วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ1

วัยเบญจเพส เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เมื่อปีที่ผ่านมา พวกเราบอกบอกก่อนว่าพวกเราพึ่งจบการศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมา พวกเราดคอยปเรียนไป 2 ปี เพราะว่าจะต้องดำเนินการคิดบัญชีเรียนเอง พอเพียงจบพวกเราเลยคิดที่จะศึกษาต่อเลย แต่ว่าพวกเราก็จะดำเนินงานไปด้วยเรียนไปด้วย พอดิบพอดีเพื่อนพ้องที่จบไปก่อนหน้าพวกเรา เค้าฝากงานให้เป็นงานโฮเต็ล

เริ่มต้นเรื่อง วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

พวกเราจบการตลาด ต่อไปนี้ตอนสัมภาษณ์งานเสร็จ พี่ที่สัมภาษณ์ เค้าบอกพวกเราว่า “หนู อีกไม่กี่วันทำบุญทำทานเป็นจำนวนมากนะ หนักจะได้แปลงเป็นค่อย” พวกเราก็มิได้ เอะ หัวใจอะไรมากมาย เพราะเหตุว่าพอใจที่ได้งาน เพื่อนพ้องพวกเราอีกคนในช่วงเวลานี้ไปเรียนต่างถิ่น

 เคยซื้อคอนโดไว้แถวนี้แล้วคอนโดปลดปล่อยว่างมานานแล้ว ปลอดคนไปอยู่ คอนโดกว้างมากมายจ้ะ งามด้วย ระเบียงแลเห็นทิวทัศน์สมุทรงามมากมายๆมันบอกให้พวกเราไปอยู่เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่ว่าพวกเราบอกไม่ได้มึงจำเป็นต้องรับเงิน สักครู่พวกเราเช่าเอ็งอยู่ละกัน ตกลงกันไว้เแบบนี้

 พวกเราก็จัดแจงขนย้ายเข้ามาอยู่เลยอีกวัน จัดของตั้งแต่รุ่งเช้าจนกระทั่งเย็น รู้สึกเหนื่อยมากมายๆก็เลยของีบครู่หนึ่งและก็หลังจากนั้นจึงค่อยมาจัดต่อ ในขณะนั้นเวลา 2 ทุ่มกว่าๆจ้ะ เสมือนครึ่งหลับครึ่งหนึ่งตื่น พวกเราได้ยินเสียงคนคุยกันด้านข้างพวกเรา 

รู้สึกได้ว่าที่นอนฮวบลงเสมือนมีคนมานั่งหรือมานอนอะ แต่พวกเราขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ จะบอกก็เพราะอะไรได้จ้ะ เสียงที่เป็นเพศชายกล่าวเป็นภาษาอะไรไม่รู้เรื่องแต่ว่าไม่ใช่ภาษาไทยแน่นอน คุยกันหลายๆคน ความรู้สึกมีทั้งยังหญิงและเพศชาย ครู่หนึ่งได้ยินเสียงหัวเราะจ้ะ 

หัวเราะดังมากมายกๆๆด้านข้างหูพวกเรา แล้วกล่าวใส่หูพวกเราว่า ” มีสหายมาอยู่ด้วยแล้ว มาบันเทิงใจร่วมกันสิ ผู้ที่แล้วเล่นด้วยไม่สนุกเลย ” และก็หัวเราะจ้ะ ผู้ที่กล่าวข้างหูพวกเราเป็นเสียงสตรีจ้ะแต่ว่ากล่าวออกมาเป็นภาษาไทย ในตอนนั้นพวกเราบากบั่นขยับก็ขยับมิได้ 

ครู่หนึ่งเสียงเงียบไปพวกเราหลุดจ้ะ ขยับเขยื้อนตัวได้ พวกเราก็ลุกขึ้นยืนมารู้สึกอ่อนแรง อ่อนเพลียเป็นอย่างมากๆ ราวกับสู้กับอะไรสักอย่างมา ก็มองดูไปบริเวณห้อง ไม่มีอะไรจ้ะ ทุกสิ่งทุกอย่างธรรมดา ก็จัดของถัดไป กวาดของที่เลอะฝุ่นละออง 

แล้วพวกเราก็พบกระดาษแผ่นนึง เป็นชิ้นกลางไม่เล็กมากมาย วางอยู่ตรงโต๊ะที่มีไว้สำหรับใช้ในการเขียนหนังสือในห้องนอน พวกเราสะดุ้งมากมาย! ในนั้นเขียนว่า ” มีเพื่อนมาอยู่ด้วยแล้ว มาบันเทิงใจร่วมกันสิ ผู้ที่แล้วเล่นด้วยไม่สนุกเลย “

 เป็นอย่างกับที่พวกเราฝัน ก็เพียรพยายามคิดคนใดกันแน่เข้ามาในห้องพวกเราหรือป่าวประกาศ แม่บ้านหรือประกาศ หรือคนใดกันแกล้ง เพื่อนฝูงพวกเราบินกลับมาหรือประกาศ เป็นเพียรพยายามคิดไปนาๆประการหาเรื่องผลมาพินิจพิจารณาจ้ะ ยังไม่เชื่อว่าเป็นผี 

พวกเราเลยโทรไปพบเพื่อนพ้องที่เมืองนอก สหายพวกเราบอกมิได้บินกลับเพราะเหตุว่าขณะนี้ดำเนินการคิดเงิน พวกเราก็อ้าว แล้วใครกันละ หรือเราคิดมากไปเอง บางทีอาจจะติดมาจากหอพักเก่าพวกเราก็ได้ ก็เลยไม่คิดอะไร ขณะนั้น ก็มาอาบน้ำเนื่องจากอิดโรย เหนื่อยจัดของ 

ชำระล้างห้อง ตอนพวกเราอาบน้ำมีคนมาเคาะประตูส้วม พวกเราก็ธรรมดาจ้ะลืมตัวว่าอยู่ตามลำพัง ตะคอกไปว่า ” คนใดกันแน่ขา? รอคอยแแปปนึงอาบน้ำอยู่ ” อาบไปครู่หนึ่งก็เคาะอีก เราก็กำลังจะออกเดินทางไปเปิด แม้กระนั้นมานึกขึ้นได้ว่า นี่ห้องพวกเรา อยู่ตามลำพังคนเดียว 

มีเพียงแค่พวกเรากับเพื่อนพ้องที่ฝากงานให้พวกเราที่มีกุญแจ แล้วผู้อื่นเข้ามาได้ยังไง คอที่กลัวนี่ กลัวมิจฉาชีพจ้ะ มิได้รำลึกถึงผีเลย พวกเราก็ปิดฝักบัว นิ่งๆเฉยๆรอฟังเสียงอีกรอบ ต่อนี้ไปเป็นเสียงขูดประตูจ้ะ ขูดแบบเสมือนเอาเล็บขูด ดวงใจก็กลัวนะคะก็เลยตะคอกถามไปว่า คนไหนกัน !!! ไม่เล่นนะ มิเช่นนั้นจะโทรแจ้งตำรวจ เสียงตอบกลับมาเป็นเสียงหัวเราะ….อ่านต่อได้ตอน2

คำสาปบนดอย เรื่องผีที่เล่าขานต่อ ๆ กันมา