนั้นได้ดิบได้ดีมากแค่ไหนนั่นเอง

     ดังเช่นว่า Hubspot โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการทางด้าน Inbound Marketing and Sales โดยพวกเราจะสามารถสังเกตุได้จาก Ads ของพวกเขาว่า พวกเขามีการใช้ลักษณะของ Ad , CTA (Call to action) แล้วก็รูปภาพที่แบบเดียวกัน แม้กระนั้นใช้ต้นแบบการเขียน Copy writing ที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้เพื่อทดลองว่าต้นแบบการเขียนแบบไหนที่เวิร์คที่สุด

     2. Title ของลิงก์เว็บ
Title ของลิงก์เว็บเป็นอีกหนึ่งอย่างซึ่งสามารถยั่วยวนใจกลุ่มเป้าหมายก้าวหน้า ซึ่งเพียงเปลี่ยนแปลงคอนเทนต์ของ Title นั้น กลุ่มเป้าหมายก็บางทีอาจจะแปลงได้ด้วยเหมือนกันนานัปการเพจก็เลยชอบทดลองด้วยประโยคที่มากมาย

แบบอย่างจาก Hubspot (อีกเหมือนเคย) เว้นเสียแต่ Copy Writing แล้ว พวกเขาได้กระทำการทดลองกับคอนเทนต์ Title ของลิงก์เว็บอย่างเดียวกัน โดยจะสังเกตุได้ว่าพวกเขานั้นใช้รูปภาพ รวมทั้งต้นแบบประชาสัมพันธ์ที่แบบเดียวกัน แต่ว่าไม่เหมือนกันที่ Title ของลิงก์นั่นเอง

     3. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของดีไซน์
รูปหรือวิดีโอมักเป็นอย่างแรกๆซึ่งสามารถหยุดสายตาของผู้ที่กำลังเลื่อนจออยู่ได้ ซึ่งถ้าหากรูปภาพหรือวิดีโอพวกนั้นมีดีไซน์ที่สวยสดงดงาม พร้อมทั้งคอนเซปต์ที่ประดิษฐ์แล้วก็น่าดึงดูดแล้ว มันก็จะยิ่งเพิ่มช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายจะต้องการทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำของคุณมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังเช่น Canva เว็บสำหรับในการดีไซน์วางแบบ Artwork ต่างๆที่พวกเขาเลือกใช้วิดีโอใน Ad ของพวกเขา ซึ่งมีทั้งยังวิดีโอที่มีชีวิตชีวาสะดุดตา และก็วิดีโอแบบเรียบง่ายแม้กระนั้นเข้าถึงได้ เพื่อเย้ายวนใจกรุ๊ปลูกค้าที่แตกต่างนั่นเอง

     4. Format ของโปรโมท
ปัจจุบันนี้โปรโมทบน Facebook นั้นมีหลายชนิด ดังเช่นว่า

– Image Ads : ประชาสัมพันธ์ที่เป็นรูปภาพ

– Video Ads : โปรโมทที่ใช้วิดีโอ

– SlideShow Ads : ประชาสัมพันธ์แบบรูปภาพที่เลื่อนไปเรื่อย

– Carousel Ads : ประชาสัมพันธ์แบบเป็นเซ็งามปภาพหรือวิดีโอ

ซึ่งแต่ละจำพวกก็จะมีความไม่เหมือนกัน โดยคุณสามารถใช้มันส่องได้ว่าโปรโมทแบบไหนจะเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือข้อแนะนำของพวกเรา ได้แก่ ถ้าเกิดผลิตภัณฑ์ของคุณมีหลายชนิด คุณอาจจะได้ศึกษาและทำการค้นพบว่า การใช้ประชาสัมพันธ์แบบ Carousel Ads นั้นได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการเลือกประชาสัมพันธ์แบบ Image Ads ที่เป็นรูปภาพลำพังๆ

แบบอย่างจาก Target ซึ่งเป็น Re-tailer เจ้าดังของสหรัฐ โดยเพจของพวกเขาเองก็ได้ใช้ลักษณะของประชาสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน

   5. ปุ่ม Call – to – Action
อย่างที่รู้กันว่า Facebook Ads นั้นสามารถใส่ปุ่ม CTA ได้นานาประการ ไม่ว่าจะเป็น
Send Message
Apply now
Book Now
Contact Us
Download
Get Offer
Get showtime
Learn More
แต่ละปุ่มก็จะถูกใช้ประโยชน์ในจุดมุ่งหมายที่นาๆประการ ดังนี้คุณก็สามารถมองได้ว่าคู่ปรับของคุณใช้ CTA แบบไหนในแคมเปญโปรโมทนั้นๆอาทิเช่น Nike ที่ใน 1 แคมเปญ พวกเขาก็ได้ใช้ CTA ที่นานัปการ

สรุป
     หวังว่าคุณเองจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟีเจอร์ Ad Library เยอะขึ้นเรื่อยๆและก็สามารถนำมันไปใช้ส่องคู่ปรับหรือแบรนด์โปรดของคุณได้จากการอ่านเนื้อหานี้

แต่ว่าแม้กระนั้น คุณไม่สมควรใช้วัสดุนี้เพื่อเป้าประสงค์สำหรับเพื่อการเลียนแบบ แม้กระนั้นควรจะใช้มันเพื่อค้นหาความคิดใหม่ๆในการพัฒนาประชาสัมพันธ์ Paid Campaign บนเพจ Facebook ของคุณขอรับ