ประสบการณ์สยอง2 กับที่พักเขย่าขวัญ

ประสบการณ์สยอง2 ก่อนจะถึงตัวจังหวัด ฟ้าก็เริ่มมืดลงทุกครั้ง เพื่อนฝูงๆต่างพากันนอนพัก ฉันก็เล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปบ่อยเปลื่อยแต่ว่ารถยนต์ก็เบาๆหยุดลง ด้านหน้าได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น รถติดยาว รวมทั้งรถยนต์ของพวกเราก็ได้ขับผ่าน ได้มองเห็นอุบัติเหตุ รถเก๋งกับจักรยานยนต์ชนกัน คนขับรถจักรยานยนต์ โดนรถยนต์ที่ขับตามมา เหยียบซ้ำ เหยียบไปครึ่งหัว สมองไหล เป็นภาพที่สยด สยดสยองมากมาย 

เรื่องมีอยู่ว่า ประสบการณ์สยอง2 กับที่พักเขย่าขวัญ

แต่ที่ผิดสังเกตไปกว่านั้นพวกเรามองเห็นคนยืนใต้ต้นไม้ กำลังดูมาที่อุบัติเหตุ ผู้ที่ดูมาเสมือนผู้ขับรถจักรยานยนต์มากมาย พวกเรามีความรู้สึกว่าอาจใช้แล้วละ ในเวลานั้นพวกเราไม่กล้าบอกใครกันแน่ว่าพวกเรามองเห็น ทำอะไรผิด ได้แต่ว่าข่มตาให้หลับ

ท้ายที่สุดรถยนต์ก็เข้ามาถึงเมือง พวกเราได้แวะจับจ่ายซื้อของกัน ข้างถนน สหายๆก็มองเห็นฉันทำหน้าไม่ดีกังวลใจ ก็พากันถามคำถามว่าเป็นอะไรหรือประกาศ ฉันก็เลยบอกไม่มีอะไรหลอก ปวดศีรษะเล็กน้อย ไม่ต้องการที่จะอยากทำให้เพื่อนพ้องกลุ้มใจ ในขนะนั้นเอง ฉันได้มองเห็นราวกับ ญาติพี่น้องฝาแฝดในกรุ๊ป อีกทั้ง 2 คน ไม่มีหัว ฉันสะดุ้ง ทรุดลงไปกับพื้น ตกอกตกใจกับภาพที่ได้มองเห็น ฉันเริ่มรู้สึกแย่ เลยขอไปนอนพักบนรถตู้ก่อน 

ทุกคนรีบจ่ายตลาดแล้วขึ้นรถตู้ ด้วยเหตุว่าเริ่มรู้สึกแย่กันแล้ว ขณะที่กำลังขับไปบ้านพักนั้น ก็ได้คุยกันว่ากำเนิดอะไรขึ้น คุณลุงผู้ขับตู้ก็กล่าวว่า รู้สึกแย่ตั้งแต่ขับเข้าจังหวัดแล้ว ราวกับมีอะไรสักอย่าง (คุณลุงคนขับตู้ ราวกับเป็นคนมีเซ้นส์เรื่องเหล่านี้) พวกเราเลยคุยกันว่าตรงข้ามก่อนไหม 

ข้างหลังเทศกาล ค่อยมาปฏิบัติงานใหม่ แต่ว่าพี่หัวหน้าก็กล่าวว่ามาขนาดนี้แล้ว จะกลับเพราะเหตุใด อีกอย่างก็ใกล้ถึงที่พักแล้วด้วย หัวหน้ายังบอกอีกว่า วันนี้คงจะนั่งรถยนต์อิดโรยมาตลอดวันแล้ว กลับบ้านพักไปพักกันก่อน วันพรุ่งค่อยว่ากัน สรุปพวกเราก็เลยเดินทางกันต่อ

ปากทางเข้าบ้านพักของพวกเรานั้น สองริมทางมืดมาก แล้วไม่มีบ้านคนอยุ่แถวนั้นเลย บ้านที่พวกเราพักอยุ่ในตรอก พวกเรามาตามที่พักตามแผนที่ แม้กระนั้นหามากแค่ไหนก็ไม่พบ มันก็ดึกมากแล้วด้วย สหายทุกคนข้างในกรุ๊ปก็ไม่สบายใจกัน กระทั่งมาพบบ้านข้างหลังหนึ่งพวกเราเลยหยุดถามทางว่า บ้านพักของพวกเรานั้นไปทางนั้น 

ในขณะที่พวกเราบอกชื่อบ้านพักนั้น ประชาชนก็ทำสีหน้าท่าทางแปลกๆแล้วเอามือชี้ไปทางด้านซ้าย บอกเลย 3 แยกไปก่อน ที่พักอยู่ในตรอกขวามือ ล่ะพวกเราก็ขับจากที่ประชาชนบอกไป เราทั้งผองก็ตระหนกตกใจกัน เมื่อสักครู่พวกเราก็ผ่านนี้มาแล้ว

 เพราะเหตุใดไม่พบ น้องในกรุ๊ปเริ่มสีหน้าท่าทางไม่ดี ราวกับจะร้องไห้ บอกพี่หัวหน้า หนูไม่ได้อยากพักที่นี้แล้ว รู้สึกแย่ แต่ว่าหัวหน้าก็รับรองคำเดิมว่าพวกเรามาถึงที่นี้แล้ว พวกเราคงจะจะต้องเข้าพักแล้ว….ติดตามตอนต่อไป

ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

 

ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

ประสบการณ์สยอง1 เรื่องที่จะเล่าตั้งแต่นี้ต่อไป คือเรื่องของความเลื่อมใส เรื่องลี้ลับ โปรดใช้วิจารณญาณสำหรับในการอ่าน ฉันอายุ 32 ปี ดำเนินงานเป็นคนขายเครื่องสำอางอี๊ห้อหนึ่ง ฉันมีโอกาศได้ไปปฏิบัติงานชนบทเสมอๆแต่ละจังหวัดที่ไปปฏิบัติงานนั้น พวกเราจำเป็นจะต้องพักตรงเวลานับเป็นเวลาหลายวัน ซึ้งบ้านพักแต่ละที่นั้น มีทั้งยังดีล่ะไม่ดี แต่ว่ามีสถานที่หนึ่งนั้น ทำให้ฉันลืมมันไม่ลง เป็นสถานที่ ที่ทำให้จำมันมาถึงตอนนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ประสบการณ์สยอง1 กับที่พักเขย่าขวัญ

ฉันกับเพื่อนได้รับหมอบหมายให้ไปโฆษณาผลิตภัณฑ์ ที่จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงเวลา 3 วัน ฉันได้ให้น้องในกรุ๊ปหาสถานที่พักเช่นเคย แม้กระนั้นรอบนี้ หาบ้านพักยากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตอนเทศกาล หามากแค่ไหนก็มิได้สักครั้ง จนถึงมาพบอันดับที่หนึ่ง เป็นบ้านพัก หนห่างจากตัวอำเภอเมืองพอเหมาะพอควร บ้านพักด้านล่างเป็นปูน ด้านบนชั้น 2 เป็นไม้ มองรวมๆแล้วโอเค พวกเราก็เลยตกลงใจพักกันที่นี้ ฉันไม่คิดเลยว่า การตัดสินใจครั้ง เป็นการตกลงใจที่พลาดที่สุดในชีวิต ..

ก่อนจะมีการเดินทางทุกหน พวกเราจะจับกลุ่มกันไปทำบุญทำทานกัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญสำหรับในการเดินทาง พวกเราเลือกไปทำบุญทำกุศลที่วัดหนึ่งเขตฝั่งธนบุรี ซึ้งเป็นวัดประจำที่พวกเราทำบุญทำกุศลกันก่อนเดินทาง พวกเราตระเตรียม สังขทาน ดอกไม้ ข้าวของอื่นๆไปมอบให้พระ 

ก่อนที่จะกลับจากวัดนั้น พระท่านได้ทักว่า รอบนี้พวกเธออาจจะกลับมาไม่ครบทุกคนนะ สุดแท้แต่โชคดี เราเบือนหน้าดูกัน พี่คนภายในกรุ๊ปเลยถามพระว่า มีอะไรหรือป่าวประกาศหลวงพ่อ หลวงพ่อมองหน้า แม้กระนั้นมิได้กล่าวอะไร หลวงพ่อได้ถือขันประพรมน้ำมนต์ มาประพรมให้กรุ๊ปพวกเรา รวมทั้งบอกขึ้นว่า อาตมภาพเป็นพระ บอกอะไรมากมายมิได้หลอก สุดแท้แต่บุญ สุดแต่บาปของแต่ละคนในช่วงเวลานั้นเรามิได้คิดอะไรเลย

 ยังแซวคนภายในกลุ่มว่า สงสัยพี่ในกลุ่มจะได้ภรรยาเป็นคนอีสาน คงจะไม่กลับมาดำเนินงานแล้วละ พวกเราสนทนากันกันไปอย่างสนุก เพียงพอฉันกลับมาถึงยังหน้าบ้าน จัดแจงเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆลงกระเป๋า เพื่อการเดินทางวันพรุ่ง 

ขณะที่ฉันกำลังจะนอนรู้สึกกำลังเคลิ้มนั้นไม่เคยรู้ว่าฝันหรือป่าวร้อง ฉันเห็นภาพของคุณยายของฉัน มาบอกว่า อย่าไปเลย กับดึงมือของฉันไม่ให้ขึ้นรถตู้ พอเพียงบอกจบนั้น ฉันก็สดุ้งตื่น รู้สึกเจ็บข้อมือ รู้สึกเจ็บปวดๆฉันงงงวยว่ามันเป็นความฝันหรือคิดมากไปเอง เพราะเหตุว่าธรรมดาฉันไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ฉันพยามยามไม่คิดอะไร

พอถึงเวลาเช้าก่อนออกมาจากบ้านฉันมองเห็น รูปกรุ๊ปพวกเราครั้งถ่ายร่วมกันร่วงลงพื้น กระจกแตก กระจัดกระจาย แม้กระนั้นด้วยรถตู้มารอรับที่หน้าบ้านแล้ว เลยแผดเสียงบอกแม่ เก็บให้ด้วย สหายมารอรับแล้ว ฉันรีบเอาเครื่องใช้สอยสัมภาระต่างๆขึ้นรถเดินทางโดยทันที เวลาที่รถยนต์ออก 

ฉันดูกลับไปที่บ้าน มองเห็นปะทุนคุณยาย มา ยืน อยุ่หน้าบ้าน ฉันตระหนกตกใจมากมาย รู้สึกหน้ามืด ในตอนนั้นเป็นห่วง รู้สึกไม่ค่อยดีกับการเดินทางคราวนี้ เสมือนมีด้านล่างบอกเหตุอะไรสักอย่าง แม้กระนั้นก็มิได้พอใจ มานะคิดจะรีบดำเนินการให้เสร็จแล้วรีบกลับไปอยู่บ้าน ..ติดตามตอนต่อไป

วัยเบญจเพส2 ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

 

ตำนานตุ๊กตาผี ที่มีอยู่จริง

ตำนานตุ๊กตาผี  ตุ๊กตาหนึ่งในข้าวของที่เด็กๆ ใช้เล่นเป็นเพื่อนแก้เหงา แต่ใครจะรู้ว่ามีวิญญาณร้ายอยู่  บางทีอาจไม่เชื่อคิดว่าเป็นเพียงแค่เรื่องแต่งเอาไว้หลอกเด็ก แต่ว่าตำนานเหล่านี้ล้วนเอามาจากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง มีเรื่องไหนมีตุ๊กตาตัวไหนบ้างมาดูกัน

  1. ตุ๊กตาผี แอนนาเบลล์ 

ตุ๊กตาผีสิงที่คงจะมีชื่อเสียงที่สุดในโลกแล้ว ถึงแม้ใบหน้าจะมองน่าเอ็นดูแตกต่างจากในหนัง เมื่อก่อนจะถูกนำไปเก็บไว้ภายในพิพิธภัณฑสถานของครอบครัววอร์เรน มันก็ก่อปัญหาไว้ไม่น้อย ก่อนหน้าที่ผ่านมามันอยู่กับนิสิตวิชาพยาบาลชื่อว่า ดอนน่า รับตุ๊กตาตัวนี้มาจากแม่ของดอนน่าที่ซื้อให้เป็นของขวัญ ต่อจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์แปลกไม่เว้นแต่ละวัน 

หนักสุดก็คือวันหนึ่งเพื่อนที่มาพักในห้องของเธอถูกทำร้าย ดอนน่าเลยไปขอร้องอ้อนวอนลอร์เรน วอร์เรน ช่วยจนได้คำตอบว่าตุ๊กตาตัวนี้ถูกซาตานสิงอยู่ ทำให้วอร์เรนต้องรีบนำตุ๊กตาแอนนาเบลล์กลับไปปิดผนึกเอาไว้ภายในตู้ที่ทำจากกระจกที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งเอาไว้ภายในพิพิธภัณฑสถานโดยเขียนป้ายติดหน้าตู้ว่าห้ามเปิดโดยเด็ดขาด

  1. ตุ๊กตา โรเบิร์ต (Robert)

หนึ่งในตุ๊กตาที่มีอายุนับร้อยปี อยู่ในความครอบครองของเด็กน้อยจีน เด็กรู้สึกรักตุ๊กตาตัวนี้เป็นพิเศษ ถึงกับขนาดตั้งชื่อเดียวกันกับตนเองเลย โดยเรียกแทนตนเองว่าจีน ส่วนตุ๊กตาจะเรียก โรเบิร์ต คนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเห็นแก่ได้ยินเขาคุยกับตุ๊กตาเป้นประจำ ของใช้ของสอยในบ้านเริ่มหายไปจากที่เดิม และของใช้ที่อยู่ในบ้านเสียหายอยู่ตลอด

 จนกระทั่งถูกเก็บไว้ภายในห้องใต้หลังคาหลังที่ยูจีนเสียชีวิตในปี 1974 และก็เป็นของครอบครัวที่เข้ามาซื้อบ้านรายถัดมา ซึ่งก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันกับที่ครอบครัวออตโตเคยพบ แต่ว่าที่หนักกว่าก็คือโรเบิร์ตนั้นพยายามที่จะฆ่าลูกสาววัย 10 ขวบของเจ้าของบ้านด้วย ตอนท้ายมันก็ถูกย้ายไปเก็บเอาไว้ภายในตู้ที่พิพิธภัณฑสถานฟอร์ท ส่วนเรื่องราวของมันก็ถูกเอามาดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเป็นหนังเรื่องชัคกี้นั่นเอง

  1. ตุ๊กตาผมยาวเองได้

ตุ๊กตาเด็กหญิงน่ารักน่าเอ็นดู ผมยาวสลวยคงถูกใจโอคิระอุแน่นอนตุ๊กตาตัวนี้อยู่ที่วัดมันเนน หมู่บ้านปะทุริซาว่า อำเภอยกจิ จังหวัดฮอคไกโด เมื่อก่อนผู้ครอบครองตุ๊กตาชื่อว่าโอคิลุก โอคิลุกรักตุ๊กตาตัวนี้มาก ภายหลังล้มป่วยแล้วก็เสียชีวิตลงด้วยวัย 3 ขวบเพียงแค่นั้น พ่อแม่ของโอคิลุกเลยนำตุ๊กตาตัวนี้ไปไว้กับป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเพื่อนเล่น แต่ว่าสิ่งที่แปลกเป็นตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อยซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันอะไรต่อเพราะว่ายาวขึ้นมาได้ยังไง

 

เรื่องเล่าสุดท้าย  ตำนานตุ๊กตาผี เรื่องสุดท้าย

 

แฮโรลด์  ตุ๊กตาแฮโรลด์นิยมขเพราะมันเป็นตุ๊กตาผีตัวแรกที่ถูกเอามาประมูล แต่ว่าอายุอานามของมันดั้งเดิมกว่านั้นมาก เช้าใจกันว่าถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่ปี 1930 ไว้ใช้สำหรับเป็นเครื่องมือถ่ายประกอบการถ่ายภาพยนตร์ ต่อจากนั้นก็เริ่มมีคนเห็นว่ามันขยับร่างกายเองได้ ด้วยความหวาดกลัวมันก็เลยถูกขายถัดไปเรื่อย ผู้ครอบครองแต่ละคนมักพบแต่ว่าเรื่องร้ายๆมีการสูญเสียคนสนิทอยู่เสมอ จนมาอยู่อยู่ในมือผู้ครอบครองปัจจุบันที่ประมูลได้มันไป ซึ่งเขาก็นำมันไปปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซม แล้วรักษาและนำไปเก็บไม่ให้ใครได้เจอมันอีกเลย

ตำนานคุกผีสิง ที่เมืองเวอร์จิเนีย