ปลาวัวจมูกสั้น ปลาสะแงะ ปลาน้ำเค็ม

ปลาวัวจมูกสั้น ปลาสะแงะ
ปลาวัวจมูกสั้น (อังกฤษ: Short-nosed tripodfish; ประเทศญี่ปุ่น: ギマ) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็มชนิดหนึ่งซึ่งสามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำกร่อยจนเกือบเป็นน้ำจืดได้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Triacanthus biaculeatus อยู่ในตระกูลปลาวัวจมูกสั้น (Triacanthidae)

มีรูปร่างตัวป้อม ด้านข้างแบน นัยน์ตาใหญ่ จมูกและจะงอยปากสั้นกว่าปลาวัวในตระกูลอื่นๆครีบหลังยาวแยกเป็น 2 ตอน ตอนแรกมีก้านครีบเป็นหนามแข็ง ปลายแหลม ตอนหลังอ่อนนิ่ม ครีบหางใหญ่ปลายเว้ารูปวงเดือน พื้นลำตัวเป็นสีเงิน ปนสีเขียว นิยมอยู่เป็นฝูง บริเวณชายฝั่งทะเลแถบป่าชายเลนหรือชายฝั่ง และปากแม่น้ำ ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลเปอร์เซียจนถึงทะเลแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดโตเต็มที่ 30 ซม. กินอาหารจำพวก สัตว์ทะเลขนาดเล็กกว่า

ไม่จัดเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่นิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม ที่มักมีผู้นำมาขายและปรับภาวะให้อาศัยในน้ำกร่อยหรือน้ำจืดได้ แต่โดยมากจะไม่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ตลอด โดยจะค่อยๆกินอาหารน้อยลง และก็ตายไปในที่สุด หากจะเลี้ยงจึงจะต้องปรับค่าความเค็มและรักษาค่าพารามิเตอร์ของน้ำให้เหมือนกับน้ำทะเลให้ดี จึงทำให้ปลาอยู่รอดมีชีวิตได้ตามปกติ
การจำแนกชั้นทางด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Tetraodontiformes
ตระกูล: Triacanthidae
สกุล: Triacanthus
สปีชีส์: T. biaculeatus
ชื่อทวินาม
Triacanthus biaculeatus
(Bloch, 1786)
ชื่อพ้อง
Triacanthus brevirostris (Temminck & Schlegel, 1850)
Balistes biaculeatus (Bloch, 1786)

ปลาสะแงะ
ปลาสะแงะ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Anguilla bengalensis) เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนปลาไหล จัดอยู่ในตระกูลปลาตูหนา (Anguillidae) จัดเป็นปลาในสกุลปลาตูหนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย โดยสามารถยาวได้ถึง 1 เมตร หรือ 1.5 เมตร ในตัวเต็มวัยครีบอกมีสีจาง ครีบหลังอยู่ค่อนไปทางด้านท้ายของลำตัว ลำตัวข้างหลังมีสีเทาคล้ำอมเหลืองและมีประสีจางและคล้ำผสมกันคล้ายกับลายหินอ่อน ท้องมีสีน้ำตาลอมเหลือง พบมากในแม่น้ำสาละวินและสาขาในจังหวัดตาก และ แม่ฮ่องสอน และยังสามารถพบได้เป็นครั้งคราวในแม่น้ำของภาคใต้ฝั่งตะวันตก เมืองนอกเจอได้ในบริเวณแม่น้ำชายฝั่งของประเทศอินเดีย, พม่า และทวีปแอฟริกาแถบตะวันออก

ปลาสะแงะ มีบันทึกว่าพบครั้งแรกและสร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็น คือ มีผู้จับได้ในลำคลองบางกะปิที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พุทธศักราช 2469 ด้วยความใหญ่โตของลำตัว ทำให้บางคนเชื่อว่า เป็นปลาไหลไฟฟ้าบ้าง บางคนก็คิดว่าเป็นพญานาค หรือมังกร โดยปลาตัวนั้นมีขนาดความยาว 65 ซม.

ว่ากันว่า ปลาชนิดนี้สามารถส่งเสียงร้องคล้ายเสียงเด็กทารกได้ด้วยในเวลากลางคืน

ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกและแถบภาคตะวันตกไปจนถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีชื่อพื้นเมืองภาษากะเหรี่ยงว่า “หย่าที”

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดย่อย Anguilla bengalensis bengalensis พบได้ในทวีปเอเชีย และ Anguilla bengalensis labiata พบได้ในทวีปแอฟริกา

เป็นปลาที่พบน้อย หายาก เนื้อมีรสชาติอร่อย ราคาแพง และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาสะแงะ
Anguilla bengalensis bengalensis.jpg
ชนิดย่อย Anguilla bengalensis bengalensis ที่อินเดีย
สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Anguilliformes
สกุล: Anguillidae
สกุล: Anguilla
สปีชีส์: A. bengalensis
ชื่อทวินาม
Anguilla bengalensis
(Gray, 1831)
ชนิดย่อย
Anguilla bengalensis bengalensis
Anguilla bengalensis labiata
ชื่อพ้อง
Muraena bengalensis Gray, 1831

สถานที่ท่องเที่ยว ชุมพร

สถานที่ท่องเที่ยว ชุมพร


ดอยตาพร้อย
ดอยตาพร้อย หรือ cowboy coffee camp คาเฟ่สไตล์ในสวนหน้าร้อนแลเห็นทิวทัศน์ทิวเขาอันเขียวชอุ่ม มาพร้อมการออกแบบรวมทั้งตกแต่งในสไตล์คาวบอยแคมป์ปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นตะบองเพชรสุดเก๋ตามทางเดิน บ้านก่ออิฐพร้อมห้องใต้หลังคา แถมยังมีหัวโบฮีเมียน อินเดียนแดง เป็นพร๊อบเท่ๆให้กับบรรยากาศ หรือจะหลบร้อนมานั่งในห้องเครื่องปรับอากาศเย็นๆที่ตกแต่งในสไตล์รังโจรสุดเท่ พร้อมสั่งเครื่องดื่มที่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งยังรายการอาหารกาแฟ น้ำโซดา นมสด รวมทั้งไฮไลท์สุดน่ารักน่าเอ็นดูอย่างคัพขนมเค้กตะบองเพชรที่พลาดมิได้

ที่อยู่ : บ้านสามแยกถ้ำแมลงเต่าทอง หมู่4 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกๆวัน เวลา 12.00-19.00 น.

Facebook : ดอยตาพร้อย

Rolly café

ค๊อฟฟี่ช็อปสไตล์สโลวบาร์เล็กๆริมทะเลดีไซน์ได้สวยอบอุ่น เหมาะสมกับการจับมือแฟนมานั่งดูบรรยากาศชายหาดสุดโรแมนติก แต่ว่าแม้จะอยู่ริมทะเล ก็ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องแดดร้อน เนื่องจากตรงนี้เป็นคาเฟ่ไม้แบบ indoor เปิดรับลมทะเลมาพร้อมของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์แล้วก็สีสันสะดุดตา ด้านเครื่องดื่มพูดได้ว่าเอาอกเอาใจคอกาแฟสุดๆเพราะว่าทางร้านค้าคัดเลือกเมล็ดกาแฟชั้นดีเลิศมาครีเอทรายการอาหารต่างๆนอกเหนือจากนี้ยังมีรายการอาหารนมรวมทั้งน้ำโซดาสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟด้วย และที่พลาดไม่ได้เป็นเบเกอรี่แบบ Homemade ที่ทำแบบสดใหม่ทุกวันกันเลยทีเดียว

ที่อยู่ : 14 18 ปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00-17.00 น.

Facebook : Rolly café


เครดิตรูปภาพที่เอามาจาก Facebook Rolly café

Old time beach camp
ช่วงเวลาดีๆมักมาพร้อมความอร่อย และบรรยากาศที่ดีต่อใจ และแน่นอนว่าที่ Old time beach camp มาครบอีกทั้งบรรยากาศดีๆชายทะเล ด้วยพื้นที่ร้านค้าแบบ open air ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้หวายเข้าชุดเข้ารอย พร้อมมุมถ่ายภาพสไตล์เกาะบาหลี รับรองว่านอกจากจะได้ชมทิวทัศน์ทะเลแบบ 180 องศาแล้ว ยังได้รูปกลับไปโพสต์อีกมากมาย แต่ที่พลาดไม่ได้ คือ ชุดส้มตำ ลาบ และยำรสแซ่บ รวมทั้งเครื่องดื่มชื่นบานอีกทั้งแบบโซดา น้ำผลไม้ นมสด กาแฟแบบร้อนและเย็น รวมถึงเบเกอรี่รสละมุนอย่าง ห้องครัวซอง ชีสขนมเค้ก แล้วก็รายการอาหารอื่นอีกเยอะแยะ

ที่อยู่ : 3180 ตำบล สะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 13:00 – 23:00 น.

Facebook : Old time beach camp


เครดิตรูปภาพที่นำมาจาก Facebook Old time beach camp

Minimal café

เอาอกเอาใจสายไม่นิมอล ไปเช็คอินที่ Minimal café สมชื่อ ตัวร้านค้าออกแบบในทรงสามเหลี่ยมสะดุดตา ด้วยปูนเปลือยแบบลอฟท์ผสมกับฝาผนังลายก้อนอิฐสีขาว ส่วนภายในร้านค้าน่าดึงดูดไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเป็นคาเฟ่เล็กๆแต่ว่าจัดวางมุมต่างๆได้อย่างพอดีด้านเมนูอาหารน่าดึงดูดด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นของทานเล่นอย่าง เมี่ยงหมูสามชั้น ก๋วยเตี๋ยวหลอดกากหมู และเครื่องดื่มสูตรพิเศษสำหรับคู่รักสุขภาพ ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะเติมความหาน ด้วยหญ้าหวาน หรือน้ำตาลคีโต แถมเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น น้ำมะม่วงปั่น กระชายน้ำผึ้งมะนาวน้ำโซดา และก็ขนมหวานฯลฯ

ที่อยู่ : 94/4 ถนน เขาเงิน ตำบล ขันเงิน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 07:00 – 20:00 น.

Facebook : Minimal café

สิ่งที่ควรรู้ หากอยากขับรถเกียร์ธรรมดาให้ปลอดภัย

หลายๆคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า รถยนต์นั้นมีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์ออโต้ แต่สำหรับเครื่องยนต์เกียร์ธรรมดาจะนั้นขึ้นชื่อในเรื่องความทนทานและบำรุงรักษาง่ายกว่า แต่ไม่ว่าจะทนทานขนาดไหน เราก็ต้องมีการดูแลอย่างสม่ำเสมอด้วย

วันนี้เราจึงมี สิ่งที่ควรรู้ หากอยากขับรถเกียร์ธรรมดาให้ปลอดภัย มาฝากทุกคนกัน การที่เราจะขับรถอะไร เราก็จำเป็นต้องมีความรู้เอาไว้เพื่อความปลอดภัยด้วย

1. ไม่วางเท้าบนแป้นคลัทช์
เพราะการวางเท้าบนแป้นคลัทช์ด้วยน้ำหนักมากจนเกินไป จะทำให้ชุดคลัทช์เกิดการเสียดสีจนทำให้คลัทช์หมดได้ บางกรณีอาจทำให้เกิดอาการคลัทช์ไหม้ได้อีกด้วย

2. ไม่เหยียบคลัทช์ค้างไว้ขณะจอดติดไฟแดง
แม้ว่าผู้ที่ขับรถเกียร์ธรรมดาส่วนใหญ่จะใส่เกียร์ว่างขณะรถจอดติดไฟแดง เพราะไม่อยากเหยียบคลัทช์ให้เมื่อยขา แต่บางคนก็เลือกที่จะเข้าเกียร์พร้อมกับเหยียบคลัทช์ค้างเอาไว้ในบางโอกาส เนื่องจากต้องการความรวดเร็วในการออกตัว แต่การเหยียบคลัทช์ค้างไว้ จะทำให้ลูกปืนคลัชท์เสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น ทางที่ดีจึงควรใส่เกียร์ว่างทุกครั้งเมื่อรถหยุด

3. ใช้เกียร์สูงขณะที่ความเร็วต่ำ
ไม่ควรใช้เกียร์สูงในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ (ยกตัวอย่างเช่น ใช้เกียร์ 5 ขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำเพียง 40 กม./ชม.) โดยเฉพาะการเหยียบคันเร่งจมมิด เพราะจะเป็นการฉุดกำลังเครื่องยนต์ เร่งไม่ขึ้น อีกทั้งยังเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุอีกด้วย ทางที่ดีควรใช้ตำแหน่งเกียร์ที่เหมาะสมในแต่ละย่านความเร็ว

4. ไม่ควรวางมือไว้บนคันเกียร์
หลายคนมักใช้คันเกียร์เป็นที่พักมือ (ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้) ซึ่งในกรณีเกียร์ออโต้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่สำหรับเกียร์ธรรมดานั้น หากกดน้ำหนักมือมากจนเกินไป จะสร้างแรงกดไปยังก้ามปูเกียร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการหลวมจนเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นได้

5. ไม่เร่งเครื่องขณะจอดติดทางชัน
หากรถจอดติดทางชัน ไม่ควรใช้วิธีเร่งเครื่องเพื่อป้องกันรถไหล เพราะอาจทำให้คลัทช์ไหม้ได้ ทางที่ดีควรเหยียบเบรก ปลดเกียร์ว่าง แล้วจึงดึงเบรกมือค้างไว้ หากกลัวว่ารถจะไหลไปข้างหลังขณะออกตัว ให้ใช้วิธีดึงเบรกมือจนสุด เร่งเครื่องยนต์ตามปกติ จากนั้นจึงปลดเบรกมือลง จะช่วยให้รถไม่ไหลลงทางชัน แต่ทางที่ดีควรฝึกขับเกียร์ธรรมดาให้คุ้นชิน เพื่อจะได้กะระยะปล่อยคลัทช์ได้อย่างแม่นยำ

สำหรับ สิ่งที่ควรรู้ หากอยากขับรถเกียร์ธรรมดาให้ปลอดภัย ที่เรานำมานั้น ก็เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การจะขับรถอย่างปลอดภัยได้ ก็จำเป็นต้องมีสติ มาธิให้ดี ไม่ว่อกแว่กออกนอกเส้นทางด้วย

กาลเวลาของสองเรา..

 

     ย้อนกลับไปในอดีตกาลในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นเรื่องกาลเวลาของสองเรา..    มีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งด้านสามีมีชื่อว่า “ถิรเจต” เป็นหัวหน้าทหารนำรบจึงต้องออกรบเพื่อช่วยประเทศชาติ และด้านภรรยามีชื่อว่า”อินอร”เป็นนางพยาบาล ก่อนฝ่ายชายจะออกรบครั้งสุดท้ายได้ให้คำมั่นสัญญากับฝ่ายหญิงว่าเขาจะกลับมาให้ได้ หลังจากนั้นฝ่ายชายก็ออกรบ ฝ่ายหญิงได้แต่เฝ้ารอคอยวันที่ฝ่ายชายจะกลับมาจากการรบ แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าฝ่ายชายก็ไม่กลับมาสักที จนในที่สุดก็มีเพื่อนของฝ่ายชายได้กลับมาและได้บอกกับฝ่ายหญิงว่าฝ่ายชายได้ตายในสงครามฝ่ายหญิงเสียใจมากและได้ตรอมใจตายตามไปในที่สุด 

     (ตัดมาในปัจจุบัน) มีหญิงสาวผู้หนึ่งกิริยามารยาทเรียบร้อย เหมือนสาวชาววัง ที่มีชื่อว่า “อินทิรา หรือว่า อิน” เป็นนักประวัติศาสตร์ รอบรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองในสมัยอดีต อินวิเคราะห์เหตุการณ์ในสมัยอดีตช่วงรัชกาลที่6 และสงครามโลกครั้งที่1ทำให้อินสนใจเป็นอย่างมาก อินได้นั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่1 และเปิดไปเจอกับรูปหญิงชายคู่หนึ่ง ซึ่งฝ่ายหญิงมีลักษณะใบหน้าคล้ายกับอิน แต่ฝ่ายชายอินรู้สึกเหมือนเคยรู้จักมาก่อน  อินนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่นานจนแม่นำอาหารว่างมาให้ และในขณะนั้นแม่ได้เห็นรูปที่อินเปิดเจอเมื่อครั้งแรก แม่จึงบอกอินว่า ผู้ชายในรูปคือปู่ทวดของอินเอง และข้างๆก็คือย่าทวดของอิน อินเมื่อได้ฟังก็รู้สึกปวดหัวเหมือนนึกเหตุการณ์ในอดีตได้ หลังจากอินได้รู้ว่าผู้ชายและผู้หญิงในรูปเป็นปู่ทวดและย่าทวดของอิน อินก็ได้ฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตอยู่บ่อยครั้ง ฝันได้เห็นแค่เหตุการณ์บางช่วงบางตอนเท่านั้น ในเช้าวันหนึ่งอินได้เข้าไปในที่ทำงานและได้พบกับชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “เจต” เป็นหัวหน้าแผนกใหม่ของอิน อินคุ้นหน้าเจตมาก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

     จนในขณะที่อินนั่งทำงานและกำลังศึกษาเกี่ยวเรื่องสงครามโลกครั้งที่1อยู่ เจตก็ได้เดินเข้ามาหาอิน ทั้งคู่ดูเหมือนคุ้นหน้ากันทั้งคู่แต่นึกไม่ออก เจตได้บอกอินว่าเขาก็กำลังศึกษาเรื่องนี้เหมือนกัน เขาคุ้นหน้าอินเหมือนเคยเห็นในหนังสือ และอินก็นึกออกว่าเจตหน้าตาคล้ายปู่ทวดของเขา ทั้งคู่นั่งคุยกันสักพักจนถูกชะตา เลยชวนกันไปไหว้พระในขณะที่กำลังขับรถไปได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้สติ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล วิญญาณของทั้งคู่ได้หลุดไปในอดีตในช่วงสงคราม ทั้งคู่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอินก็ได้ปู่ทวดและน่าทวดของตัวเองที่กำลังออกรบและรักษาผู้ป่วย ภาพตัดไปที่โรงพยาบาลทั้งหมอทั้งพยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจของอินและเจตอยู่นานนับหลายครั้ง ในสุดท้ายชีพจรของทั้งคู่ก็กลับมา  พ่อแม่ของทั้งสองคนได้มาที่โรงพยาบาลและเมื่อทั้งสองเจอหน้ากันก็กลายเป็นว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองฝ่ายเดินไปเยี่ยมอินและเจตด้วยกัน และในขณะนั้นอินได้ฟื้นขึ้นมา

     และขอไปเยี่ยมเจต อินถามเจตว่าจำอะไรได้ไหม เจตบอกกับอินว่าจำได้ทุกอย่าง ทั้งคู่ได้คุยกันและหลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ได้ศึกษาเรื่องเหตุการณ์ในอดีตอย่างจริงจัง และทั้งคู่ก็ได้รู้ว่า อินคือย่าทวด และเจตคือปู่ทวดของอิน เขาทั้งสองทำตัวไม่ถูก อินจึงขอตัวกลับบ้าน เจตมีความในใจที่ยังไม่ได้บอกอินคือเขานั้นรักอินมานานแล้ว เขาเข้ามาทำงานที่นี่ก็เพราะอิน หลังจากวันนั้นอินก็ขอลางาน เหมือนพยายามจะหลบหน้าเจต เจตรู้ดีและเขาจะไม่ปล่อยไว้แบบนี้ เขาจึงไปหาอินที่บ้านและสารภาพกับอินว่าเขารักอิน อินไม่เชื่อใจเจตคิดว่าเจตรักเขาเพราะเขาเป็นคนรักในอดีตของเจต อินจึงให้เจตพิสูจน์ เจตตามดูแลเอาใจใส่อินอยู่นาน จนสุดท้ายอินใจอ่อนและยอมคบกับกับเจต หลังจากคบกันได้5ปี ทั้งคู่ก็ตกลงแต่งงานกัน  จบบริบูรณ์