ประสบการณ์สยอง2 กับที่พักเขย่าขวัญ

ประสบการณ์สยอง2 ก่อนจะถึงตัวจังหวัด ฟ้าก็เริ่มมืดลงทุกครั้ง เพื่อนฝูงๆต่างพากันนอนพัก ฉันก็เล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปบ่อยเปลื่อยแต่ว่ารถยนต์ก็เบาๆหยุดลง ด้านหน้าได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น รถติดยาว รวมทั้งรถยนต์ของพวกเราก็ได้ขับผ่าน ได้มองเห็นอุบัติเหตุ รถเก๋งกับจักรยานยนต์ชนกัน คนขับรถจักรยานยนต์ โดนรถยนต์ที่ขับตามมา เหยียบซ้ำ เหยียบไปครึ่งหัว สมองไหล เป็นภาพที่สยด สยดสยองมากมาย 

เรื่องมีอยู่ว่า ประสบการณ์สยอง2 กับที่พักเขย่าขวัญ

แต่ที่ผิดสังเกตไปกว่านั้นพวกเรามองเห็นคนยืนใต้ต้นไม้ กำลังดูมาที่อุบัติเหตุ ผู้ที่ดูมาเสมือนผู้ขับรถจักรยานยนต์มากมาย พวกเรามีความรู้สึกว่าอาจใช้แล้วละ ในเวลานั้นพวกเราไม่กล้าบอกใครกันแน่ว่าพวกเรามองเห็น ทำอะไรผิด ได้แต่ว่าข่มตาให้หลับ

ท้ายที่สุดรถยนต์ก็เข้ามาถึงเมือง พวกเราได้แวะจับจ่ายซื้อของกัน ข้างถนน สหายๆก็มองเห็นฉันทำหน้าไม่ดีกังวลใจ ก็พากันถามคำถามว่าเป็นอะไรหรือประกาศ ฉันก็เลยบอกไม่มีอะไรหลอก ปวดศีรษะเล็กน้อย ไม่ต้องการที่จะอยากทำให้เพื่อนพ้องกลุ้มใจ ในขนะนั้นเอง ฉันได้มองเห็นราวกับ ญาติพี่น้องฝาแฝดในกรุ๊ป อีกทั้ง 2 คน ไม่มีหัว ฉันสะดุ้ง ทรุดลงไปกับพื้น ตกอกตกใจกับภาพที่ได้มองเห็น ฉันเริ่มรู้สึกแย่ เลยขอไปนอนพักบนรถตู้ก่อน 

ทุกคนรีบจ่ายตลาดแล้วขึ้นรถตู้ ด้วยเหตุว่าเริ่มรู้สึกแย่กันแล้ว ขณะที่กำลังขับไปบ้านพักนั้น ก็ได้คุยกันว่ากำเนิดอะไรขึ้น คุณลุงผู้ขับตู้ก็กล่าวว่า รู้สึกแย่ตั้งแต่ขับเข้าจังหวัดแล้ว ราวกับมีอะไรสักอย่าง (คุณลุงคนขับตู้ ราวกับเป็นคนมีเซ้นส์เรื่องเหล่านี้) พวกเราเลยคุยกันว่าตรงข้ามก่อนไหม 

ข้างหลังเทศกาล ค่อยมาปฏิบัติงานใหม่ แต่ว่าพี่หัวหน้าก็กล่าวว่ามาขนาดนี้แล้ว จะกลับเพราะเหตุใด อีกอย่างก็ใกล้ถึงที่พักแล้วด้วย หัวหน้ายังบอกอีกว่า วันนี้คงจะนั่งรถยนต์อิดโรยมาตลอดวันแล้ว กลับบ้านพักไปพักกันก่อน วันพรุ่งค่อยว่ากัน สรุปพวกเราก็เลยเดินทางกันต่อ

ปากทางเข้าบ้านพักของพวกเรานั้น สองริมทางมืดมาก แล้วไม่มีบ้านคนอยุ่แถวนั้นเลย บ้านที่พวกเราพักอยุ่ในตรอก พวกเรามาตามที่พักตามแผนที่ แม้กระนั้นหามากแค่ไหนก็ไม่พบ มันก็ดึกมากแล้วด้วย สหายทุกคนข้างในกรุ๊ปก็ไม่สบายใจกัน กระทั่งมาพบบ้านข้างหลังหนึ่งพวกเราเลยหยุดถามทางว่า บ้านพักของพวกเรานั้นไปทางนั้น 

ในขณะที่พวกเราบอกชื่อบ้านพักนั้น ประชาชนก็ทำสีหน้าท่าทางแปลกๆแล้วเอามือชี้ไปทางด้านซ้าย บอกเลย 3 แยกไปก่อน ที่พักอยู่ในตรอกขวามือ ล่ะพวกเราก็ขับจากที่ประชาชนบอกไป เราทั้งผองก็ตระหนกตกใจกัน เมื่อสักครู่พวกเราก็ผ่านนี้มาแล้ว

 เพราะเหตุใดไม่พบ น้องในกรุ๊ปเริ่มสีหน้าท่าทางไม่ดี ราวกับจะร้องไห้ บอกพี่หัวหน้า หนูไม่ได้อยากพักที่นี้แล้ว รู้สึกแย่ แต่ว่าหัวหน้าก็รับรองคำเดิมว่าพวกเรามาถึงที่นี้แล้ว พวกเราคงจะจะต้องเข้าพักแล้ว….ติดตามตอนต่อไป

ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

 

ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

ประสบการณ์สยอง1 เรื่องที่จะเล่าตั้งแต่นี้ต่อไป คือเรื่องของความเลื่อมใส เรื่องลี้ลับ โปรดใช้วิจารณญาณสำหรับในการอ่าน ฉันอายุ 32 ปี ดำเนินงานเป็นคนขายเครื่องสำอางอี๊ห้อหนึ่ง ฉันมีโอกาศได้ไปปฏิบัติงานชนบทเสมอๆแต่ละจังหวัดที่ไปปฏิบัติงานนั้น พวกเราจำเป็นจะต้องพักตรงเวลานับเป็นเวลาหลายวัน ซึ้งบ้านพักแต่ละที่นั้น มีทั้งยังดีล่ะไม่ดี แต่ว่ามีสถานที่หนึ่งนั้น ทำให้ฉันลืมมันไม่ลง เป็นสถานที่ ที่ทำให้จำมันมาถึงตอนนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

ฉันกับเพื่อนได้รับหมอบหมายให้ไปโฆษณาผลิตภัณฑ์ ที่จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงเวลา 3 วัน ฉันได้ให้น้องในกรุ๊ปหาสถานที่พักเช่นเคย แม้กระนั้นรอบนี้ หาบ้านพักยากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตอนเทศกาล หามากแค่ไหนก็มิได้สักครั้ง จนถึงมาพบอันดับที่หนึ่ง เป็นบ้านพัก หนห่างจากตัวอำเภอเมืองพอเหมาะพอควร บ้านพักด้านล่างเป็นปูน ด้านบนชั้น 2 เป็นไม้ มองรวมๆแล้วโอเค พวกเราก็เลยตกลงใจพักกันที่นี้ ฉันไม่คิดเลยว่า การตัดสินใจครั้ง เป็นการตกลงใจที่พลาดที่สุดในชีวิต ..

ก่อนจะมีการเดินทางทุกหน พวกเราจะจับกลุ่มกันไปทำบุญทำทานกัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญสำหรับในการเดินทาง พวกเราเลือกไปทำบุญทำกุศลที่วัดหนึ่งเขตฝั่งธนบุรี ซึ้งเป็นวัดประจำที่พวกเราทำบุญทำกุศลกันก่อนเดินทาง พวกเราตระเตรียม สังขทาน ดอกไม้ ข้าวของอื่นๆไปมอบให้พระ 

ก่อนที่จะกลับจากวัดนั้น พระท่านได้ทักว่า รอบนี้พวกเธออาจจะกลับมาไม่ครบทุกคนนะ สุดแท้แต่โชคดี เราเบือนหน้าดูกัน พี่คนภายในกรุ๊ปเลยถามพระว่า มีอะไรหรือป่าวประกาศหลวงพ่อ หลวงพ่อมองหน้า แม้กระนั้นมิได้กล่าวอะไร หลวงพ่อได้ถือขันประพรมน้ำมนต์ มาประพรมให้กรุ๊ปพวกเรา รวมทั้งบอกขึ้นว่า อาตมภาพเป็นพระ บอกอะไรมากมายมิได้หลอก สุดแท้แต่บุญ สุดแต่บาปของแต่ละคนในช่วงเวลานั้นเรามิได้คิดอะไรเลย

 ยังแซวคนภายในกลุ่มว่า สงสัยพี่ในกลุ่มจะได้ภรรยาเป็นคนอีสาน คงจะไม่กลับมาดำเนินงานแล้วละ พวกเราสนทนากันกันไปอย่างสนุก เพียงพอฉันกลับมาถึงยังหน้าบ้าน จัดแจงเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆลงกระเป๋า เพื่อการเดินทางวันพรุ่ง 

ขณะที่ฉันกำลังจะนอนรู้สึกกำลังเคลิ้มนั้นไม่เคยรู้ว่าฝันหรือป่าวร้อง ฉันเห็นภาพของคุณยายของฉัน มาบอกว่า อย่าไปเลย กับดึงมือของฉันไม่ให้ขึ้นรถตู้ พอเพียงบอกจบนั้น ฉันก็สดุ้งตื่น รู้สึกเจ็บข้อมือ รู้สึกเจ็บปวดๆฉันงงงวยว่ามันเป็นความฝันหรือคิดมากไปเอง เพราะเหตุว่าธรรมดาฉันไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ฉันพยามยามไม่คิดอะไร

พอถึงเวลาเช้าก่อนออกมาจากบ้านฉันมองเห็น รูปกรุ๊ปพวกเราครั้งถ่ายร่วมกันร่วงลงพื้น กระจกแตก กระจัดกระจาย แม้กระนั้นด้วยรถตู้มารอรับที่หน้าบ้านแล้ว เลยแผดเสียงบอกแม่ เก็บให้ด้วย สหายมารอรับแล้ว ฉันรีบเอาเครื่องใช้สอยสัมภาระต่างๆขึ้นรถเดินทางโดยทันที เวลาที่รถยนต์ออก 

ฉันดูกลับไปที่บ้าน มองเห็นปะทุนคุณยาย มา ยืน อยุ่หน้าบ้าน ฉันตระหนกตกใจมากมาย รู้สึกหน้ามืด ในตอนนั้นเป็นห่วง รู้สึกไม่ค่อยดีกับการเดินทางคราวนี้ เสมือนมีด้านล่างบอกเหตุอะไรสักอย่าง แม้กระนั้นก็มิได้พอใจ มานะคิดจะรีบดำเนินการให้เสร็จแล้วรีบกลับไปอยู่บ้าน ..ติดตามตอนต่อไป

วัยเบญจเพส2 ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

 

วัยเบญจเพส2 ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

วัยเบญจเพส2 หัวเราะแบบดังมากมายๆๆแล้วเสียงน่าสยดสยองมากมาย พวกเราไม่คิดไม่ฝันว่าจะพบสิ่งที่เค้าเรียกว่า ผี! ในขณะนั้นสั่นไปหมดจ้ะ สวดมนต์ไหว้พระก็ไม่ถูกๆถูกๆเสียงขูดประตูกับเสียงหัวเราะก็ไม่หยุด พวกเราแบบเริ่มไม่ไหวแล้ว พวกเราเลยดุด่าไปว่า ” ยิ้มจะหยุดมั้ย หากไม่หยุดกรูจะแช่งให้ไม่ไปผุดไปกำเนิดเลย กรูไม่สนุกกับยิ้มนะ กรูไปทำอะไรให้ อยากได้อะไรก็บอกกันดีๆไม่ใช่มาหลอกอย่างงี้ ” ครู่หนึ่งเสียงหายเงียบสนิทเลย

ต่อจากตอนที่แล้ว วัยเบญจเพส2

พวกเราเลยเปิดออกไปไม่มีอะไร ถือพระมาวางไว้หัวนอน ไหว้พระสวดมนต์ไหว้พระ และจากนั้นก็นอน นอนได้ครู่หนึ่งมาอีกแล้วจ้ะ เสียงเคาะขอบระเบียง เคาะ ปึงๆๆแล้วกลายเป็นขูดกระจก ขูดจนกระทั่งรู้สึกเสียวฟันมากมายๆพวกเราแบบอยากนอนบวกขุ่นเคืองหนัก 

เป็นจะชนใช้ไหม ได้! พวกเราเดินไปฉุดกระชากผ้าม่านให้เปิดออกด้วยอารมณ์แบบ กรู!ไม่ไหวแล้ว จะหลอกเห้ไรนัก เพียงพอเปิดมาถึงกับทรุดเลยจ๊า เป็นเพศหญิงผมยาว นั่งขอบระเบียงแกว่งไกวขาแล้วหัวเราะ ก่อนจะกระโจนลงไป 

ภาพนั้นทำให้พวกเราช๊อค ถึงกับขนาดเข้า โรงพยาบาล เป็นพวกเราเห็นภาพนั้นแล้วสลบไปจ้ะ เพื่อนพ้องมีความเห็นว่าโทรศัพท์หาแล้วพวกเราไม่รัสายก็เลยมาหาที่คอนโด พบพวกเรานอนอยู่ข้างเตียงก็เลยพาส่ง โรงพยาบาล พวกเราเล่าให้เพื่อนพ้องฟังสหาย

พวกเราก็พูดว่าพวกเราคิดมากหรือประกาศ เป็นรู้เรื่องนะคะเรื่องแบบงี้พิสูจน์ยาก หลักฐานก็ไม่มี มันเป็นวิณญาณอะจะให้หาอะไรให้มอง ก่อนพวกเราออกมาจาก โรงพยาบาล พวกเราให้สหายพาไปมอบสังขทาน เนื่องจากเป็นวันเกิดพวกเราบวกกับเรื่องที่พบเมื่อคืนนี้เลยรู้สึกไม่ดีมากมาย

พอเพียงเข้าไปถึงหลวงพ่อบอกพวกเราว่า ดีนะเมื่อคนโยมยังรอดมาได้น่าฟังโยมมีบุญบิดามารดาป้องกัน เค้าเลยได้เพียงแค่หลอกให้พวกเรากลัว หลวงพ่อท่านบอกพวกเราว่าพวกเราวัย วัยยี่สิบห้าแล้ว ปีนี้พวกเราดวงตกมากมายๆๆๆตกแบบชะตาขาดได้เลย 

ให้พวกเราหมั่นทำบุญทำทานเยอะมากๆพวกเราก็กล่าวว่าเค้าจะเอาอะไรจากหนูจ้ะ หลวงพ่อกล่าวว่า วัยวัยยี่สิบห้าเป็นเป็นตอนๆที่โชคชะตาภพก่อนจะถั่งโถม เป็นช่วงๆใช้บาปที่เคยทำมา บวกกับพวกเราดวงตก บางบุคคลจะไปทางเจ็บตัวเป็นอุบัติเหตุ 

บางบุคคลจะสื่อหรือมองเห็นวิณญาณได้ พวกเราเป็นอย่างข้างหลัง ตอนดวงตกซาตานต้องหาคนคล้ายตัวแทน มองดูพวกเค้ามองเห็นสื่อได้บวกกับพวกเราดวงตกสุดๆพระท่านกล่าวว่าจะมองเห็นอย่างที่คนอื่นๆเค้ามองไม่เห็น ทำอะไรก็โชคไม่ดี

 พระท่านให้น้ำมนต์พวกเราไปรดห้อง แล้วให้พวกเรารับประทาน ก่อนพวกเราจะกลับ พระท่าเดิมตามแล้วบอกว่า ” โยม อัตมาขอบิณฑบาตนะ อย่าทำชั่วเลยเค้ามิได้ไปทำอะไรให้โยมก็อย่าอาฆาตพยาบาทเค้า ” แล้วพระท่านหันมากล่าวกับพวกเราว่า 

” โยม เค้าไม่ยินยอมไปนะ เค้าเอาจนตาย ” ก็กลัวสิขา ท่านกล่าวขนาดนี้ ท่านเลยบอกให้ดื่มซะ กินน้ำมนต์ที่ให้ไป แล้วท่านก็เดินไปสวดมนตร์ๆแถวรถยนต์พวกเรา แล้วบอกพวกเราว่า ขับระวังๆนะ ไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงโยมถึงที่หน้าบ้านไม่มีอันตรายแน่ พวกเราก็กราบท่าน ลาท่านกลับไปอยู่บ้าน

 คืนวันนี้พวกเราขอให้เพื่อนฝูงพวกเรามานอนด้วย เป็นไม่กล้านอนผู้เดียว ตอนจะกลับห้องพวกเราไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดจ้ะ อยู่ๆมีน้องคนนึงมาดึงมือพวกเราแล้วบอกพวกเราว่า ” แม่ผมเรียก ให้ไปพบหน่อย ” พวกเราก็ถาม แม่น้องคนใดกันขา น้องบอกเป็น หมอดู 

เพื่อนฝูงพวกเราก็บอกทดลองดูๆพวกเราก็เลยเดินไปจ้ะ ยังไม่ทันนั่ง ป้าก็กล่าวขึ้นว่า “ยิ้มตามเค้ามาเพราะเหตุใด ไปอยู่ในที่ๆของยิ้มซะ” พวกเราก็หันไปมองดูเป็น ป้าแพทย์กล่าวกับผู้ใด นั่นไม่มีผู้ใดนะคะ มีเพียงแค่พวกเรากับเพื่อนฝูงรวมทั้งน้องเพศชายที่มาเรียกพวกเรา ป้าหมอบอกพวกเราว่า ดวงพวกเราตกมาก

 ไปไหนก็จะมีแต่ว่าวิณญาณตาม เป็นวิณญาณมีทุกแห่งจ้ะ พวกเราไปจุดที่มีวิณญาณเค้าก็จะตามพวกเรา ด้วยเหตุว่าพวกเรามองเห็นเค้าบวกกับดวงตก พวกเราเลยถามป้าแพทย์ว่า หนูจำเป็นต้องทำอย่างไร เค้าอยากอะไร ป้าหมอบอก เค้าจะเอาหนูไปแทนพวกเค้า หนูก็เริ่มกลัวละ เป็นกว่าจะพ้นปีไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ป้าหมอบอกให้พวกเราไปต่อโชคเคราะห์ แล้วก็ทำบุญทำทานซะ แล้วป้าแพทย์ให้เหรีญพวกเรามาเหรียญนึง เป็นเหรียญ 

ให้พวกเราพกประจำตัวไว้ แล้วหมั่นบูชาท่าน ป้าแพทย์ไม่เอาเงินพวกเราสักบาทเดียวนะคะ แถวบอกแนวทางให้อีก พวกเราก็ไหว้ป้าแพทย์แล้วกลับห้องกัน ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ได้ยินเสียงเคาะจ้ะ เคาะข้างหลังรถยนต์ พวกเราก็เลยหันไปมองหน้ากันแบบคนใด? คนไหนกันเคาะ ? 

พวกเราก็เลยจับเหรียญพนมมือ แล้วกล่าวว่า “ช่วยคุ้มครองป้องกันคุ้มครองป้องกันพวกหนูให้ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากอันตรายทั้งผอง อย่าให้คราวปีศาจตัวไหมมาทำอันยี่ห้อพวกหนูได้ด้วยเถอะ” เพียงพอพวกเรากล่าวจบ มาเป็นเสียงกรี๊ดจ้ะ กรี๊ดร้องดังมากมายและหายไปเลย ทุกคนอึ้งจ้ะ แบบไม่น่าเชื่อท่านช่วยได้จริงๆ

วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ1

 

วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ1

วัยเบญจเพส เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เมื่อปีที่ผ่านมา พวกเราบอกบอกก่อนว่าพวกเราพึ่งจบการศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมา พวกเราดคอยปเรียนไป 2 ปี เพราะว่าจะต้องดำเนินการคิดบัญชีเรียนเอง พอเพียงจบพวกเราเลยคิดที่จะศึกษาต่อเลย แต่ว่าพวกเราก็จะดำเนินงานไปด้วยเรียนไปด้วย พอดิบพอดีเพื่อนพ้องที่จบไปก่อนหน้าพวกเรา เค้าฝากงานให้เป็นงานโฮเต็ล

เริ่มต้นเรื่อง วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

พวกเราจบการตลาด ต่อไปนี้ตอนสัมภาษณ์งานเสร็จ พี่ที่สัมภาษณ์ เค้าบอกพวกเราว่า “หนู อีกไม่กี่วันทำบุญทำทานเป็นจำนวนมากนะ หนักจะได้แปลงเป็นค่อย” พวกเราก็มิได้ เอะ หัวใจอะไรมากมาย เพราะเหตุว่าพอใจที่ได้งาน เพื่อนพ้องพวกเราอีกคนในช่วงเวลานี้ไปเรียนต่างถิ่น

 เคยซื้อคอนโดไว้แถวนี้แล้วคอนโดปลดปล่อยว่างมานานแล้ว ปลอดคนไปอยู่ คอนโดกว้างมากมายจ้ะ งามด้วย ระเบียงแลเห็นทิวทัศน์สมุทรงามมากมายๆมันบอกให้พวกเราไปอยู่เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่ว่าพวกเราบอกไม่ได้มึงจำเป็นต้องรับเงิน สักครู่พวกเราเช่าเอ็งอยู่ละกัน ตกลงกันไว้เแบบนี้

 พวกเราก็จัดแจงขนย้ายเข้ามาอยู่เลยอีกวัน จัดของตั้งแต่รุ่งเช้าจนกระทั่งเย็น รู้สึกเหนื่อยมากมายๆก็เลยของีบครู่หนึ่งและก็หลังจากนั้นจึงค่อยมาจัดต่อ ในขณะนั้นเวลา 2 ทุ่มกว่าๆจ้ะ เสมือนครึ่งหลับครึ่งหนึ่งตื่น พวกเราได้ยินเสียงคนคุยกันด้านข้างพวกเรา 

รู้สึกได้ว่าที่นอนฮวบลงเสมือนมีคนมานั่งหรือมานอนอะ แต่พวกเราขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ จะบอกก็เพราะอะไรได้จ้ะ เสียงที่เป็นเพศชายกล่าวเป็นภาษาอะไรไม่รู้เรื่องแต่ว่าไม่ใช่ภาษาไทยแน่นอน คุยกันหลายๆคน ความรู้สึกมีทั้งยังหญิงและเพศชาย ครู่หนึ่งได้ยินเสียงหัวเราะจ้ะ 

หัวเราะดังมากมายกๆๆด้านข้างหูพวกเรา แล้วกล่าวใส่หูพวกเราว่า ” มีสหายมาอยู่ด้วยแล้ว มาบันเทิงใจร่วมกันสิ ผู้ที่แล้วเล่นด้วยไม่สนุกเลย ” และก็หัวเราะจ้ะ ผู้ที่กล่าวข้างหูพวกเราเป็นเสียงสตรีจ้ะแต่ว่ากล่าวออกมาเป็นภาษาไทย ในตอนนั้นพวกเราบากบั่นขยับก็ขยับมิได้ 

ครู่หนึ่งเสียงเงียบไปพวกเราหลุดจ้ะ ขยับเขยื้อนตัวได้ พวกเราก็ลุกขึ้นยืนมารู้สึกอ่อนแรง อ่อนเพลียเป็นอย่างมากๆ ราวกับสู้กับอะไรสักอย่างมา ก็มองดูไปบริเวณห้อง ไม่มีอะไรจ้ะ ทุกสิ่งทุกอย่างธรรมดา ก็จัดของถัดไป กวาดของที่เลอะฝุ่นละออง 

แล้วพวกเราก็พบกระดาษแผ่นนึง เป็นชิ้นกลางไม่เล็กมากมาย วางอยู่ตรงโต๊ะที่มีไว้สำหรับใช้ในการเขียนหนังสือในห้องนอน พวกเราสะดุ้งมากมาย! ในนั้นเขียนว่า ” มีเพื่อนมาอยู่ด้วยแล้ว มาบันเทิงใจร่วมกันสิ ผู้ที่แล้วเล่นด้วยไม่สนุกเลย “

 เป็นอย่างกับที่พวกเราฝัน ก็เพียรพยายามคิดคนใดกันแน่เข้ามาในห้องพวกเราหรือป่าวประกาศ แม่บ้านหรือประกาศ หรือคนใดกันแกล้ง เพื่อนฝูงพวกเราบินกลับมาหรือประกาศ เป็นเพียรพยายามคิดไปนาๆประการหาเรื่องผลมาพินิจพิจารณาจ้ะ ยังไม่เชื่อว่าเป็นผี 

พวกเราเลยโทรไปพบเพื่อนพ้องที่เมืองนอก สหายพวกเราบอกมิได้บินกลับเพราะเหตุว่าขณะนี้ดำเนินการคิดเงิน พวกเราก็อ้าว แล้วใครกันละ หรือเราคิดมากไปเอง บางทีอาจจะติดมาจากหอพักเก่าพวกเราก็ได้ ก็เลยไม่คิดอะไร ขณะนั้น ก็มาอาบน้ำเนื่องจากอิดโรย เหนื่อยจัดของ 

ชำระล้างห้อง ตอนพวกเราอาบน้ำมีคนมาเคาะประตูส้วม พวกเราก็ธรรมดาจ้ะลืมตัวว่าอยู่ตามลำพัง ตะคอกไปว่า ” คนใดกันแน่ขา? รอคอยแแปปนึงอาบน้ำอยู่ ” อาบไปครู่หนึ่งก็เคาะอีก เราก็กำลังจะออกเดินทางไปเปิด แม้กระนั้นมานึกขึ้นได้ว่า นี่ห้องพวกเรา อยู่ตามลำพังคนเดียว 

มีเพียงแค่พวกเรากับเพื่อนพ้องที่ฝากงานให้พวกเราที่มีกุญแจ แล้วผู้อื่นเข้ามาได้ยังไง คอที่กลัวนี่ กลัวมิจฉาชีพจ้ะ มิได้รำลึกถึงผีเลย พวกเราก็ปิดฝักบัว นิ่งๆเฉยๆรอฟังเสียงอีกรอบ ต่อนี้ไปเป็นเสียงขูดประตูจ้ะ ขูดแบบเสมือนเอาเล็บขูด ดวงใจก็กลัวนะคะก็เลยตะคอกถามไปว่า คนไหนกัน !!! ไม่เล่นนะ มิเช่นนั้นจะโทรแจ้งตำรวจ เสียงตอบกลับมาเป็นเสียงหัวเราะ….อ่านต่อได้ตอน2

คำสาปบนดอย เรื่องผีที่เล่าขานต่อ ๆ กันมา

 

คำสาปบนดอย เรื่องผีที่เล่าขานต่อ ๆ กันมา

คำสาปบนดอย วิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่บนดอยสูงนั้น วัฒนธรรมพวกเขาเคยสงบหยุดนิ่งมาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกยุคใหม่มากขึ้น วัยรุ่นแต่งตัวเกาหลี วัฒนธรรมจากภายนอกหลั่งไหลเข้าไปและรับเอาโดยคนรุ่นใหม่อย่างไม่ยากเย็น วิถีเก่าๆจึงค่อยๆจืดจางลงไปตามกาลเวลา

คำสาปบนดอย เริ่มต้นจาก

ในอดีตเรือกสวนไร่นาของชาวเขา ส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน ลัดเลาะไปตามไหล่เขาไกลบ้างใกล้บ้างเนื่องจากพื้นที่ปลูกพืชที่ดีๆหายาก แต่ละครอบครัวจึงต้องเดินเข้าป่าลึกเพื่อถากถากจับจองกันเองตามกำลัง เมื่อพืชผลเจริญงอกงาม ด้วยระยะทางจากบ้านมาก็ไกลโข จึงเกิดความระแวงว่าแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเก็บเอาผลผลิตไปโดยวิสาสะจึงต้องมีพิธีกรรมบางอย่างเกิดขึ้น….

เริ่มจากตระเตรียมสำรับกับข้าวของคาวของหวานและเหล้าสำหรับเซ่นไหว้จนครบแล้ว จึงเริ่มการสวดด้วยคาถาอาคมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น คาถานั้นเป็นคำสาปแช่งให้ผู้ที่เอาของจากไร่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นให้มีอันเป็นไปหลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวก็จะสั่งคนในบ้านว่า ห้ามกินของในไร่เป็นอันขาดจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว

แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ครอบครัวนี้มีลูกหลายคน และหลายวัยเด็กชายตัวเล็กๆ ติดตามพ่อแม่ไปทำงานในไร่ทั้งพ่อทั้งแม่มัวแต่ยุ่งกับงานในไร่ จึงไม่ได้สนใจลูก ฝ่ายลูกชายที่มัวเล่นเพลิน ด้วยความหิว จึงคว้าเอาพุทราผลหนึ่งเข้าปาก และตามด้วยอีกผลด้วยความเอร็ดอร่อย กระทั่งเย็นย่ำ สามพ่อแม่ลูกจึงเดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน ภรรยาหุงหาอาหารเสร็จสรรพเรียบร้อย จึงเรียกทุกคนล้อมวงกินข้าวกัน หลังจากกินได้ไม่นาน ลูกชายคนเล็กก็ล้มลง ตัวโก่งตัวงอ ปากร้องว่า “ปวดท้องๆ”

แม่ตกใจลนลาน รีบไปหายาสมุนไพรแก้ปวดท้องมาให้กิน อาการก็ยังไม่ทุเลา คนเป็นพ่อเริ่มเอะใจว่าไม่น่าจะปวดท้องแบบธรรมดาซะแล้ว ในใจนึกว่าขออย่าให้เป็นดังที่คิดเลย ทนไม่ไหวเต็มทีจึงถามลูกว่า “ตอนกลางวัน นอกจากข้าวที่เตรียมมา แกไปกินอะไรอีก” ลูกชายฝืนใจตอบอย่างยากเย็น “พุทรา” คนเป็นพ่อตกใจ “พุทราที่ไหน” “ในไร่เรา””ฮ้า!!!…..”

พ่อใจหล่นวูบ เป็นดังที่คิดเสียแล้ว กระวีกระวาดเตรียมของจำเป็นสำหรับไหว้แล้ว คว้าไฟฉายแล้ววิ่งไปไร่ทันที หนทางไปไร่มืดสนิทมีแต่แสงไฟฉายนำทางวูบๆวาบๆ เหนื่อยแทบขาดใจจึงถึงไร่ วางเครื่องเซ่นลงจัดแจง ใจยังเต้นตุ้บๆ ปากแทบจะท่องคาถาไม่เป็นคำ หลังจากว่าคาถาคลายคำสาปแช่งเสร็จ เชื่อว่ามนต์นั้นถูกคลายแล้วอย่างแน่นอน

เก็บข้าวเก็บของเสร็จวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับมาบ้าน กระหืดกระหอบขึ้นบันได ถามเมียว่าลูกเป็นอย่างไร เมียหันหลังให้ เห็นแต่หัวกับเท้าลูกพาดบนตัก “ลูกเราเสียแล้วพี่ ฮือ..ฮือ…” คนเป็นพ่อน้ำตาคลอเบ้า แข้งขาอ่อนทรุดลงทันที เราช้าไปเสียแล้ว ใจคิดแต่โทษตัวเองว่าช่วยลูกชายไว้ไม่ได้ จึงปล่อยโฮตามเมียอีกคน

ร่างลูกถูกคลุมด้วยผ้าขาว บนหัวนอนมีโคมน้ำมันก๊าดจุดไว้ทั้งคืน รุ่งเช้าญาติพี่น้องช่วยกันจัดพิธีฝังศพตามมีตามเกิดด้วยบรรยากาศที่แสนจะโศกเศร้า ครอบครัวหนึ่ง ต้องสูญเสียลูกชายด้วยความคับแค้นใจ พืชผลในไร่กับชีวิตของลูกชาย หากแลกได้คงไม่เอาอันใดนอกจากชีวิตของลูก

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับชาวเขาด้วยกันเอง การใช้มนต์ดำเพื่อรักษาพืชผลจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง แต่สำหรับพ่อที่เสียลูกไป คงไม่อยากใช้อีกเลยตลอดชีวิต หนาวนี้หลายคนชอบไปเที่ยวดอยสูง หากเจอดอกไม้สวยๆ ผลไม้งามๆ ที่ไหนสักแห่งบนเขาแล้วคิดจะเด็ดมาชิมหรือชมแล้วละก็ไม่แน่ว่า อาจมีคำสาปพ่อเฒ่าชาวเผ่าผู้หวงแหนแฝงอยู่ก็เป็นได้

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน

 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน พอตื่นตอนเช้ามาพวกเราไปทานข้าวที่ร้านค้าป้าด้านข้างหอพัก เนื่องจากว่าอยากทราบเลยถามเอารูปให้ป้ามอง ป้ามองได้ครู่หนึ่งก็ส่งให้คนภายในร้านค้าข้าวดูบ้างทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า 

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนภาคอีสานมาเดินทางมาทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการพร้อมทั้งแฟนของเธอ เธอทำงานก่อสร้างสักที่ในจังหวัดนี้ เธอพักที่ทาว์เฮ้าท์ซอกซอย 17 อยู่กันคนไม่ใช่น้อย แฟนเธอเป็นคนหัวงู มีภรรยาน้อยและไม่ค่อยกลับมาหาเธอ เธอทำเป็นเพียงแค่รอคอยรวมทั้งตอนนี้เธอท้อง 

วันหนึ่งแฟนเธอกลับมา เธอบอกเขาท้อง แต่แฟนของเธอบอกให้เธอไปทำแท้ง แฟนของคุณเดินออกมาจากบ้านไปและไม่กลับมาอีกเลย มันทำให้เธอฆ่าตัวตาย เธอผูกคอฆ่าตัวตายในนั้น กว่าเพื่อนจะทราบก็เลิกงานแล้ว เพื่อนของเธอเลยนำศพกลับไปยังบ้านกำเนิดตายไปได้ไม่นาน 

เธอหลอกผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นหลายครั้งกระทั่งคนภายในตรอกเริ่มทยอยย้าย จนกระทั่งเหลือเพียงแค่ไม่กี่ข้างหลัง ป้าพูดว่าเธอเพิ่งจะหยุดเฮี้ยนไป 3 เดือนที่แล้วน่าพวกเราจะมาอยู่ พวกเราก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อจากนั้นไม่นานวันนั้นเป็นวันหยุดหลายวัน 

คุณครูที่หอกลับบ้านกันหมด เหลือเพียงแค่พวกเรา ในเวลาที่พวกเราเล่นเกมอยู่คงจะห้านาฬิกาเย็น พวกเราได้ยินเสียงคนตีประตูห้องน้ำปัง ปัง ปัง เสียงดังมากมันดังมาจากห้องพวกเราเอง พวกเราได้ยินพวกเราก็สะดุ้ง ตระหนกตกใจมากแต่ว่าก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอะไร

หลายวันผ่านไปเวลาฝันว่ามองเห็น ตนเองนอนอยู่บนเตียงแล้วได้ยินเสียงที่บ้านเกล็ดประตูข้างหลังห้อง แล้วพวกเราก็หันไปมอง มองเห็นเป็นมือเหี่ยวเฉา ๆ มีเล็บยาวกำลังเอามือเข้ามาในบานเกร็ด คิดว่าเป็นขโมย เลยลุกจากที่นอนแล้วไปถือมีดมาฝันที่มือนั้น 

พวกเราได้ยินเสียงกรี๊ดร้องครู่หนึ่งก็หายไป แล้วได้ยินเสียงคนตีประตูอยู่หน้าห้องแล้วเสียงก็เงียบ ครู่หนึ่งมองเห็นเป็นเงาดำๆ หญิงผมยาวยืนอยู่ปลายเตียงแล้วกล่าวว่า อยากได้สลากกินแบ่งไม่ใช่หรอ พวกเราตอบว่าใช่ หญิงคนนั้นเลยให้ลอตเตอรี่มาสองตัว 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอนตอนสุดท้าย

พวกเราเลยคิดว่าจะกลับบ้านเลยตรงลงกันว่าวันพรุ่งไปพร้อมกัน พอไปถึงที่บ้านคุณยายถามคำถามว่าเพราะอะไรซูบผอมจัง น่าดูคล้ำมากเดี๋ยววันพรุ่งพาไปวัด ตื่นรุ่งเช้ามายายพาไปวัด วัดนี้เป็นวัดป่ารวมทั้งเป็นที่เชื่อถือของคนภายในพื้นที่ เพียงพอเดินเข้าไปในศาลา พระบอกว่าโยมพาคนใครมาด้วย พวกเราก็หันหลังกลับไปมองดูก็ไม่มีใคร 

พระกล่าวว่าโยมนั่นแหละ มีคนตามมาด้วย ท่านตอบว่าเป็นหญิง พวกเราถามคำถามว่าแล้วตามมาจากไหน ท่านตอบว่าตามมาจากสถานที่ทำงาน พวกเราถามคำถามว่าแล้วเขาอยากอะไร ท่านตอบว่าแล้วโยมบอกอะไรกับเขาไว้ล่ะ พวกเราก็นั่งคิดครู่หนึ่งก็บอกขึ้นมาว่า อยากได้อะไรก็จะให้ ท่านเลยกล่าวว่านั่นแหละที่เขาตามโยมมา

พวกเราถามคำถามว่า แล้วเขาอยากอะไรท่านเลยกล่าวว่าเขาปรารถนาชีวิตของโยม ดีนะที่ดวงยังไม่ถึงคาด เจ็บไข้หลายครั้งใช่ไหมพวกเราตอบใช่จ้ะ ท่านกล่าวว่าไม่แปลกหรอกก็เขาไปไหนมาไหนกับโยมตลอด ยายถามพระว่าพอมีทางแก้ไหม ท่านเลยตอบว่ามี แต่จำต้องทำในสามวันไม่อย่างนั้นตาย ไปรดน้ำมนต์ 7 วัด วันเดียวต้องได้ 7 วัด แล้วก็จำเป็นต้องทำใน 3 วันนี้แค่นั้นแล้วเขาก็จะไม่มากมายวนอีก หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเราก็ไม่เคยพบเธออีกเลย

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน

 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน พวกเราเป็นคนภาคอีสาน จบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน พอเพียงสำเร็จการศึกษาพวกเราได้ได้โอกาสมาดำเนินงานที่ โรงเรียนที่เป็นของเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่เรียนมีหออาจารย์อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างหลังสถานศึกษา 

หมู่บ้านนี้ใหญ่มากมีตรอกจำนวนมาก ซึ่งห้องพักคุณครูจะอยู่ระหว่างตรอกที่ 17-19 ห้องเช่ามีสองชั้น พวกเราได้ห้องด้านล่างห้องลำดับที่สอง ข้างหลังห้องพวกเราเป็นบ้านร้างปลอดคนอาศัย ต้นไม้ขึ้นเกลื่อนกลาดมากมาย ต้นหญ้าวัชพืชขึ้นปกคลุมรอบๆบ้าน และก็ที่สำคัญร้านขายของชำอยู่ไกลมาก ถ้าหากจำไม่ผิดคงจะอยู่ตรอก 3 เวลาไปชื้อของก็ยืมรถจักรยานพี่ที่หอพัก

เรื่องราวเริ่มต้น แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน 

พวกเรา ถูกใจขี่จักรยานออกมาชื้อของเวลา 20.00-21.00 บ่อยๆ วันแรกที่พวกเราขี่จักรยานเพื่อไปชื้อของพวกเราปั่นไปตรอกที่ 19 ปั่นไปไม่ถึงครึ่งตรอกก็มีหมาไล่กัดอย่างจริงจัง และเห่า มันน่าขนลุกมากมาย วันถัดมาพวกเราก็ขี่จักรยานไปชื้อของอีกแม้กระนั้นต่อไปนี้พวกเราแปลงซอกซอย เป็นซอกซอยที่ 18 ปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างจากซอกซอยที่ 19 เลย วันถัดมาพวกเราก็ขี่จักรยานไปชื้อของอีกพวกเราปั่นตรอกที่ 17 

ในเวลาที่ปั่นไปก็มีความคิดว่าจะเป็นเช่นเดียวกับ 2 ซอกซอยก่อนหน้านี้ไหม ปรากฏว่าทุกสิ่งเงียบเชียบ ไม่มีหมาออกมาไล่กัดสักตัว เห่าก็ไม่มีบรรยากาศสองข้างถนนเป็นทาว์เฮ้าท์สองชั้น มัดูรกร้างต้นไม้ขึ้น ใบไม้ตกในรอบๆทาว์เฮ้าท์ มีคนอาศัยอยู่เพียงแค่ไม่กี่ข้างหลัง ทำให้มองวังเวงมากมาย แต่ว่าพวกเราก็มิได้คิดอะไรเพราะพวกเราเข้าใจแล้วว่าซอกซอยนี้ไม่เป็นอันตราย ต่อจากนั้นมาพวกเราก็ขี่จักรยานผ่านที่ตรอกนี้ประจำ

วันหนึ่งในขณะที่พวกเรากำลังนั่งเล่นเกมส์อย่างบ้าคลั่งเสียง msn ดังขึ้นเพื่อนพ้องพวกเราทักมา กล่าวว่าให้ถ่ายทำคุยกัน พวกเราก็เลยหยุดเล่นเกมแล้วถ่ายทำคุยกับเพื่อนฝูง ขณะนั้นคงจะเย็นมากมายล่ะ พวกเราเปิดไฟในห้องไว้ ไฟตรงอื่นยังมิได้เปิด (พวกเราลืมบอกไปพวกเรานั่งพักผ่อนคอมที่โต๊ะ เบือนหน้าไปที่บานเกล็ด ด้านหลังพวกเราเป็นเตียง พวกเราเปิดประตูข้างหลังห้องและก็ประตูห้องสุขาไว้ ประตูปากทางเข้าจะตรงกับประตูสุขาพอดิบพอดี ) 

ฝั่งเพื่อนมีกันอยู่ 5-7 คน เพื่อนฝูงถามคำถามว่าอยู่กับคนไหนกันแน่ พวกเราพูดว่าผู้เดียว กับหมุนกล้องถ่ายรูปให้เพื่อนฝูงมอง คุยกันได้ครู่หนึ่งพวกเราเลยบอกเพื่อนฝูงว่าจะไปเข้าส้วม พูดเสร็จพวกเราก็ลุกไปเข้าส้วมพอกลับมาปรากฏว่าเพื่อนพ้องปิดกล้องไป แล้ว พวกเราเลยถามคำถามว่าปิดเพราะอะไร เพื่อนฝูงเลยถามคำถามว่าอยู่กับคนไหน พวกเราพูดว่าอยู่เพียงลำพัง เพื่อนก็ถามย้ำอีกว่าอยู่กับใคร พวกเราก็พูดว่าอยู่ตามลำพังจริง ๆ 

แล้วก็เพื่อนก็พูดว่าในตอนที่พวกเราไปเข้าห้องน้ำ กล้องถ่ายภาพค้างหน้าห้องอาบน้ำแล้วเห็นพวกเรากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำเห็นหญิงคนหนึ่ง ผมยาวสวมเสื้อสีขาวรวมทั้งกางเกงที่มีสีเทา พวกเราไม่เชื่อที่เพื่อนบอก เพื่อนส่งรูปมาเป็นหลักฐาน ส่งพวกเราก็ชี้แจงไม่ได้แบบเดียวกันว่ามันเป็นยังไงติดตามต่อได้ภาค 2 …….

เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน สุดหน้ากลัว

เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน สุดหน้ากลัว

เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน เมืองนิวส์ออร์ลีน ไม่ว่าจะที่ไหน ๆ ก็ย่อมมีรางราวทั้งนั้น ที่ไหนเคยมีคนอยู่ที่นั่นก็ย่อมมีคนตาย แล้วคนที่ตายไม่ดีหรือยังติดห่วงเขาก็ยังไม่ไปไหน บางคนก็เล่าว่าคนตายยังคงวนเวียนในที่ ๆ ตาย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์บนโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ก่อนจะถึงยุครุ่งเรืองจะต้องผ่านการทำศึกอันทารุณและไร้มนุษยธรรมมาหลายศตวรรษจะมีความน่ากลัวขนาดไหน มาดูไปพร้อมกัน

เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน เมืองนิวส์ออร์ลีน

เมืองนี้เป็นเมืองหลวงเมืองหนึ่งที่สำคัญของประเทศและก็ยังลือชื่อที่สุดในเรื่อง ผีดุ คนกรุงต่างเคยรับรู้เรื่องเล่าหรือได้มองเห็นสิ่งแปลกที่น่าสยดสยองในสารพัดสารพันต้นแบบทั้งยัง ประเด็นการตายของคนส่วนมาก หลุมฝังศพที่มีให้มองเห็นกระจัดกระจาย ผีดูดเลือด ไปจนกระทั่งลัทธิบิดามดหมอปราบผีวูมอง โน่นเพราะว่าเคยมีโรคระบาดรุนแรง อหิวาห์รวมทั้งโรคไข้เหลืองที่เอาชีวิตชาวกรุงไปครั้งละหมื่น แต่ว่าผีที่ผู้คนจำนวนมากรู้จักก็คือ มารี ลาโม้ ผู้นำทางจิตวิญญาณวูมองที่เป็นที่รู้จักในปี 1800 ที่ได้รับความเชื่ออย่างแรงกล้าของตรงนี้ พูดกันว่าคุณรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมดทั้งปวง และก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองได้ไม่ยากคุณทำให้ผู้คนในลัทธิหันมาเชื่อถือพระแม่มารี รวมทั้งยังนำพิธีการปฏิบัติของชาวแคทอลิคเข้ามาใช้ในลัทธิวูมอง ปัจจุบันนี้อิทธิพลของมารีแล้วก็บุตรสาวที่มีต่อเงามืดที่ลัทธิวูมองในเมืองนิวออร์ลีนยังไม่เลือนหายไป ทั้งสองถูกฝังคู่กันในป่าช้า 2 ชั้นทำมาจากหินสีขาว ที่แท่นฝังศพลำดับที่ 1 ในหลุมฝังศพเซนต์ฝ่าส์

เมืองนิวส์ออร์ลีน เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน สถานที่ผีดุ

ส่วนสถานที่ที่ผีดุของตรงนี้ก็คือ บ้านหรูหราซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติสืบทอดของเดลฟีน ลอปรี่ ในปี 1831 คุณเป็นสาวอเมริกันชั้นสูง และก็น่าจะเป็นฆาตเกลื่อนกลาดสม่ำเสมอ ว่ากันว่าคุณทรมาทรกรรม ทำให้ทุพพลภาพ และก็ฆ่าข้ารับใช้ตายไปกว่า100 ศพ ตราบจนกระทั่งในปี 1834 ได้เกิดเหตุไฟเผาขึ้น เมื่อพนักงานดับเพลิงเข้าไปก็เจอข้ารับใช้ทั้งยังชาย รวมทั้งหญิงถูกล่ามโซ่บ้าง ขังในกรงสุนัขบ้าง บางบุคคลถูกทำให้เสียโฉม บางบุคคลถูกตัดอีกทั้งแขน แล้วก็ขา อีกประมาณหนึ่งถูกห้ามพูดชิดกันเพื่อไม่กินอาหารตาย แม้กระนั้นเธอคนนี้กลับรอดพ้นจากความผิดพลาด 

เพราะเหตุว่าคุณมีเครือญาติเป็นผู้ว่าราชการที่มั่งมี แต่ว่าที่แน่นอนคฤหาสน์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้มีสิ่งที่หลาย ๆ คนประสบพบเห็นในตัวบ้านได้แก่ วิญญาณหลอนพร้อมด้วยเสียงกรีด รวมทั้งเสียงหวดของแส้เป็นช่วง ๆ สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านแถวนั้นหรือคนที่ผ่านไปผ่านมาเป็นอย่างมาก เป็นที่กล่าวขานต่อ ๆ กันมาและยังไม่มีใครกล้าท้าทายเข้าไปลองพิสูจน์เพราะแค่เดินผ่านก็รู้สึกหายใจไม่ออกอึดอัดไปหมดแล้ว เรียกว่าเป็นเรื่องสยดสยองน่ากลัวอีกเรื่องนึงเลยก็ว่าได้

เรื่องเล่าผีสุดหน้ากลัว สถานที่ผีดุหอสังเกตการณ์สุดเฮี้ยนที่อังกฤษ ภาค 1

 

เรื่องเล่าผีสุดหน้ากลัว สถานที่ผีดุหอสังเกตการณ์สุดเฮี้ยนที่อังกฤษ ภาค 1

เรื่องเล่าผีสุดหน้ากลัว สถานที่ผีดุหอสังเกตการณ์สุดเฮี้ยนที่อังกฤษ Tower of London หอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน ราชสำนักหลวงดั้งเดิมที่สำคัญของอังกฤษสถานที่ผีดุที่สุดอันดับที่หนึ่งในโลก เนื่องจากตรงนี้เต็มไปด้วยเรื่องผีเรื่องราวสุดสยองขวัญในอดีตกาลอัดแน่นกันอยู่นั่นเอง

เรื่องเล่าผีสุดหน้ากลัว สถานที่ผีดุ Tower of London เรื่องผี ลอนดอน

Tower of London ที่นี้เคยเป็นวังหลวงและก็ป้อม ตั้งเด่นเป็นสง่าริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอน ความงดงามแล้วก็สง่างามของพระราชสำนักหลวงที่นี้ มาจากการก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ หอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน ข้างในมีหอสังเกตการณ์กว่า 20 ที่ แล้วก็ตึกข้างหลังใหญ่อีกหลายข้างหลัง ด้านในวงล้อมของกำแพงอันเข้มแข็งนี้ เป็นการผลิตขึ้นเพื่อคุ้มครองปกป้องการจู่โจมของชาวกรุงที่ต้านชาวนอร์มัน รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองลอนดอนจากการรุกรานของศัตรูจากข้างนอก ทั้งยังตรงนี้ใช้เป็นพระราชฐานมาจนกระทั่งพระผู้เป็นเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 จนถึงถึงตอนเปลี่ยนระบอบการปกครองของอังกฤษก็เลยมีคำบัญชาให้รื้อถอนส่วนที่เป็นพระราชสำนักทิ้งไป

ถึงแม้หอสังเกตการณ์ที่นี้ถูกผลิตมากมายว่าพันปีแล้ว แม้กระนั้นความสง่าผ่าเผยก็ยังคงอยู่ เป็นโบราณสถานโบราณที่มีคุณค่า แล้วก็เคยผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มามากมายก่ายกอง ทั้งยังเคยใช้เป็นป้อมที่ขังผู้ต้องขังที่มีบรรดาศักดิ์สูง นายจ้าง เจ้าขุนมูลนายต่างๆรวมทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับประหาร และก็ทรมาทรกรรมผู้ต้องขัง ทำให้หอสังเกตการณ์ที่นี้มีเสียงร่ำลือกันในเรื่องเกี่ยวกับการพบเห็นวิญญาณอยู่เรื่อยตั้งแต่วิญญาณเจ้าขุนมูลนาย ไปจนกระทั่งวิญญาณเคียดแค้นสุดสยองขวัญ

สถานที่ผีดุ Tower of London เรื่องเล่าผีสุดหน้ากลัว   วิญญาณพระราชโอรส

วิญญาณพระราชโอรส ที่ Bloody Tower หรือ หอสังเกตการณ์เลือด ยอดเยี่ยมในสิ่งปลูกสร้างของหอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน เคยมีประวัติเล่าว่า พระผู้เป็นเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 รวมทั้ง พระราชโอรสริชาร์ด ดยุคที่ยอร์ก สองญาติพี่น้องผู้สืบทอดราชบัลลังก์อังกฤษ ได้ล่องหนไปอย่างปัญหาในหอสังเกตการณ์เลือดที่นี้ บ้างก็ว่าเหตุเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการฆ่าเด็กน้อยทั้งคู่เพื่อชิงราชบัลลังก์ของคนภายในวงศ์สกุลภายหลังพระผู้เป็นเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 สิ้นพระชนม์ไปแต่ว่าสิ่งที่ยังคงอยู่ในใจของผู้ดีอังกฤษซึ่งก็คือ วิญญาณของพระราชโอรสทั้งคู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหอสังเกตการณ์เลือดที่นี้ โดยมีการบรรยายกันปากต่อปากว่า มองเห็นวิญญาณของเด็กน้อย 2 คนภายในชุดขาว จับมือกันรวมทั้งเลือนหายเข้าไปในกำแพงของหอสังเกตการณ์เลือด

หอสังเกตการณ์อันสวยสดงดงาม และก็เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ที่อังกฤษ “Tower of London” ยังคงเปิดให้นักเดินทางเข้าไปดูความสง่า ค่าทางศิลป์ และก็ความยิ่งใหญ่ แต่ว่าในความแข็งแกร่งของหอสังเกตการณ์นั้น ยังสะท้อนถึงความน่าสยอง เรื่องราวสุดสยองขวัญ รวมทั้งน่าห่อเหี่ยวใจอย่างบอกไม่ถูก เรื่องเล่าผีในลอนดอนยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีวิญญาณที่รอคอยและวนเวียนในที่นั้น ๆ อยู่มากเดี๋ยวจะมีภาค 2 มาให้ได้หาอ่านกันอย่าพลาดรอชมภาค 2 กันได้เลย

ตำนานผีในอดดีต เรื่องเล่าสุดสยอง

 

ตำนานผีในอดดีต เรื่องเล่าสุดสยอง

ตำนานผีในอดดีต สุดสยองที่เป็นเรื่องจริง แถมบางเรื่องยังเอามาสร้างเป้นหนังให้เราได้ดูกัน แต่ละเรื่องแค่อ่านก็ว่าน่ากลัวแล้ว เอามาสร้างเป็นหนังยิ่งสยอง พาคิดภาพตามไปอีก ทำเอาไม่กล้าจะไปไหนคนเดียวแล้ว จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปตามอ่านกันเลย

ตำนานผีในอดดีต อเล็กซานเดอร์ ซอวี่นี

ตำนานประเด็นนี้มาจากประเทศสก็อตแลนด์ ในตอนต้นศตวรรษที่ 15 -16 โดยซอว์นี่ บีน (อเล็กซานเดอร์ ซอวี่นี) เป็นคนเกียจคร้าน มีนิสัยขุ่นเคืองร้าย ถูกใจใช้กำลัง รวมทั้งคงจะมีลักษณะอาการทางจิตใจอีกด้วย ซึ่งเขาได้ดำรงชีวิตคู่กับสตรีคนหนึ่งที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน เริ่มเดินทางหาที่อาศัยอาศัยตามถ้ำ และก็หาเลี้ยงตัวด้วยการปล้นฆ่านักทัศนาจรที่ผ่านไปผ่านมาในรอบๆนั้น 

พวกเขาได้ให้กำเนิดบุตรสาว 6 คน แล้วก็ลูกชาย 8 คน ที่ห่วยไปกว่านั้นลูก ๆ ของเขากลับมีเซ็กส์ร่วมกัน ออกลูก คลอดหลานที่สติไม่สมประกอบ รวมแล้ว 32 คน แล้วก็ออกมาไล่ฆ่าคนเพื่อนำมาทำเป็นของกินดำรงชีวิต เป็นตำนานที่น่ากลัวมากมายๆผู้ใดกันแน่ถูกใจท่องเที่ยวตามป่า ตามเขา ควรจะมีหลอนกันบ้างแน่นอน

ตำนาน Babysitter Upstairs

Babysitter Upstairs เป็นเรื่องเล่าที่ฮิตของอเมริกาตลอดกาลที่เกี่ยวกับหญิงสาวที่รับเลี้ยงเด็กเวลาพ่อแม่ไม่อยู่บ้านในตอนกลางคืน โดยเฉพาะคืนนั้นเป็นคืนที่มีพายุหนัก และบ้านที่รับจ้างขนาดใหญ่ที่ว่าจ้างให้เธอรับเลี้ยงเด็ก และเมื่อเด็กนอนหลับเธอก็เริ่มได้รับโทรศัพท์แปลกโทรมา เมื่อเธอรับ เธอตกใจมากเมื่อปลายสายบอกว่าเขาจะมารับเธอ

 ด้วยความตกใจเธอเรียกตำรวจ ไม่กี่นาทีต่อมาตำรวจก็มาถึง ตำรวจเรียกเธอเพื่อบอกสิ่งที่พวกเขาสืบ โดยพวกเขาบอกเธอว่าสายมาจากภายในบ้าน และบางทีมันอาจจะอยู่ข้างบนบ้านแต่กระนั้นจะการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก็ไม่พบคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านเลยสักคน และนี้คือหนึ่งในเรื่องที่นิยมจนถูกนำไปทำภาพยนตร์สยองขวัญในเวลาต่อมา

มือตะขอ ตำนานผีในอดดีต เรื่องสุดท้าย

เป็นตำนานที่เลื่องลือในตอน 1940 เรื่องราวมีอยู่ว่ามีวัยรุ่นคู่หนึ่ง พวกเขาเป็นคู่รักกัน ทั้งสองกำลังขับรถยนต์กินลมชมวิว ฟังเพลงโรแมนติกอยู่ แล้วก็ด้วยบรรยากาศเปิดโอกาสทั้งสองเกิดอารมณ์ทางเพศ ทั้งสองจูบอย่าง ทั้งสองเลยคิดจะหยุดรถยนต์ทางเปลี่ยวเพื่อทำธุระที่ว่า 

ในขณะที่พวกเขากำลังหาที่เปลี่ยวนั้นเอง เพลงโรแมนติกก็หยุดลงพร้อมด้วยข่าวเร่งด่วน ว่ามีคนโรคจิตหนีออกมา โดยแจ้งลักษณะไปว่าเป็นคนซูบผอมตัวสูงมือซ้ายเป็นมือตาขอ หญิงสาวกลัวเลยให้ผู้ชายพาคุณกลับบ้าน ผู้ชายบอกว่าไม่ต้องกลัวคนร้ายที่ว่าอยู่ไกลเกินกว่าจะมาที่นี้ได้ 

เมื่อถึงที่เหมาะทั้งคู่ก็ร่วมรักกัน เมื่อเวลาผ่านไป หญิงสาวได้ยินเสียงขูดนอกรถ เสียงได้ดังใกล้เข้ามา หญิงสาวเริ่มรู้สึกกลัวบอกให้แฟนหยุดกิจกรรม แต่สักพักเสียงก็เงียบไป ทั้งสองหันไปที่ข้างหลังรถก็ไม่เจออะไรที่ผิดปกติ แต่ว่าหญิงสาวกลุ้มใจบอกให้ออกรถหนีไปจากที่นี้ซะ 

ชายหนุ่มเลยจำเป็นต้องออกรถตามหญิงสาวขอ รวมทั้งเมื่อทั้งสองไปสถานที่ไม่มีอันตราย ก็พบว่าที่ประตูรถยนต์ของพวกเขามีมือตาขอเกี่ยวอยู่ และก็แล้วประตูรถยนต์ก็เปิดออกมันใช้ตาขอเกี่ยวชายหนุ่มออกนอกรถ หญิงสาวกรีดรวมทั้งปิดประตู แล้ควบคุมสติออกรถในทันทีโดยไม่ทันไปดู พอกลับมาถึงหน้าบ้านคุณก็พบว่าประตูจับรถยนต์นั้นเปรอะเลือดเต็มไปหมด เรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังมากที่สุด

เรื่องเล่าผี สถานที่ผีดุ Tower of London ภาค 2