ปลากะพงลาย ปลาเสือตอลายใหญ่

ปลากะพงลาย
ปลากะพงลาย (อังกฤษ: Silver tiger fish, American tiger fish) เป็นปลาน้ำกร่อยชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Datnioides polota อยู่ในตระกูลปลาเสือตอ (Datnioididae)

มีรูปร่างคล้ายกับปลาในตระกูลนี้ทั่วไป แต่ทว่ามีช่วงปากและรูปทรงลำตัวที่เรียวยาวรวมทั้งแหลมกว่าปลาเสือตอลายใหญ่ (D. pulcher) หรือ ปลาเสือตอลายเล็ก (D. undecimradiatus) รวมทั้งมีสีของลำตัวออกขาวเหลือบเงินและเขียวแวววาว ลายแถบสีดำบนลำตัวมีขนาดเรียวเล็ก ลายแถบตรงข้อหางแถบสุดท้ายเป็นขีดขาดกันแลดูคล้ายจุดสองขีด

ขนาดความยาวเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30 ซม. นับว่าใกล้เคียงกับปลาเสือตอลายเล็ก

พบกระจายพันธุ์บริเวณปากแม่น้ำหรือป่าโกงกางชายฝั่งทะเลที่เป็นน้ำกร่อย ตั้งแต่อินเดียจนถึงปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย

ปลากะพงลายเป็นปลาที่นิยมตกกันเป็นเกมกีฬา และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงามเช่นเดียวกับปลาในตระกูลเดียวกันชนิดอื่นๆซึ่งในบางครั้งจะมีชื่อเรียกในการค้าขายว่า “ปลาเสือตอแปดริ้ว”, “ปลาเสือตอบางปะกง” หรือ “ปลาเสือตอน้ำกร่อย”

นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเรียกอื่น อีก เช่น “ปลาลำพึง”, “ปลาลำพัง”, “ปลากะพงแสม” หรือ “ปลากะพงหิน” ฯลฯ
ปลากะพงลาย
Datnioides polota (Hamilton, 1822).jpg
สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)1
การจำแนกชั้นทางด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Perciformes
ตระกูล: Datnioididae
สกุล: Datnioides
สปีชีส์: D. polota
ชื่อทวินาม
Datnioides polota
(Hamilton, 1822)
ชื่อพ้อง

ปลาเสือตอลายใหญ่
ปลาเสือตอลายใหญ่ (อังกฤษ: Siamese tigerfish, Finescale tigerfish) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Datnioides pulcher เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลปลาเสือตอ (Datnioididae)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะ
มีรูปร่างแบนข้าง ปากยาวสามารถยืดได้ ครีบก้นเล็กมีก้านครีบแข็ง 3 ชิ้น ครีบหลังแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกเป็นก้านครีบแข็งมีเงี่ยง 13 ชิ้น ตอนหลังเป็นครีบอ่อน พื้นลำตัวสีเหลืองน้ำตาลจนถึงสีส้มอมดำ มีแถบสีดำคาดขวางลำตัวในแนวเฉียงรวมทั้งสิ้นประมาณ 5–6 แถบ หรือ 7 แถบ โดยมีแถบเส้นที่ 3 เริ่มต้นที่ระหว่างก้านครีบแข็งของครีบหลังอันที่ 1 และ 2 (ซึ่งต่างจากปลาเสือตออินโดนีเซีย (D. microlepis) ซึ่งเคยรวมเป็นชนิดเดียวกัน ที่มีจุดเริ่มต้นของแถบเส้นที่ 3 ที่จุดเริ่มต้นของก้านครีบแข็งที่หลังอันที่ 1 พอดี3) ส่วนหัวมีลักษณะลาดเอียงมาก เกล็ดเป็นแบบสาก มีลักษณะนิสัยอยู่เป็นฝูงเล็กๆใต้น้ำ โดยมักจะอาศัยบริเวณใกล้ตอไม้หรือโพรงหินด้วยการอยู่ลอยตัวอยู่นิ่งๆหัวทิ่มลงเล็กน้อย หากินในเวลากลางคืน โดยกินอาหารแบบฉกงับ อาหารอาทิเช่น สัตว์น้ำขนาดเล็กและแมลงต่างๆมีขนาดลำตัวโตสุดประมาณ 40 ซม. น้ำหนักหนักได้ถึง 7 กิโล

พฤติกรรม
ปลาเสือตอลายใหญ่ พฤติกรรมในการกินอาหาร คือ มักจะกินเฉพาะอาหารที่มีชีวิตหรือเคลื่อนไหวได้เท่านั้น หากจะให้กินอาหารที่ตายจะต้องใช้ระยะเวลาในการฝึก น้อยรายมากที่จะฝึกให้กินอาหารเม็ดได้

การกระจายพันธุ์
อาศัยอยู่ตามแม่น้ำสายใหญ่ในภาคกลางของประเทศไทย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำแม่กลอง, แม่น้ำท่าจีน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่น แม่น้ำโขงและสาขา ในต่างประเทศเจอที่กัมพูชาและเวียดนาม

โดยเฉพาะที่ บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งพบได้มากที่สุด และเป็นที่ขึ้นชื่อมากเพราะมีรสชาติอร่อย กล่าวกันว่า ใครไปถึงบึงบอระเพ็ดแล้ว ไม่ได้กินปลาเสือตอ ถือว่าไปไม่ถึง แต่ปัจจุบัน ไม่มีรายงานการพบมานานแล้ว จนเชื่อว่าใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติแล้วในประเทศไทย

การอนุรักษ์
ปลาเสือตอลายใหญ่เป็นปลาที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายในประเทศไทย เป็นสัตว์น้ำจืดคุ้มครองของกรมประมงร่วมกับปลาชนิดอื่น อีก 3 ชนิด (ปลาตะพัด (Scleropages formosus), ปลาหมูอารีย์ (Ambastaia sidthimunki) และก็ ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์ (Oreoglanis siamensis)) ซึ่งหากใครจะค้าขายหรือเพาะเลี้ยงต้องได้รับการอนุญาตก่อน

เป็นปลาที่ได้รับความนิยมมากจากนักเลี้ยงปลาสวยงาม เพราะมีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เมื่อเวลาล่าเหยื่อจะกางครีบทุกครีบ ก่อนจะฉก แม้จะมีราคาที่แพง เพราะหายาก ปลาที่มีขายในตลาดปลาสวยงามทุกวันนี้ นำเข้าจากประเทศกัมพูชาและเวียดนาม แม้ปัจจุบัน มีผู้เพาะพันธุ์ได้แล้วจากการผสมเทียม แต่ยังได้ผลไม่แน่นอนและไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ก็ยังมีความพยายามอยู่จากทั้งภาครัฐ4และเอกชน

หลวงมัศยจิตรการและ ศาสตราจารย์โชติ สุวัตถิ ได้กล่าวถึงปลาเสือตอลายใหญ่ไว้ในปี พุทธศักราช 2503 ว่า

ปลาชนิดนี้มีรูปร่างและลายคล้ายปลาเสือ จึงได้ชื่อว่าเป็นปลาเสือไปด้วย แต่พ่นน้ำไม่ได้ เป็นปลาที่ทนทาน และสามารถเลี้ยงไว้ในอ่างแก้วได้ โดยให้เนื้อและกุ้งเป็นอาหาร นับว่าเป็นปลาที่สวยงามชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้นิยมรับประทานเพราะเนื้อแน่นแสนอร่อย เฉพาะที่ปากน้ำโพ ปลาชนิดนี้ขายได้ราคาดี แต่นานๆจะมีมาตลาดสักคราวหนึ่ง

ปลาวัวจมูกสั้น ปลาสะแงะ ปลาน้ำเค็ม

ปลาวัวจมูกสั้น ปลาสะแงะ
ปลาวัวจมูกสั้น (อังกฤษ: Short-nosed tripodfish; ประเทศญี่ปุ่น: ギマ) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็มชนิดหนึ่งซึ่งสามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำกร่อยจนเกือบเป็นน้ำจืดได้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Triacanthus biaculeatus อยู่ในตระกูลปลาวัวจมูกสั้น (Triacanthidae)

มีรูปร่างตัวป้อม ด้านข้างแบน นัยน์ตาใหญ่ จมูกและจะงอยปากสั้นกว่าปลาวัวในตระกูลอื่นๆครีบหลังยาวแยกเป็น 2 ตอน ตอนแรกมีก้านครีบเป็นหนามแข็ง ปลายแหลม ตอนหลังอ่อนนิ่ม ครีบหางใหญ่ปลายเว้ารูปวงเดือน พื้นลำตัวเป็นสีเงิน ปนสีเขียว นิยมอยู่เป็นฝูง บริเวณชายฝั่งทะเลแถบป่าชายเลนหรือชายฝั่ง และปากแม่น้ำ ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลเปอร์เซียจนถึงทะเลแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดโตเต็มที่ 30 ซม. กินอาหารจำพวก สัตว์ทะเลขนาดเล็กกว่า

ไม่จัดเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่นิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม ที่มักมีผู้นำมาขายและปรับภาวะให้อาศัยในน้ำกร่อยหรือน้ำจืดได้ แต่โดยมากจะไม่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ตลอด โดยจะค่อยๆกินอาหารน้อยลง และก็ตายไปในที่สุด หากจะเลี้ยงจึงจะต้องปรับค่าความเค็มและรักษาค่าพารามิเตอร์ของน้ำให้เหมือนกับน้ำทะเลให้ดี จึงทำให้ปลาอยู่รอดมีชีวิตได้ตามปกติ
การจำแนกชั้นทางด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Tetraodontiformes
ตระกูล: Triacanthidae
สกุล: Triacanthus
สปีชีส์: T. biaculeatus
ชื่อทวินาม
Triacanthus biaculeatus
(Bloch, 1786)
ชื่อพ้อง
Triacanthus brevirostris (Temminck & Schlegel, 1850)
Balistes biaculeatus (Bloch, 1786)

ปลาสะแงะ
ปลาสะแงะ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Anguilla bengalensis) เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนปลาไหล จัดอยู่ในตระกูลปลาตูหนา (Anguillidae) จัดเป็นปลาในสกุลปลาตูหนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย โดยสามารถยาวได้ถึง 1 เมตร หรือ 1.5 เมตร ในตัวเต็มวัยครีบอกมีสีจาง ครีบหลังอยู่ค่อนไปทางด้านท้ายของลำตัว ลำตัวข้างหลังมีสีเทาคล้ำอมเหลืองและมีประสีจางและคล้ำผสมกันคล้ายกับลายหินอ่อน ท้องมีสีน้ำตาลอมเหลือง พบมากในแม่น้ำสาละวินและสาขาในจังหวัดตาก และ แม่ฮ่องสอน และยังสามารถพบได้เป็นครั้งคราวในแม่น้ำของภาคใต้ฝั่งตะวันตก เมืองนอกเจอได้ในบริเวณแม่น้ำชายฝั่งของประเทศอินเดีย, พม่า และทวีปแอฟริกาแถบตะวันออก

ปลาสะแงะ มีบันทึกว่าพบครั้งแรกและสร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็น คือ มีผู้จับได้ในลำคลองบางกะปิที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พุทธศักราช 2469 ด้วยความใหญ่โตของลำตัว ทำให้บางคนเชื่อว่า เป็นปลาไหลไฟฟ้าบ้าง บางคนก็คิดว่าเป็นพญานาค หรือมังกร โดยปลาตัวนั้นมีขนาดความยาว 65 ซม.

ว่ากันว่า ปลาชนิดนี้สามารถส่งเสียงร้องคล้ายเสียงเด็กทารกได้ด้วยในเวลากลางคืน

ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกและแถบภาคตะวันตกไปจนถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีชื่อพื้นเมืองภาษากะเหรี่ยงว่า “หย่าที”

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดย่อย Anguilla bengalensis bengalensis พบได้ในทวีปเอเชีย และ Anguilla bengalensis labiata พบได้ในทวีปแอฟริกา

เป็นปลาที่พบน้อย หายาก เนื้อมีรสชาติอร่อย ราคาแพง และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาสะแงะ
Anguilla bengalensis bengalensis.jpg
ชนิดย่อย Anguilla bengalensis bengalensis ที่อินเดีย
สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Anguilliformes
สกุล: Anguillidae
สกุล: Anguilla
สปีชีส์: A. bengalensis
ชื่อทวินาม
Anguilla bengalensis
(Gray, 1831)
ชนิดย่อย
Anguilla bengalensis bengalensis
Anguilla bengalensis labiata
ชื่อพ้อง
Muraena bengalensis Gray, 1831

ปลาตาเหลือกยาว

ปลาตาเหลือกยาว
ปลาตาเหลือกยาว (อังกฤษ: Ladyfish, Tenpounder; ชื่อวิทยาศาสตร์: Elops machnata) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็มชนิดหนึ่งที่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำกร่อยหรือน้ำจืดได้ อยู่ในตระกูลปลาตาเหลือกยาว (Elopidae) มีรูปร่างคล้ายปลาตาเหลือก (Megalops cyprinoides) ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ต่างสกุลกัน แต่อยู่อันดับเดียวกัน โดยที่ปลาตาเหลือกยาวมีรูปร่างที่เปรียวยาวกว่า

อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล บริเวณมหาสมุทรอินเดีย สามารถปรับตัวให้อาศัยอยู่ในน้ำกร่อยหรือน้ำจืดได้ พฤติกรรมและนิเวศวิทยาคล้ายคลึงกับปลาตาเหลือก

มีความยาวเต็มที่ได้ถึง 1 เมตร นิยมตกเป็นเกมกีฬา
ปลาตาเหลือกยาว
Elops machnata 01.jpg
การแบ่งชั้นด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Elopiformes
ตระกูล: Elopidae
สกุล: Elops
สปีชีส์: E. machnata
ชื่อทวินาม
Elops machnata
Forsskål, 1775

ปลาตีน
ปลาตีน เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลย่อย Oxudercinae ในสกุลปลาบู่ กระจัดกระจายจำพวกอยู่ทั่วไปตามชายทะเลโคลนและป่าชายเลนในเขตร้อนตั้งแต่เขตมหาสมุทรแอตแลนติก ชายฝั่งแอฟริกาจนถึงทวีปเอเชียแปซิฟิก มีความยาวลำตัวแตกต่างออกไปตั้งแต่เพียงแต่ไม่กี่ซม. ในประเภท Zappa confluentus จนกระทั่งเกือบหนึ่งฟุต ในชนิด Periophthalmodon schlosseri
ลักษณะพิเศษรวมทั้งพฤติกรรม
หัวมีขนาดโต มีตาหนึ่งคู่ตั้งอยู่ส่วนบนสุดของหัวโปนออกมาเห็นได้ชัด ดวงตาสามารถกรอกไปมาได้ จึงใช้มองเห็นได้ดีเมื่อพ้นน้ำ สามารถเคลื่อนที่บนบกได้ โดยใช้ครีบอกที่แข็งแรงลื่นตัวไปตามพื้นเลนและสามารถกระโดดได้ด้วย แล้วก็สามารถดำรงชีวิตอยู่บนบกได้เป็นเวลานานเพราะเหตุว่ามีอวัยวะพิเศษอยู่ข้างเหงือกซึ่งสามารถเก็บความเปียกชื้นจากน้ำได้ และจะสูดอากาศบนบกเข้าปาก เพื่อนำออกสิเจนเข้าไปผสมกับน้ำเพื่อหายใจผ่านเหงือกเสมือนปลาทั่วๆไป ด้วยเหตุดังกล่าว ปลาตีนก็เลยจำเป็นต้องประพฤติตนให้อาจจะความชุ่มชื้นอยู่ตลอด1 ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ตำแหน่งของปากอยู่ปลายสุดของหัวขนานกับพื้น ทำมาหากินในเวลาน้ำลด โดยใช้ปากดูดรับประทานอาหารชนิดสัตว์น้ำขนาดเล็กในพื้นเลน ทำให้ดูผิวเผินเหมือนสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมากกว่าปลา

ปกติปลาตีนจะอาศัยอยู่รวมกันหลายตัวไม่มีออกนอกเขตของตัวเอง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปลาตีนตัวผู้จะมีสีเข้มขึ้นและมีอาณาเขตของการสืบพันธุ์ โดยจะมีการสร้างหลุมซึ่งมันจะใช้ปากขุดโคลนมากมายอง บนปากหลุม เรียกว่า หลุมปลาตีน และมีพฤติกรรมหวงอาณาเขตเมื่อมีปลาตีนตัวอื่นรุกล้ำ โดยจะแสดงการกางครีบหลังขู่ และเคลื่อนที่เข้าหาผู้รุกล้ำในทันที ปลาตีนเพศผู้และตัวเมียจะผสมพันธุ์ในหลุมที่ตัวผู้ขุดไว้

แหล่งที่อยู่ในประเทศไทย
อาศัยในป่าชายเลนในประเทศไทยมีกระจายเป็นตอนๆริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดชลบุรี, จังหวัดตราด เรื่อยลงไปถึงจังหวัดปัตตานี ส่วนทางฝั่งทะเลอันดามันพบตั้งแต่จังหวัดระนองลงไปสุด ชายแดนไทยที่จังหวัดสตูล

สำหรับปลาตีนชนิดที่พบได้ในประเทศไทย ได้แก่ Periophthalmus barbarus, Periophthalmodon schlosseri และ Boleophthalmus boddarti โดยมีชื่อเรียกต่างๆกันออกไป เช่น จุมพรวด, ตุมพรวด, กำพุด, กระจัง หรือ ไอ้จัง ฯลฯ

ปลาตีน
Unidentified 1453 – Laem Phak Bia.jpg
ปลาจุมพรวด หรือ ปลาตีนจุดฟ้า (Boleophthalmus boddarti) ที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้นใหญ่: Osteichthyes
ชั้น: Actinopterygii
อันดับใหญ่: Acanthopterygii
อันดับ: Perciformes
อันดับย่อย: Gobioidei
วงศ์: Gobiidae
วงศ์ย่อย: Oxudercinae
สกุล
Apocryptes
Apocryptodon
Boleophthalmus
Oxuderces
Parapocryptes
Periophthalmodon
Periophthalmus
Pseudapocryptes
Scartelaos
Zappa

ชื่อพ้อง
Periophthalminae
Periophthalmidae

ปลากระเบนบัว (Dasyatidae) เป็นปลากระเบนที่อยู่ในน้ำจืด

ปลากระเบนบัว
ปลากระเบนบัว
(อังกฤษ: Whitenose whipray, Bleeker’s whipray; ชื่อวิทยาศาสตร์: Himantura uarnacoides) เป็นปลากระเบนชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลปลากระเบนธง (Dasyatidae) เป็นปลากระเบนที่อยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายปลากระเบนลายเสือ (H. oxyrhyncha) ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก มีจะงอยปากยื่นแหลมกว่า ขอบครีบกว้างกว่า พื้นลำตัวสีนวลหรือสีน้ำตาลแดง ไม่มีลวดลายใดๆกลางหลังมีเกล็ดเป็นตุ่มหยาบๆด้านล่างสีขาว และมีลักษณะคล้ายกับปลากระเบนทะเลชนิด H. fai และ H. pastinacoides

เป็นปลาที่ถูกบรรยายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย พีเตอร์ บลีกเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์ในปี คริสต์ศักราช 1852 บลีกเกอร์เป็นศัลยแพทย์ของกองทัพที่ทำงานเป็นเวลา 20 ปี ให้กับบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ในอินโดนีเซีย มีตัวอย่างปลาสะสมมากกว่า 12,000 ชิ้น เมื่อบลีกเกอร์เดินทางกลับเนเธอร์แลนด์ก็ได้ตัวอย่างกลับไปด้วย โดยส่วนใหญ่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในไลเดิน

ส่วนหางยาวได้กว่า 80 เซนติเมตร หรือ 1 เมตร โคนหางมีเงี่ยงแหลมมีพิษ 1 หรือ 2 ชิ้น ที่เมื่อหักหรือหลุดไปแล้วสามารถงอกใหม่ได้ ไม่มีแผ่นหนังที่หาง ขนาดลำตัวกว้างโดยเฉลี่ย 40 ซม. น้ำหนักโดยเฉลี่ย 5 กก. แต่ก็มีรายงานว่าเคยพบตัวที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.5 เมตร น้ำหนักกว่า 65 กิโลกรัม หากินตามพื้นท้องน้ำโดยอาหารได้แก่ ปลาขนาดเล็ก, สัตว์หน้าดิน, และสัตว์มีเปลือก จะว่ายขึ้นมาหากินบริเวณผิวน้ำบ้างเป็นบางครั้ง

เป็นปลาที่พบน้อย โดยพบแต่เฉพาะบริเวณปากแม่น้ำในภาคใต้ และพบที่ทะเลสาบสงขลาตอนในที่เป็นส่วนของน้ำจืด ที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา และก็ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่าเคยพบที่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

ตัวมีลักษณะกลมเหมือนใบบัว จึงเป็นที่มาของชื่อ

ปลากระเบนบัว มีชื่อเรียกเป็นภาษาใต้ว่า “ปลากระเบนหัวเลี่ยม” แปลว่า “ปลากระเบนหัวแหลม”

อนึ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ของปลากระเบนบัวยังไม่เป็นที่แน่นอน เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นปลากระเบนชนิดเดียวกันกับ H. lobistoma ซึ่งถูกอนุกรมวิธานในปี คริสต์ศักราช 2006 พบกระจายพันธุ์ที่น่านน้ำแถบเกาะบอร์เนียวและเกาะชวา แต่ปลากระเบนบัวมีแถวฟันน้อยกว่า ในบางข้อมูลจะใช้ชื่อว่า H. aff. lobistoma โดยในปี คริสต์ศักราช 1995 มีรายงานของกรมประมงระบุว่า ในช่วงปี คริสต์ศักราช 1991–1992 เคยจับได้ปริมาณมากถึง 5 ตัน แต่ว่าถัดมาในปี คริสต์ศักราช 1994 จับได้เพียงแค่ไม่กี่ตัวแค่นั้น เดี๋ยวนี้เป็นปลาที่หายากมาก โดยชาวประมงในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน รายงานว่าเคยพบเห็นว่ายเฉียดผิวน้ำ และในปี คริสต์ศักราช 2006–2007 ก็มีการจับได้ลูกปลาขนาดเล็กเพียง 2 ตัว เท่านั้น ดังนั้นอาจจะต้องตั้งเป็นตัวอย่างต้นแบบในการบรรยายทางวิทยาศาสตร์ใหม่

ปลากระเบนบัว
Himantura uarnacoides.jpg
สถานะการอนุรักษ์

ไม่มั่นคง (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับใหญ่: Batoidea
อันดับ: Myliobatiformes
ตระกูล: Dasyatidae
สกุล: Himantura
สปีชีส์: H. uarnacoides
ชื่อทวินาม
Himantura uarnacoides
(Bleeker, 1852)
ชื่อพ้อง
Himantura bleekeri (Blyth, 1860)
Trygon uarnacoides Bleeker, 1852

ปลาไวเปอร์กับปลาแบล็คสวอลโล ปลาทะเลน้ำลึก

ปลาไวเปอร์กับปลาแบล็คสวอลโล

ปลาไวเปอร์ (อังกฤษ: Viperfish) เป็นปลาในสกุลChauliodus มีลำตัวยาวส่วนมากสีของมันจะดำสนิทมันมีฟันเหมือนเข็มยาวและคมมากมีขากรรไกรเหมือนบานพับ ปลาไวเปอร์นั้นถือเป็นนักล่าขนาดเล็กเนื่องจากมันมีขนาดยาวประมาณ 30-60 ซม.เท่านั้นแต่มันก็อาศัยอยู่ในความลึกถึง 80–1,520 เมตรซึ่งในความมืดมิดนั้น มันจะมีการเรืองแสงเป็นจุดๆที่เรียกว่า photophores เป็นลายไปตามท้องของมัน มีทั้งหมด 9 จำพวก ส่วนมากอายุโดยเฉลี่ย 15-30 ปีในช่วงเวลากลางวันพวกมันจะอยู่บริเวณน้ำลึกในเวลากลางคืนส่วนใหญ่อยู่ในเขตน่านน้ำเขตร้อน

ลักษณะ

ปลาไวเปอร์จะมีสีเขียวออกดำมีฟันยาวแล้วก็คมมันไม่สามารถที่จะปิดปากได้สนิดเนื่องจากฟันที่ยาวของมันพวกมันสามารถอยู่ได้แม้ไม่ได้กินอาหารเป็นเวลานานเหมือนปลาทะเลลึกชนิดอื่น3 พวกมันมีอายุขัยได้ถึง40-30ปีแต่อาจอยู่ไม่ถึงเนื่องจากจะตกเป็นเหยือของฉลามและโลมา พวกมันสามารถว่ายน้ำได้ไม่เร็วมากนักตัวของมันนั้นถึงดูเหมือนปกคลุมด้วยเกล็ดแต่มันไม่ใช่เพราะพวกมันมีสารที่ไม่รู้จักปกคลุมด้วยสารเคลือบใส่ที่ไม่รู้จัก

ที่อยู่อาศัย

เนื่องจากพวกมันเป็นปลาน้ำลึกที่มนุษย์ทำการสำรวจได้ยากจึงไม่ค่อยมีใครทราบถึงการดำรงชีวิตของพวกมันมากนัก แต่ปลาไวเปอร์จะสามารถพบได้ในบริเวณน้ำที่ลึก 1,000 ถึง 4,000 เมตรโดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส

การล่า

การล่าเหยือของปลาไวเปอร์นั้นจะใช่ความนิ่งไม่ขยับเขยื้อนตัวและใช่สีตัวที่ดำสนิดให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบๆนั้นเพื่อเหยือไม่สามารถสังเกตได้โดยพวกมันอาจรอเป็นชั่วโมงเมื่อเจอเหยือพวกมันจะงับและสังหารเหยือด้วยฟันที่แหลมคนของพวกมันจากการผ่าซากเพื่อตรวจสอบกระเพาะอาหารจะพบว่ามีปลาเรืองแสงและปลาทะเลลึกประเภทต่างๆ

ชนิดและสายพันธ์
Chauliodus barbatus (Lowe, 1843).
Chauliodus danae Regan & Trewavas, 1929.
Chauliodus dentatus Garman, 1899.
Chauliodus macouni Bean, 1890.
Chauliodus minimus Parin & Novikova, 1974.
Chauliodus pammelas Alcock, 1892.
Chauliodus schmidti (Regan & Trewavas, 1929).
Chauliodus sloani Bloch & Schneider, 1801.
Chauliodus vasnetzovi Novikova, 1972.

ปลาแบล็คสวอลโล

ปลาแบล็คสวอลโล (อังกฤษ: Black swallower)เป็นสายพันธุ์ปลาทะเลลึกในเชื้อสาย Chiasmodontidae เป็นที่รู้จักด้วยความสามารถของมันทีสามารถกลืนปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าตนเองได้ มันมีการแพร่กระจายไปทั้งโลกในเขตร้อนและเขตหุบเขาใต้ทะเลลึกภูเขาใต้ทะเลที่มีความลึก 700-2,745 เมตร (2,297-9,006 ฟุต)1 เป็นปลาทะเลลึกที่แพร่พันธุ์ได้แพร่หลายมาก

ลักษณะ

ปลาแบล็คสวอลโลเป็นปลาขนาดเล็กที่มีความยาวสูงสุด 25 เซนติเมตร (9.8 นิ้ว) 1 ร่างกายมีความยาวและไม่มีเกล็ดรวมทั้งมีสีน้ำตาล – ดำสม่ำเสมอ ศีรษะยาวมีปากแหลมตามีขนาดปานกลางและมีปากที่ใหญ่ ขากรรไกรล่างยื่นออกมาทางด้านบน ขากรรไกรทั้งสองข้างเรียงรายไปด้วยแถวของฟันที่คมซึ่งจะเชื่อมต่อกันสนิดเมื่อปิดปาก ฟันสามซี่แรกของขากกรรไกรบนและล่างคือเขียวที่มีขนาดใหญ่กว่าฟันปกติ กระดูกสันหลังมีขนาดเล็ก ครีบทีคลีออกมามีความยาว 12-15 (ปกติ 13) รังสี; ครีบอุ้งเชิงกรานมีขนาดเล็กและมีรังสี 5 ดวง ครีบหลังทั้งสองข้างแรกมีหนาม 10-12 ก้าน ครีบก้นกระดูกสันหลังมีหนาม 26-29 รัศมีอ่อน ครีบหางมีร่องด้วยรังสีเอกซ์ 9 ดวง เส้นข้างเป็นต่อเนื่องกับรูขุมขนสองส่วนต่อส่วนของร่างกาย 34

การล่า

ChiasmodonNigerFord.jpg
ปลาแบล็คสวอลโลสามารถกินอาหารที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันเองได้หลายเท่าตัวเมื่อกลืนเข้าไปเหยือจะค่อยๆคดตัวเข้าไปในกระเพาะขนาดใหญ่พิเศษที่สามารถใหญ่กว่าเดิมได้หลายเท่าตัว การที่มันกินอาหารขนาดใหญ่เข้าไปนั้นอาจทำให้เมื่อถึงเวลาย่อยจะมีการปลดปล่อยก๊าซจำนวนหนึ่งทำให้มันต้องขึ้นไปที่ผิวน้ำจึงทำให้เราสามารถพบเจอพวกมันได้นั้นเอง

การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์นั้นจะเป็นการวางไข่ซึ่งไข่อยู่ในทะเลนั้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.1-1.3 มม. (0.043-0.051 นิ้ว) แล้วก็มีเม็ดสีเข้มซึ่งกระจายทั่วไปและเมื่อตัวอ่อนที่เพิ่งฟักออกมาจะมีเม็ดสีเข็มตรงด้านหน้าของดวงตาจนถึงปลายหางแล้วเม็ดสีเหล่านี้หายจะไปในที่สุดและร่างกายจะมืดลงโดยรวมเป็นสีดำ

ปลาฉลามกรีนแลนด์ ปลาทะเลน้ำลึก

ปลาฉลาม ฉลามกรีนแลนด์

ฉลามกรีนแลนด์ (อังกฤษ: Greenland shark, gray shark, ground shark, gurry shark; ชื่อวิทยาศาสตร์: Somniosus microcephalus) เป็นปลากระดูกอ่อนประเภทหนึ่งจำพวกฉลาม ในตระกูลฉลามสลีปเปอร์ (Somniosidae)

ฉลามกรีนแลนด์เป็นฉลามกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประเภทหนึ่ง ถือว่ารองมาจากฉลามขาว เพราะเหตุว่าบางทีอาจยาวได้ถึง 24 ฟุต และก็มีน้ำหนักได้ถึง 2,500 ปอนด์ แม้กระนั้นขนาดโดยเฉลี่ยทั่วๆไปยาว 2.44–4.8 เมตร (8.0–16 ฟุต) และมีน้ำหนักราว 400 กิโล (880 ปอนด์) ฉลามกรีนแลนด์มีผิวหนังที่หนาหยาบเสมือนกระดาษทรายสีเทาเข้มเกือบจะดำ ครีบข้างหลังเป็นเพียงแค่โหนกสั้นๆแตกต่างจากฉลามทั่วๆไป

มีขากรรไกรกว้าง มีฟันที่คมเรียงกันเป็นแนว บนขากรรไกรบน 48–52 ซี่ ในขณะขากรรไกรด้านล่างมีโดยประมาณ 50–52 ซี่ ใช้สำหรับจับอาหารให้แน่นและงับเหยื่อ รวมทั้งสะบัดให้ขาด

ระยะเวลานานก่อนจึงจะสามารถรับประทานได้ เนื้อเมื่อหั่นมาแล้วจะมีสีขาวบาง กระนั้นก็ยังคงมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นปัสสาวะอยู่ดี เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็ยังคงมีกลิ่นติดอยู่ในปากไปอีกนาน[3] จนได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่มีกลิ่นฉุนที่สุดในโลกฉลามกรีนแลนด์ พบกระจายพันธุ์อยู่ในแถบน้ำที่หนาวเย็นมีอุณหภูมิเพียงแต่ 10 ถึง -6 องศาเซลเซียส ในแถบอาร์กติก เช่น กรีนแลนด์, ไอซ์แลนด์, ประเทศนอร์เวย์ ถือได้ว่าเป็นฉลามที่อาศัยอยู่ในซีกโลกตอนเหนือที่สุด นอกเหนือจากนั้นแล้วยังอาศัยอยู่ในความลึกกว่า 2,000 ฟุตจากผิวน้ำ3

โดยเหตุนี้ วงจรชีวิตของฉลามกรีนแลนด์จึงยังไม่มีชื่อเสียงเท่าไรนัก มั่นใจว่ากินปลาและสัตว์น้ำประเภทต่างๆตามพื้นทะเลเป็นอาหาร รวมถึงซากสัตว์ขนาดใหญ่ที่ตายลงน้ำด้วย ดังเช่นว่า หมีขั้วโลก, ม้า, กวางแคริบู เนื่องจากมีการผ่าพบซากสัตว์เหล่านี้ในกระเพาะอาหาร6 และเชื่อว่าด้วยขนาดและรูปร่างกอปรกับถิ่นที่อยู่อาศัย ก็เลยเป็นสาเหตุของความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ในแม่น้ำหรือมหาสมุทรในแถบซีกโลกทางเหนือ ตัวอย่างเช่น สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์
แม้ว่าจะยังไม่มีชื่อเสียงมากเท่าไรนัก แต่ว่าชาวไวกิงหรือชาวไอซ์แลนด์ได้รับประทานเนื้อฉลามกรีนแลนด์มานานนับเป็นพันปีแล้ว โดยมีการกระทำการประมงจนถึงเป็นอุตสาหกรรม โดยเรือประมงที่ใช้เอ็นเบ็ดน้ำลึกยาวถึง 1 ไมล์ หรือ 1 ไมล์ครึ่ง และก็มีช่วงเวลาการออกเรือเป็นช่วงๆเวลา ซึ่งบางทีอาจทิ้งเวลานานถึงยาวนานหลายสัปดาห์หรือยาวนานหลายเดือน เนื้อของฉลามกรีนแลนด์เมื่อกินใหม่ๆจะมีภาวะเป็นพิษ จำเป็นต้องผ่านวิธีการรักษาอาหาร ดังเช่นว่า หมักและก็ตากแห้ง (ในภาษาไอซ์แลนด์เรียกว่า เฮาค้างตล์) เป็นเป็นระยะเวลานานก่อนจึงจะสามารถรับประทานได้ เนื้อเมื่อหั่นมาแล้วจะมีสีขาวบาง กระนั้นก็ยังคงมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นปัสสาวะอยู่ดี เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็ยังคงมีกลิ่นติดอยู่ในปากไปอีกนาน[3] จนได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่มีกลิ่นฉุนที่สุดในโลก

ปลาฉลามกรีนแลนด์

In the last couple minutes of the last dive of the field season we found the largest fish we have ever encountered with the ROV, a Greenland Shark.

Somniosus microcephalus okeanos.jpg
สถานะการอนุรักษ์

ใกล้ถูกคุกคาม (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับ: Squaliformes
วงศ์: Somniosidae
สกุล: Somniosus
สปีชีส์: S. microcephalus
ชื่อทวินาม

รีวิวหนัง หนัง บอสฉันขยันเชือด – My Boss is a Serial Killer

รีวิวหนัง

เรื่องย่อหนัง บอสฉันขยันเชือด – My Boss is a Serial Killer

หนัง Boss-Chan-Ka-Yan-Chued หรือชื่อไทยว่า บอสฉันขยันเชือด จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพระเอกสุดเนี้ยบตลอดกาลอย่าง ก้อง สหรัฐ ต้องมารับบทเป็นอดีตฆาตกรโรคจิต! My Boss is a Serial Killer เป็นเรื่องราวของแก๊งค์หนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่อยู่ๆก็ไปแอบล่วงรู้ความลับของเจ้านายตนเอง(รับบทบาทโดย ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา) ว่าบอสใหญ่ของพวกเขาเคยมีอดีตเป็นฆาตกรโรคจิตต่อเนื่อง! แล้วจะอยู่เฉยได้อย่างไร เมื่อที่ทำงานลุกเป็นไฟ ปฏิบัติขุดคุ้ยอดีตและสืบหาความลับอันแสนระทึกที่มาพร้อมกับความสนุกสนานแล้วก็เสียงหัวเราะจึงได้เกิดขึ้น!

นับว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่น่าสนใจตั้งแต่แบบอย่างและพล็อตเรื่อง ที่บอกเล่าเรื่องราวของบุคลากรออฟฟิศที่สงสัยว่าบอสของพวกเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง! แถมหนังยังมีเหล่านักแสดงที่น่าสนใจมากมายทั้ง ไอซ์-ปรีชญา, มุกดา-นรินทร์รักษ์, เผือก-พงศธร, โอ๊ต-ปราโมทย์, ผักกาด-พอวิไล, ก้อง-สหรัถและ นอท-สัณหณัฐ (บ้านกูเอง) ตัวอย่างก็มีมุกบ้างประปราย เอาง่ายๆเป็นน่าสนใจทุกจุด นึกภาพไว้ว่ามันต้องเป็นแนวแบบหนังไล่เฉือน (Slasher) ผสมความเป็นภาพยนตร์ตลก (Comedy) อะไรอย่างงั้น…แม้กระนั้นนั่นแหละอย่างที่บอกไป มันไม่สุดสักทาง ตัวหนังทะเยอทะยานจะเป็นหลายอย่างเกินไปจนเอาไม่อยู่

เอากันที่จุดแรกคือนักแสดง ต้องบอกเลยว่านักแสดงแต่ละคนถือว่าแสดงได้ดีในอย่างที่ต้องเป็น แต่น่าเสียดายบางตัวละครที่หนังไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาให้ผู้ชมได้มองเห็นสักเท่าไหร่ รวมทั้งบางนักแสดงจากต้นจนถึงหมดเรื่องก็ยังสงสัยว่า “มันมีความสำคัญจริงๆหรอ?”

ต่อกันที่ความตลก หนังมีการหยอดมุกรายทางประปราย ที่เอาจริงๆไม่ได้ฮาอะไรสักเท่าไหร่ ทำได้เพียงแค่ยิ้มมุมปากกับบางมุก ซึ่งส่วนใหญ่ออกไปทางแปกเสียด้วยซ้ำ กระทั่งจะต้องสะกิดตนเอง อ๋อ…ฉากนี้เล่นมุกสินะ

พาร์ทของความระทึกยิ่งสอบตกเข้าไปใหญ่ จากตัวอย่างมีศพนู่นนี่นั่น ทำให้พาลคิดไปอีกว่ามันต้องมีฉากไล่ฆ่า ฉากตื่นเต้น ลุ้นบ้างอะไรแบบนั้น แต่เอาเข้าจริงๆหนังกลับทำได้ไม่ถึง มีนะ แต่น้อย แถมยังไม่ตื่นเต้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่สามารถทำให้คนดูลุ้นตามเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่องได้เลยแม้แต่น้อยแม้หลายๆฉากน่าจะขยี้ให้ตื่นเต้นได้ก็ตาม อารมณ์แบบอ้ามาแล้วอะ…แล้วเดินจากไปซะอย่างนั้น

เรื่องราวยิ่งไปกันใหญ่ เต็มไปด้วยความไม่มีเหตุผล ของทุกตัวละคร ยิ่งช่วงท้ายนี่ชัดเจนเลย การตัดสินใจการกระทำต่างๆของผู้แสดงมันดู “อิหยังวะ” เรื่องเฉลยคำตอบปมคนร้ายก็ดูแบบยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ผู้ชมเชื่อ ในซีนนั้นฆาตกรแสดงได้ถือว่าดีนะ แต่บทที่พูดดูตลก ไม่ธรรมชาติเลยอะ และการคลี่คลายเรื่องราวก่อนไปซีนสุดท้ายก็ทำได้แบบจับยัดมาก คือทั้งเรื่องไม่มีการปูเรื่องราวเหล่านี้ให้ผู้ชมได้คิดตาม เพียงพอถึงจุดนึงก็ดันตัดสินใจยัดๆเรื่องราวทุกๆอย่างเฉลยคำตอบในซีนเดียว

แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่อดดูไม่ได้เลยจริงๆคืองานดีไซน์ การใช้แสง สี เสียงหรือมุมกล้องในการถ่ายทำนับว่าสวยจริงๆผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดี บางซีนนี่ต้องพูดว่าเท่มาก

สรุปแล้ว บอสฉันขยันเชือด กลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่โชคร้าย มันมีส่วนประกอบทุกอย่างมันดีหมดแล้วอะ ไอเดียตั้งต้นเอย ตัวละครเอย ครบที่ควรจะเป็นหนังที่บันเทิงได้มากกว่านี้ถ้าเอาแต่ละทางให้สุดกว่านี้ ตอนนี้มันเหมือนแบบแตะนั่นนิดแตะนี่หน่อย อะโน่นอีกหน่อยละกัน นี่อีกนิดน่า มันเลยกลายเป็นน่าเสียดายแบบสุดๆไปเลย

รีวิวหนัง Last Christmas – ลาสต์วันคริสต์มาส

รีวิวหนัง
เรื่องย่อหนัง Last Christmas – ลาสต์วันคริสต์มาส
หนัง Last Christmas หรือชื่อไทยว่า ลาสต์ วันคริสต์มาส เอมิเลีย คลาร์ก (Game of Thrones), เฮนรี่ โกลดิ้ง (A Simple Favor, Crazy Rich Asians), มิเชลล์ โหย่ว และเอ็มม่า ธอมป์สัน ร่วมแสดงใน Last Christmas ภาพยนตร์กำกับโดย พอล ฟีก (A Simple Favor, Spy, Bridesmaids) ภาพยนตร์โรแมนติคคอเมดี้เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงของจอร์จ ไมเคิล ภาพยนตร์เขียนบทโดยเอ็มม่า ธอมป์สัน (Sense and Sensibility, Bridget Jones’s Baby) และไบรโอนี่ คิมมิงส์ เคท (เอมิเลีย คลาร์ก) แต่งตัวรุ่มร่ามอยู่ในชุดเอลฟ์ เธอทำงานอยู่ในร้านขายของวันคริสต์มาสต์ในลอนดอน กำลังอยู่ในช่วงเสื่อมโทรมในชีวิต แล้วก็ทอม (เฮนรี่ โกลดิ้ง) ชายหนุ่มที่ดูดีเกินจริงได้เข้ามาในชีวิตเธอรวมทั้งพาเธอก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิต และลอนดอนก็เข้าสู่ช่วงมหัศจรรย์ของปี บางโอกาส คุณก็เพียงแต่ปลดปล่อยให้หิมะตกไป ฟังเสียงของหัวใจ และมีศรัทธา Last Christmas มีเพลงของจอร์จ ไมเคิลในภาพยนตร์ รวมถึงเพลงชื่อเดียวกับภาพยนตร์ นอกเหนือจากนี้ ยังมีเพลงของจอร์จ ไมเคิล ที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมา จอร์จ ไมเคิล คือศิลปินระดับตำนานที่เคยได้รับรางวัลแกรมมี่ มียอดขายอัลบั้มมากกว่า 115 ล้านอัลบั้ม มีเพลงขึ้นอันดับ 1 ถึง 10 เพลง ภาพยนตร์อำนวยการสร้างโดย เดวิด ลิฟวิงสโตน จากคาลามิตี้ฟิล์มส์, เอ็มม่า ธอมป์สัน, พอล ฟีก รวมทั้งเจสซี่ เฮนเดอร์สัน จากฟีกโค เอนเตอร์เทนเมนท์ ภาพยนตร์บริหารงานสร้างโดย ซาร่าห์ แบรดชอว์

ดังที่เคยบอกไว้ในรีวิวของ ฮาร์ทบีท ว่าช่วงท้ายๆปี ต้องมีหนังรักๆรอมคอม อะไรแนวนี้เข้ามาช่วงนี้เสมอ ซึ่งภาพยนตร์ไทยก็มีไปละ โอกาสนี้มาหนังต่างแดนบ้าง กับเรื่อง Last Christmas ซึ่งไม่เคยทราบว่าเกิดเรื่องบังเอิญหรือตั้งอกตั้งใจ เนื่องจากว่าข้อความสำคัญอะไรบางอย่างของนางเอกเอกช่างเช่นเดียวกับใน ฮาร์ทบีท เสียอย่างมาก

Last Christmas เกิดเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงสุดคลาสสิค Last Christmas ของ George Michael กับเรื่องราวของหญิงสาวที่ได้ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันคริสต์มาสปีที่แล้ว และเธอก็เริ่มแปลกไป จนกระทั่งเธอได้มาพบกับชายหนุ่มผู้ดูเลิศเลอสมบูรณ์แบบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เลยเริ่มเพิ่มมากขึ้น พร้อมๆกับชีวิตคุณที่เปลี่ยนไป

ตัวหนังไม่มีอะไรซับซ้อน เดินเรื่องง่ายๆเข้าใจไม่ยาก เพลินๆเรื่อยภาพรวมมันก็โอเคนะ ไม่ได้หวานจนเลี่ยน ซึ้งจนร้องไห้ หรือดราม่าจนถึงร้องไห้คร่ำครวญ แต่ว่าทุกอย่างมันจะอยู่กลางๆหมดเลย พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆมาถึงจุดนึงพวกเราจะจับทางได้ละว่า “มันควรเป็นแบบนี้แน่นอน” และมันก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆแบบไม่มีผิดเพี้ยน กลายเป็นทายใจเรื่องออกง่ายๆเลย แถมยังมีประเด็นหลายๆส่วนที่นั่งคิดหลายๆครั้ง ก็ไม่เห็นจำต้องมีเลยด้วยซ้ำ ใส่เข้ามาโดยไม่จำเป็น และไม่ได้ส่งผลอะไรกับหนังเลย

หนังแสดงด้วยดารามีชื่อมากมายไล่ไปตั้งแต่คู่พระ-นาง Emilia Clarke, Henry Golding ตามมาด้วย Michelle Yeoh และ Emma Thompson แต่รู้สึกว่าหนังใช้ดาราเหล่านี้ไม่คุ้มเลยจริงๆแต่ละคนมีความสามารถและก็ความสามารถซึ่งสามารถแสดงอะไรออกมาได้มากมายกว่านี้มากมาย แต่บทมันไม่สามารถส่งพวกเขาให้โชว์ฝีมือได้เลยจริงๆเสียดายความสามารถอะ มันเลยเหมือนกลายเป็นเหมือนหนังที่เหล่าดารามาเล่นขั้นเวลาว่างเฉยๆไปซะได้

แต่ก็ยังดี ที่เรายังได้เห็นความน่ารัก โก๊ะๆเซ่อซ่าๆของ Emilia Clarke ให้พอเพียงสลัดคราบแม่มังกรออกมาได้บ้าง (ถ้าใครนึกไม่ออก ก็คล้ายๆอย่างใน Me Before You) รวมทั้งได้ฟังเธอร้องเพลง Last Christmas เพราะๆให้พอยิ้มได้บ้าง ทั้งยังผู้หญิงคงจะเพลิดเพลินๆกับความหล่อของ Henry Golding ด้วยแหละ (ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยได้โชว์ความสามารถการแสดงอะไรเท่าไหร่ก็ตาม)

สรุปแล้ว หนังกลายเป็นกลางๆไปหมดทุกส่วน ถามว่าสนุกไหม ก็โอเคนะ เหมือนที่พวกเราพูดบ่อยๆ(ดูได้เพลินๆ) ถือว่าเป็นหนังขั้นวันหยุดที่ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้แหละ

รีวิวหนัง Cosmoball – เกมผ่าจักรวาล

รีวิวหนัง Cosmoball – เกมผ่าจักรวาล

เรื่องย่อหนัง
Cosmoball – เกมผ่าจักรวาล ในโลกอนาคตที่อนาคตของดาวเคราะห์ถูกตัดสินด้วยกีฬาบอลอวกาศที่ถูกเรียกว่า “คอสโมบอล” เมื่อเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนยอดฝีมือในกีฬาชนิดนี้หวังจะรุกรานมนุษย์ มีเพียงมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องร่วมมือกับหุ่นยนต์สุดล้ำ ในการฝึกฝนและเข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนท์คอสโมบอล ที่มีเดิมพันเป็นชะตากรรมของมวลมนุษย์ชาติ

Cosmoball เป็นหนัง sci-fi สัญชาติรัสเซีย บอกเล่าเรื่องราวในโลกอนาคต จักรวาลได้จับขังตัวร้ายที่เคยทำลายดวงจันทร์แตกเป็นส่วนๆเอาไว้ มันก็พยายามจะออกมาด้วยการปล่อยบอลพลังทำลายล้างสูงมาอยู่ตลอด ทางผู้ดูแลความสงบของจักรวาลก็เลยหาวิถีทางจำกัดลูกฟุตบอลนี้ และตัวแทนของผู้ดูแลความเงียบสงบก็เลยนำลูกบอลอันตรายนี้มาเป็นกีฬาให้ความบันเทิงแก่ชาวโลก โดยวิธีการคือเตะกันจนบอลหมดพลังและทำประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แต่แล้ววันนึงความอันตรายก็มาเยือนจักรวาลนี้อีกครั้ง

เอาจริงๆแค่จะเล่าเรื่องย่อให้ฟังยังยากเลย หนังมันมีรายละเอียดอะไรยิบย่อย ยัดนู่นยัดนี่เต็มไปหมดเลย ยิ่งหนังดำเนินไปเรื่อยๆก็แบบ ห๊ะ!? อะไรวะ? ไอ้นั่นคืออะไร? ไอ้นี่มายังไง? เราเลยไม่เคยรู้ว่าควรจะโฟกัสเรื่องราวอะไรกันแน่ ตัวหนังเลยดึงเราไม่อยู่สักจุดเลย

และด้วยความที่หนังใช้ชื่อว่า Cosmoball ที่ไอ้ Cosmoball กลายเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆของหนังเท่านั้น ฉากการแข่งขันของมันก็มีน้อยเหลือเกินเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับหนังทั้งเรื่องแล้ว

ไม่มีตัวละครไหนในเรื่องมีเสน่ห์เลยแม้กระทั้งตัวเดียว ไม่น่าดึงดูด ไม่น่าติดตาม ไม่น่าเอาใจช่วย ไม่รู้สึกรู้สาอะไรตามตัวละครทั้งหมด การแสดงของแต่ละคนยังดูแปลกๆต่อกันเองด้วยซ้ำ ออกไปทางน่ารำคาญทุกตัวละครเลย โดยเฉพาะตัวละครพระเอก สิ่งเดียวที่พอเพียงทำให้เรายิ้มได้เป็นไอ้ปุกปุยขาวตัวยักษ์ตาฟ้าเท่านั้น

คือตัวหนังมันเล่าเรื่องได้ไม่สนุกเลย เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่รู้สึกว่าค่อนข้างน่าเบื่อ และยาวนานแบบไม่มีจุดหมายปลายทางมาก ยัดนู่นยัดนี่ ยัดสถานการณ์ เล่าเรื่องแบบเชยมาก เอาจริงๆไม่รู้เหมือนกันว่าหนังมันจะไปลงที่ที่ไหน ด้วย มีหลายฉากทีลุ้นแบบ “จบสักทีเหอะ” ที่สำคัญมันเป็น 2 ชั่วโมงที่เรื่อยๆมาก ไม่มีจุดพีคเลยแม้แต่ฉากเดียว

เสียงเพลงประกอบในเรื่องก็ใส่มาบิ้วเยอะเหลือเกิน เยอะจนถึงน่ารำคาญมากๆ

CG ในเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ไม่เลว โดยเฉพาะช่วงแรกๆที่ออกแบบโลก ออกแบบเกมกีฬา ได้สวยงาม เต็มไปด้วยสีสันเหมาะสำหรับเด็ก ก็น่ามองอยู่หรอก แต่ตอนหลังๆบางฉากภาพยังกระตุกเลย ยิ่งตอนต่อสู้กันท้ายๆเรื่องของตัวเอกกับตัวร้ายยิ่งแล้วใหญ่เลย

สรุปแล้ว Cosmoball เป็นหนังที่โดยส่วนตัวแล้วพวกเราไม่รู้จักจะกล่าวโทษบันเทิงจากอะไรเลยจริงๆตรงเวลา 2 ชั่วโมงที่ยัดนู่นยัดนี่เต็มไปหมด แต่ดันไม่มีจุดพีคอะไรเลย ไม่เคยรู้เช่นกันว่าถ้าหากพวกเราเด็กกว่านี้พวกเราจะเอ็นจอยกับมันหรือเปล่านะ

สถานที่ท่องเที่ยว ชุมพร

สถานที่ท่องเที่ยว ชุมพร


ดอยตาพร้อย
ดอยตาพร้อย หรือ cowboy coffee camp คาเฟ่สไตล์ในสวนหน้าร้อนแลเห็นทิวทัศน์ทิวเขาอันเขียวชอุ่ม มาพร้อมการออกแบบรวมทั้งตกแต่งในสไตล์คาวบอยแคมป์ปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นตะบองเพชรสุดเก๋ตามทางเดิน บ้านก่ออิฐพร้อมห้องใต้หลังคา แถมยังมีหัวโบฮีเมียน อินเดียนแดง เป็นพร๊อบเท่ๆให้กับบรรยากาศ หรือจะหลบร้อนมานั่งในห้องเครื่องปรับอากาศเย็นๆที่ตกแต่งในสไตล์รังโจรสุดเท่ พร้อมสั่งเครื่องดื่มที่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งยังรายการอาหารกาแฟ น้ำโซดา นมสด รวมทั้งไฮไลท์สุดน่ารักน่าเอ็นดูอย่างคัพขนมเค้กตะบองเพชรที่พลาดมิได้

ที่อยู่ : บ้านสามแยกถ้ำแมลงเต่าทอง หมู่4 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกๆวัน เวลา 12.00-19.00 น.

Facebook : ดอยตาพร้อย

Rolly café

ค๊อฟฟี่ช็อปสไตล์สโลวบาร์เล็กๆริมทะเลดีไซน์ได้สวยอบอุ่น เหมาะสมกับการจับมือแฟนมานั่งดูบรรยากาศชายหาดสุดโรแมนติก แต่ว่าแม้จะอยู่ริมทะเล ก็ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องแดดร้อน เนื่องจากตรงนี้เป็นคาเฟ่ไม้แบบ indoor เปิดรับลมทะเลมาพร้อมของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์แล้วก็สีสันสะดุดตา ด้านเครื่องดื่มพูดได้ว่าเอาอกเอาใจคอกาแฟสุดๆเพราะว่าทางร้านค้าคัดเลือกเมล็ดกาแฟชั้นดีเลิศมาครีเอทรายการอาหารต่างๆนอกเหนือจากนี้ยังมีรายการอาหารนมรวมทั้งน้ำโซดาสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟด้วย และที่พลาดไม่ได้เป็นเบเกอรี่แบบ Homemade ที่ทำแบบสดใหม่ทุกวันกันเลยทีเดียว

ที่อยู่ : 14 18 ปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00-17.00 น.

Facebook : Rolly café


เครดิตรูปภาพที่เอามาจาก Facebook Rolly café

Old time beach camp
ช่วงเวลาดีๆมักมาพร้อมความอร่อย และบรรยากาศที่ดีต่อใจ และแน่นอนว่าที่ Old time beach camp มาครบอีกทั้งบรรยากาศดีๆชายทะเล ด้วยพื้นที่ร้านค้าแบบ open air ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้หวายเข้าชุดเข้ารอย พร้อมมุมถ่ายภาพสไตล์เกาะบาหลี รับรองว่านอกจากจะได้ชมทิวทัศน์ทะเลแบบ 180 องศาแล้ว ยังได้รูปกลับไปโพสต์อีกมากมาย แต่ที่พลาดไม่ได้ คือ ชุดส้มตำ ลาบ และยำรสแซ่บ รวมทั้งเครื่องดื่มชื่นบานอีกทั้งแบบโซดา น้ำผลไม้ นมสด กาแฟแบบร้อนและเย็น รวมถึงเบเกอรี่รสละมุนอย่าง ห้องครัวซอง ชีสขนมเค้ก แล้วก็รายการอาหารอื่นอีกเยอะแยะ

ที่อยู่ : 3180 ตำบล สะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดจังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 13:00 – 23:00 น.

Facebook : Old time beach camp


เครดิตรูปภาพที่นำมาจาก Facebook Old time beach camp

Minimal café

เอาอกเอาใจสายไม่นิมอล ไปเช็คอินที่ Minimal café สมชื่อ ตัวร้านค้าออกแบบในทรงสามเหลี่ยมสะดุดตา ด้วยปูนเปลือยแบบลอฟท์ผสมกับฝาผนังลายก้อนอิฐสีขาว ส่วนภายในร้านค้าน่าดึงดูดไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเป็นคาเฟ่เล็กๆแต่ว่าจัดวางมุมต่างๆได้อย่างพอดีด้านเมนูอาหารน่าดึงดูดด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นของทานเล่นอย่าง เมี่ยงหมูสามชั้น ก๋วยเตี๋ยวหลอดกากหมู และเครื่องดื่มสูตรพิเศษสำหรับคู่รักสุขภาพ ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะเติมความหาน ด้วยหญ้าหวาน หรือน้ำตาลคีโต แถมเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น น้ำมะม่วงปั่น กระชายน้ำผึ้งมะนาวน้ำโซดา และก็ขนมหวานฯลฯ

ที่อยู่ : 94/4 ถนน เขาเงิน ตำบล ขันเงิน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 07:00 – 20:00 น.

Facebook : Minimal café