แมงดาทะเล กินอย่างไรให้ปลอดภัย

สำหรับ แมงดาทะเลเป็นสัตว์ทะเลที่มีเส้นเมา แต่นอกจากการเอาเส้นเมาแมงดาออกแล้วยังควรต้องเลือกชนิดแมงดาให้ถูกด้วย ถ้าไม่อยากโดนพิษแมงดาจนตาย บ่อยครั้งที่เราได้ข่าวคนกินแมงดาแล้วเจอพิษ มีอาการแพ้พิษแมงดา หรือบางคนก็สาหัสจนกระทั่งเสียชีวิตก็มี 

ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่า แมงดาทะเล กินอย่างไรให้ปลอดภัย เพราะหลายๆคนนั้นมักจะติดใจในเมนูยำไข่แมงดาเอามากๆ และถ้าหากอยากกินแมงดาอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่เสี่ยงพิษ ควรเลือกกินแมงดาชนิดไหนดี

แมงดาทะเล ชนิดไหนปลอดภัย กินได้ไม่ต้องกลัวพิษแมงดา
แมงดาทะเลในประเทศไทย มีอยู่ 2 ชนิด ดังนี้
1. แมงดาจาน
แมงดาจาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tachypleus gigas เป็นแมงดาชนิดไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย โดยลักษณะของแมงดาจานจะมีลำตัวโค้งกลม ขนาดตัวโตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร ตัวใหญ่กว่าแมงดาถ้วยอย่างเห็นได้ชัด และผิวด้านบนจะเรียบ มีสีน้ำตาลอมเขียว ส่วนหางจะเป็นทรงสามเหลี่ยมมีสัน มีหนามเรียงกันเป็นแถวคล้ายฟันเลื่อย เห็นรอยหยักที่หางอย่างชัดเจน

2. แมงดาถ้วย หรือแมงดาไฟ
แมงดาถ้วย ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Carcinoscorpius rotundicauda แมงดาชนิดนี้เป็นแมงดามีพิษ มีสารเทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) และซาซิท็อกซิน (Saxitoxin) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า และเป็นสารพิษที่ส่งผลต่อระบบควบคุมการหายใจ

โดยลักษณะแมงดาถ้วยจะมีลำตัวโค้งกลม ขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 18 เซนติเมตร ตัวจะเล็กกว่าแมงดาจาน ลักษณะหางจะกลมและเรียบ ไม่มีสัน ไม่มีหนาม ผิวด้านบนมีขนสั้นสีน้ำตาลอมแดง

อย่างไรก็ตาม แมงดาถ้วยอาจไม่ได้มีพิษทุกตัว เฉลี่ยแล้วพบแมงดาถ้วยมีพิษราว ๆ 30% และพิษของแมงดาถ้วยส่วนใหญ่จะอยู่ในเนื้อและไข่แมงดาอยู่แล้ว ดังนั้น ถึงเอาเส้นเมาแมงดาออกก็อาจไม่รอดจากพิษแมงดา เพื่อความปลอดภัยจึงไม่แนะนำให้กินแมงดาถ้วยค่ะ

หากโดนพิษแมงดา อาการจะเป็นอย่างไร
พิษของแมงดา ก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาท ดังนี้
1. ชารอบปาก ลิ้น
2. มึนงง เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการชาที่ปลายมือ ปลายเท้า แขน ขา
4. ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจพูดลำบาก ตามัวเห็นภาพไม่ชัด เหงื่อออกมาก น้ำลายฟูมปาก
5. หายใจไม่ออก เนื่องจากกล้ามเนื้อหายใจไม่ทำงาน ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ อาการเป็นพิษมักจะเกิดขึ้นหลังรับประทานแมงดาทะเลประมาณ 10-45 นาที หรืออาจนานถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดพิษและแหล่งที่อยู่ของแมงดาทะเล รวมไปถึงฤดูกาลจับสัตว์ทะเล จำนวนแมงดาที่รับประทานเข้าไป และปริมาณของสารพิษที่ได้รับ

พิษแมงดาทะเลอันตรายแค่ไหน ทำไมบางคนถึงตายได้
ความอันตรายของพิษแมงดาทะเลขึ้นอยู่กับว่าเราได้รับพิษเข้าไปในร่างกายมากหรือน้อยแค่ไหน ซึ่งหากได้รับพิษในปริมาณน้อย ปฐมพยาบาลทันก็อาจไม่อันตรายเท่าไร และอาการเป็นพิษจากแมงดาทะเลก็สามารถหายไปเองได้ โดยให้สังเกตอาการภายในเวลา 24 ชั่วโมง      

ทว่าหากได้รับพิษแมงดาเข้าไปในปริมาณมากก็เสี่ยงเสียชีวิตได้ภายในเวลา 4-24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วมาก เพราะพิษของแมงดาทะเลจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อในการหายใจ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตก็เพราะระบบหายใจล้มเหลว ไม่สามารถหายใจเองได้

พิษแมงดาทะเล ใครเสี่ยงมากที่สุด
กลุ่มเสี่ยงที่หากโดนพิษแมงดาทะเลแล้วอาจมีอาการแพ้หนัก หรือเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ คือ ผู้ป่วยเด็ก และหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมดูดซึมสารพิษได้ค่อนข้างเร็ว โอกาสในการเกิดพิษจึงค่อนข้างง่ายกว่ากลุ่มอื่น

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อโดนพิษแมงดาทะเล
เราสามารถปฐมพยาบาลคนที่โดนพิษแมงดาทะเลเล่นงาน ด้วยวิธีตามนี้
1. ทำให้ผู้ป่วยหายใจคล่องที่สุด โดยจับผู้ป่วยนอนตะแคง หนุนหมอนสูง และรีบเรียกรถพยาบาลโดยด่วน โดยโทร. แจ้ง 1669
2. ไม่ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ นม ไข่ขาว หรือยาใด ๆ เพราะอาจสำลักและอาจเกิดอันตรายได้
3. อย่ากระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน เพราะอาจเกิดการสำลักและทำให้เกิดการอุดกั้นในหลอดลมของผู้ป่วยมากขึ้น
4. หากผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการผายปอด CPR จนกว่าจะนำตัวผู้ป่วยถึงโรงพยาบาล

วิธีรักษา เมื่อโดนพิษแมงดาทะเล
การรักษาพิษแมงดาทะเลยังไม่มีแนวทางเฉพาะ แต่แพทย์จะทำการรักษาตามอาการ และพยายามเอาพิษออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด และหากผู้ป่วยหยุดหายใจก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย

วิธีกินแมงดาทะเลอย่างปลอดภัย และการเอาเส้นเมาออก

Q (' w ' ๐Q มีปาร์ตี้อย่านิ่งดูดาย มาทำเมนู "ยำไข่แมงดาทะเล" แซ่บง่ายๆ BY  พยูนบูดคร๊า !!! - Pantip

หากอยากกินแมงดาทะเลอย่างปลอดภัย แนะนำให้กินตามนี้
1. เลือกกินแมงดาจาน และหลีกเลี่ยงแมงดาถ้วย
2. หลีกเลี่ยงการรับประทานแมงดาทะเลในช่วงต้นฤดูวางไข่ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
3. ไม่ควรรับประทานเนื้อ หรือไข่แมงดาทะเลที่บรรจุถุงสำเร็จ เพราะไม่สามารถเห็นตัวแมงดาทะเลได้ว่าเป็นแมงดาจานหรือแมงดาถ้วย
4. ควรกินเมนูแมงดาทะเลที่ปรุงโดยผู้ที่เชี่ยวชาญ มีความรู้ในการเอาเส้นเมาแมงดาทะเลหรือสะดือของแมงดาทะเลออก ซึ่งเส้นเมาของแมงดาจะอยู่ส่วนตรงกลางกระดอง มีลักษณะเป็นเส้นเหนียว ๆ ยืดได้

สำหรับบทความ แมงดาทะเล กินอย่างไรให้ปลอดภัย ที่เรานำมานั้นก็เพื่อหวังว่าคนที่ชอบกินชอบทานเพราะความอร่อยของมัน ควรจะเลือกและปรุงให้ดี เพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นได้รับอันตรายจนไม่อาจจะไม่อยากกินไปอีกเลยก็ได้

จิ้มจุ่มหม้อดิน ยกครัว

แจกสูตรเมนูเด็ดส่งท้ายปี กับไอเดียเมนูปาร์ตี้ปีใหม่ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านอย่าง “จิ้มจุ่มหม้อดินยกครัว” อร่อยได้ยกแก็งค์โดยไม่ต้องไปนอกบ้าน แค่มีวัตถุดิบที่หาซื้อได้จากตลาด หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ได้น้ำซุปต้มกระดูกหมูเข้มข้นกลมกล่อม ไม่ว่าจะเนื้อกุ้ง หมู หมึก ปลา น้ำซุปอร่อยเข้าเนื้อ แถมซดแล้วยังได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศไทยแท้ ปีใหม่นี้ ชวนครอบครัว เพื่อนพ้อง มาฉลองกันกับเมนูจิ้มจุ่มหม้อดิน ทำกินง่ายๆ ได้เองที่บ้านไปดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลยค่ะ…

ส่วนผสม

ส่วนประกอบน้ำซุป

  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • รสดีซุปก้อน 1 ก้อน
  • ข่าแก่หั่นแว่น 6 แว่น
  • ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น
  • ใบมะกรูด 6 ใบ
  • หอมแดงเผา 6 หัว
  • พริกย่าง 5 เม็ด
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนประกอบเนื้อสัตว์และผัก

  • หมูสไลด์ 400 กรัม
  • เนื้อวัวสไลด์ 400 กรัม
  • กุ้งแกะเปลือก 10 ตัว
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ผักบุ้ง 150 กรัม
  • โหระพา 100 กรัม
  • กะหล่ำปลี 1/2 หัว
  • วุ้นเส้นแช่น้ำ 150 กรัม

ส่วนประกอบน้ำจิ้ม

  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • พริกป่น 3 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 2 ช้อนชา
  • ต้นหอมและผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำเนื้อหมู เนื้อวัว และกุ้งจัดเรียงลงบนจาน จากนั้นตอกไข่ลงไปกึ่งกลางของจานแล้วพักไว้ รอจัดเสิร์ฟ
  • ตั้งหม้อน้ำบนความร้อนปานกลางจนเดือด จากนั้นเติมรสดีซุปก้อน คนให้ละลาย
  • จากนั้นเติมข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงเผา พริกย่าง ข้าวคั่ว คนผสมให้เข้ากัน
  • ระหว่างนั้นทำน้ำจิ้มด้วยการนำน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกป่น ข้าวคั่ว คนผสมให้เข้ากัน เติมผักชีและต้นหอมซอย
  • เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ไข่ไก่ และผักต่างๆ