20 ประโยชน์ของแก้วมังกร

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง นำเข้ามาในทวีปเอเชียที่ประเทศเวียดนามเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว จัดเป็นไม้ในตระกูลกระบองเพชร สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ แต่แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญจะอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และสมุทรสงคราม ซึ่งได้ผลผลิตมากในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างกลมรี เปลือกมีสีแดง เมื่อผ่าครึ่งจะเห็นเนื้อเป็นสีขาวหรือแดง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นั้น ๆ มีเมล็ดคล้ายเมล็ดแมงลักฝังอยู่ทั่วผล

แก้วมังกรจะมีสายพันธุ์ดังนี้คือ แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดงที่จะให้รสชาติหวานนิด ๆ อมเปรี้ยวหน่อย ๆ แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลืองให้รสชาติออกหวาน และแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดงที่มีรสชาติหวานกว่าพันธุ์อื่น ๆ โดยวิธีการรับประทานก็รับประทานเหมือนแตงโม นำมาผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักรับประทานได้เลย

วันนี้เราจึงมี 20 ประโยชน์ของแก้วมังกร มาฝากกัน เผื่อว่าบางคนนั้นอาจจะยังไม่รู้แก้วมังกรมีประโยชน์อะไรบ้าง และบางคนอาจจะลังเลอยู่ว่าควรจะกินหรือไม่

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื่น
  2. เป็นผลไม้ที่ช่วยดับร้อน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
  4. แก้วมังกรลดน้ำหนักและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องการลดความอ้วนเนื่องจากมีแคลอรีต่ำ
  5. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัย ความแก่ชรา และริ้วรอยต่าง ๆ
  6. ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
  7. มีส่วนในการช่วยรักษาโรคเบาหวาน
  8. ช่วยบรรเทาอาการของโรคความดันโลหิตได้
  9. มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง
  10. มีส่วนช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง
  11. ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนมในสตรี
  12. ช่วยดูดซับสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างอย่างตะกั่วที่มาจากควันท่อไอเสีย หรือสารตกค้างที่มาจากยาฆ่าแมลง
  13. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณให้แข็งแรง
  14. มีกากใยสูง ช่วยในการขับถ่ายให้สะดวก แก้อาการท้องผูก
  15. ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ แก้ปัญหาการขับถ่ายต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
  16. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  17. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบกำจัดของเสียในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
  18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  19. นิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้สด
  20. ใช้เป็นส่วนผสมในฟรุตสลัดและน้ำปั่นผลไม้

เราก็ได้รู้ 20 ประโยชน์ของแก้วมังกร กันไปแล้ว หวังว่าทุกคนจะได้เลือกรับประทานแต่ผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่ไม่ว่าจะทานอะไร ก็ต้องเลือกทานในปริมาณที่พอดี 

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

มีความเชื่อว่าการดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ ทำให้ร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการลดน้ำหนักและบำรุงสุขภาพผิว โดยเฉพาะการดื่มน้ำแร่ เพราะมีข้อมูลที่กล่าวอ้างว่าเป็นน้ำดื่มจากแหล่งธรรมชาติซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุนานาชนิด หลายคนจึงเชื่อว่าน้ำแร่ดีต่อสุขภาพร่างกาย มากกว่าน้ำเปล่าหรือน้ำประปาทั่วไป วันนี้เราจึงนำ ประโยชน์ของการดื่มน้ำ มาฝากทุกคนกัน

น้ำหนักตัวของคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายอาจสูญเสียน้ำได้จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจกับการดื่มน้ำมากนัก และมักไม่คำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสม บ้างก็ดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือมากเกินไป จนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมา อีกทั้งอาจไม่ทราบด้วยว่า หากร่างกายขาดน้ำเพียง 5 วันหรือ 1 สัปดาห์ ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกาย เช่น การล้างสารพิษออกจากอวัยวะ หรือการนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ ดังต่อไปนี้

  • ลดน้ำหนัก การดื่มน้ำอาจมีส่วนช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานแคลอรี่เพิ่มสูงขึ้น
  • บำรุงสุขภาพผิว
  • เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อลื่นข้อต่อ
  • เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  • ขับแบคทีเรียจากกระเพาะปัสสาวะ
  • มีส่วนช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจปกติ
  • ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ป้องกันอาการท้องผูก
  • ป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ
  • รักษาสมดุลของอิเล็กโตรไลต์ (โซเดียม)

ควรดื่มน้ำวันละเท่าไร
ในทุก ๆ วัน ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านการปัสสาวะ เหงื่อ การหายใจ หรืออื่น ๆ การดื่มน้ำเพื่อทดแทนในส่วนที่สูญเสียไปจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะหากดื่มน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ และอย่างที่ทราบกันทั่วไปว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว นั้นเพียงพอต่อการทำงานของร่างกาย แต่แท้จริงแล้วปริมาณที่เหมาะสมอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ของผู้บริโภค เช่น กิจกรรมที่ทำ เพศและอายุ

ปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมมีดังนี้

  • สำหรับผู้ที่อายุ 4-8 ปี 5 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,200 มล.)
  • สำหรับผู้ที่อายุ 9-13 ปี 7-8 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,600-1,900 มล.)
  • สำหรับผู้ที่อายุ 14-18 ปี 8-11 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,900-2,600 มล.)
  • สำหรับผู้หญิงที่อายุ 19 ปีขึ้นไป 9 แก้วต่อวัน (ประมาณ 2,100 มล.)
  • สำหรับผู้ชายที่อายุ 19 ปีขึ้นไป 13 แก้วต่อวัน (ประมาณ 3,000 มล.)
  • ปริมาณดังกล่าวได้นับรวมปริมาณน้ำที่ได้จากอาหาร ผักหรือผลไม้ต่าง ๆ เช่น เบอร์รี่ แตงโม แตงกวา พริกหยวก ผักโขม ขึ้นฉ่ายหรือดอกกะหล่ำ เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำให้มากขึ้น เมื่อต้องออกกำลังกายอย่างหนัก อยู่ในสภาพอากาศร้อน ป่วย มีไข้หรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะหากกำลังตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำเป็น 10 แก้วต่อวัน และ 13 แก้วต่อวันสำหรับผู้ที่ต้องให้นมบุตร

ช่วงเวลาใดเหมาะสมที่สุดในการดื่มน้ำ
นอกจากเรื่องปริมาณการดื่มน้ำแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น อาจทำได้โดยการดื่มน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสมดังนี้

  • หลังตื่นนอน การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากตื่นนอน ช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษต่าง ๆ และช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน
  • หลังจากอาบน้ำ การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากอาบน้ำ ช่วยลดความดันโลหิตได้
  • ก่อนมื้ออาหาร การดื่มน้ำ 1 แก้ว 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งดื่มน้ำอีก 1 แก้วหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร แต่น้ำย่อยอาจเจือจางได้หากดื่มน้ำแล้วเว้นช่วงเวลาไว้นานเกินไป
  • ก่อนนอน การดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอนช่วยแทนที่ของเหลวที่จะสูญเสียในตอนกลางคืนได้

เราก็ได้รู้ ประโยชน์ของการดื่มน้ำ กันไปแล้ว ทีนี้ก็อย่าลืมดื่มน้ำให้มากๆ หากใครที่ดื่มน้อยก็ควรปรับการดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง เราสามารถเริ่มดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่ายๆ จากตรงนี้

ประโยชน์ของครีมนวดผม ที่มีมากกว่าที่คิด

หลายๆคนคงรู้จัก ครีมนวด กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ผมสะอาด หอม นุ่ม เป็นสิ่งที่ต้องใช้ต่อจากยาสระผม แต่นอกเหนือจากครีมนวดที่ช่วยบำรุงผม หมักผมให้สวยงาม ดูดี และไม่ชี้ฟูแล้ว ครีมนวดผมยังนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แถมเห็นผลดีเว่อร์วังจนเราอยากแชร์ให้ทุกคนได้ลอง เราจึงมี ประโยชน์ของครีมนวดผม ที่มีมากกว่าที่คิด มาแนะนำกัน

1. ป้องกันเครื่องมือขึ้นสนิม
อีกหนึ่งประโยชน์ของครีมนวดผมที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ แค่บีบครีมนวดลงไปบนเครื่องมือช่างที่เป็นโลหะ เช่น ประแจหรือไขควง แล้วทาบนเครื่องมือบาง ๆ ให้ทั่ว เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันสนิมได้ แถมช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นได้อีกด้วย

2. ทำความสะอาดสเตนเลส
ไม่ว่าเครื่องสเตนเลสของคุณจะมีรอยเปื้อนหรือรอยนิ้วมือเยอะสักแค่ไหน ครีมนวดผมก็ช่วยกำจัดออกได้อย่างง่ายดายและประหยัดเว่อร์ เพียงแค่บีบครีมนวดผมลงบนผ้าสะอาด จากนั้นนำไปถูให้ทั่วพื้นผิวของเครื่องสเตนเลส เสร็จแล้วนำผ้าสะอาดอีกผืนมาถูเพื่อกำจัดคราบตกค้างและขัดเพื่อความเป็นเงางาม เท่านี้ก็จะช่วยทำความสะอาดเครื่องสเตนเลสให้สวยงาม ผิวเงาวาว เหมือนใหม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

3. แก้ปัญหาท่อน้ำอุดตัน
ใครกำลังอาบน้ำแล้วประสบปัญหาท่อน้ำอุดตันฉุกเฉิน ไม่ต้องรีบโทร. ตามช่าง เพราะแค่เอื้อมมือไปหยิบขวดครีมนวดผมแล้วบีบลงไปในท่อ จากนั้นเทน้ำร้อนตามลงไป ของอุดตันที่ติดค้างอยู่ในท่อก็จะค่อย ๆ ไหลไปกับน้ำ 

4. ลดเสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าด
เชื่อว่าบ้านเก่าแทบทุกหลังต้องมีปัญหาประตูเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเปิดปิดแน่ ๆ ฉะนั้นเรามาแก้ไขง่าย ๆ ด้วยการใช้ครีมนวดผมกันดีกว่า โดยวิธีการก็คือ ป้ายครีมนวดผมลงบนบานพับประตูในปริมาณไม่ต้องมากนัก เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาเสียงกวนใจลงไปได้มากโขแล้ว

5. ทำความสะอาดต้นไม้ในบ้าน
แน่นอนว่าต้นไม้ที่ปลูกในบ้านนาน ๆ ก็มักจะมีปัญหาฝุ่นเกาะรบกวนเป็นธรรมดา ปัญหานี้ใช้ครีมนวดผมช่วยได้ โดยให้เราบีบครีมนวดผมใส่ผ้าสะอาด จากนั้นนำไปเช็ด ๆ ถู ๆ ตามซอกใบของใบไม้ แค่นี้ก็จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออก แถมยังทำให้ใบไม้เขียวเป็นเงาสวยงามอีกต่างหาก

6. ทำให้เสื้อสเวตเตอร์คืนรูป
สำหรับสาวกสเวตเตอร์ที่เผลอซักเสื้อสเวตเตอร์ในเครื่องอบจนทำให้หดตัว แก้ไขได้โดยใส่น้ำอุ่นลงในกะละมัง จากนั้นเติมครีมนวดผมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ แช่ทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมง หลังจากนั้นก็บีบน้ำออกจากเสื้อและนำไปตากด้วยการวางบนที่ราบ เสร็จแล้วค่อย ๆ ยืดสเวตเตอร์ออกให้มีขนาดเท่าเดิม หากไม่แน่ใจให้ลองเทียบไซส์จากตัวอื่น ๆ ดู

7. ใช้ซักผ้าด้วยมือแทนผงซักฟอก
เนื่องจากเสื้อผ้าบางประเภทจำเป็นต้องซักมือแทนเครื่องซักผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าเสียหาย เช่น ถุงน่อง ชุดชั้นใน รวมไปถึงเสื้อผ้าขนสัตว์ ทั้งนี้หากไม่อยากใช้น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอก สามารถใช้ครีมนวดแทนได้โดยใส่ครีมนวดผมลงไปกับน้ำอุ่น แล้วซักเสื้อผ้าตามปกติ

8. ช่วยถนอมผ้าไหม
ถึงแม้ว่าปกติผ้าไหมควรจะทำความสะอาดด้วยการซักแห้ง แต่บอกเลยว่าครีมนวดผมก็ใช้ซักผ้าไหมได้ โดยขั้นแรกให้เติมน้ำเปล่าลงในกะละมัง ถ้าหากผ้าไหมสีขาวให้ใช้น้ำอุ่น ถ้าหากผ้าไหมสีอื่นให้ใช้น้ำเย็น จากนั้นเติมครีมนวดผมลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แช่ผ้าไหมลงไปซัก 2-3 นาที แล้วรีบนำออก ล้างน้ำยาให้สะอาด แล้วตากจนแห้งสนิท นี่ก็จะช่วยให้ชุดผ้าไหมของคุณสะอาดได้เหมือนกัน แถมยังประหยัด หอม และคุ้มค่าด้วย

9. ทำแผ่นอบผ้า
อีกหนึ่งการนำครีมนวดผมมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ต้องยกให้กับการทำแผ่นอบผ้า (Dryer Sheets) ซึ่งมีขั้นตอน คือ ผสมครีมนวดผมและน้ำเปล่าอย่างละครึ่งลงในขวดสเปรย์ จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน พร้อมทำสัญลักษณ์กำกับ แล้วเก็บรวมไว้กับพวกผงซักฟอก ส่วนเวลาจะใช้งานก็นำไปฉีดพ่นบนผ้าสะอาด แล้วใส่ลงไปในเครื่องอบพร้อมกับเสื้อผ้าที่ต้องการซักแห้ง เหมือนกันกับการใช้แผ่นอบผ้าทั่วไปเลย โอ้โห ทั้งง่าย ทั้งประหยัดขนาดนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้ว

สำหรับครีมนวดผมเป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์เยอะมากจริง ๆ ทว่านอกเหนือจากการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับบ้านแล้ว ยังมีประโยชน์เกี่ยวกับความสวยความงามอีกเพียบ ตัวอย่างเช่น ทำเป็นครีมโกนขน ใช้ล้างเครื่องสำอาง ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า และกำจัดรอยแทททูบนร่างกาย โอ้โห ดีครบจบคุ้มในขวดเดียว