ปลาเรดฮุก ปลาปิรันยาแดง

ปลาเรดฮุก ปลาปิรันยาแดง
ปลาเรดฮุก (อังกฤษ: Redhook silverdollar, Redhook myleus; ชื่อวิทยาศาสตร์: Myloplus rubripinnis) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง จำพวกปลาซิลเวอร์ดอลลาร์ ในสกุลปลาปิรันยา (Serrasalmidae)

จัดเป็นปลาซิลเวอร์ดอลลาร์ชนิดหนึ่ง มีรูปร่างลักษณะก็จะคล้ายกับปลาปิรันยาหรือปลาเปคู ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า แต่ว่ามีลำตัวสีเงินแวววาว ในขณะที่ยังเป็นปลาวัยอ่อนจะมีจุดสีแดงกระจายไปทั่วตัว ครีบต่างๆมีสีเหลืองอมส้มหรือสีเหลืองแล้วก็มีความยาวกว่า โดยเฉพาะครีบก้นที่มีปลายครีบงอนงอเหมือนตะขอและมีสีแดงสดขลิบดำ อันเป็นที่มาของชื่อเรียก ตัวผู้มีครีบยาวกว่าตัวเมีย

ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 25 ซม. เจอใหญ่ที่สุด 39 ซม. อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ทานอาหารได้อีกทั้งพืชรวมทั้งสัตว์น้ำขนาดเล็ก กระจัดกระจายประเภทอย่างมากมายในแม่น้ำสายสำคัญๆในทวีปอเมริกาใต้ ดังเช่น แม่น้ำแอมะชอน, แม่น้ำโอรีโนโก ในเอกวาดอร์, ประเทศเปรู, เวเนซุเอลา, โคลอมเบีย, กายอานา, ซูรินาม, เฟรนช์เกียนา และบราซิล

เป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงาม โดยมีการรวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติส่งออกไปขายทั่วโลก

ปลาปิรันยาแดง หรือ ปลาปิรันยาท้องแดง (อังกฤษ: Red piranha, Red-bellied piranha; ชื่อวิทยาศาสตร์: Pygocentrus nattereri) จัดเป็นปลาปิรันยาที่โด่งดังมีชื่อเสียงดี อยู่ในตระกูล Characidae มีรูปร่างคล้ายกับปลาในตระกูลนี้โดยธรรมดา แต่ฟันกรามข้างล่างยื่นยาวออกมาเห็นได้ชัด ภายในปากมีฟันคม ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ และข้างกระพุ้งแก้มมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงหนาแน่นใช้สำหรับออกแรงกรามเพื่อใช้เพื่อสำหรับการกัดกินอาหาร เกล็ดมีขนาดเล็กมีสีแดงอมชมพูแวววาวดูสวยงามเหมือนกากเพชร

มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 33 เซนติเมตร น้ำหนักราว 3.5 กิโลกรัม

ปลาปิรันยาแดงมีถิ่นกำเนิดที่ลุ่มแม่น้ำอเมซอนรวมทั้งแม่น้ำขนาดใหญ่ใกล้เคียง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิลและปารากวัย มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ว่ายและล่าเหยื่อด้วยความรวดเร็วและดุดัน จึงขึ้นชื่อว่าเป็นปลาที่ดุร้าย สามารถจู่โจมสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ แต่โดยมากถ้าหากจะโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าแล้ว สัตว์ตัวนั้นต้องได้รับบาดเจ็บและอ่อนแออยู่แล้ว แต่ก็มีรายงานจากแม่น้ำยาตาทางตอนเหนือของโบลิเวีย ปลาปิรันยาแดงโจมตีมนุษย์ที่กำลังว่ายน้ำอยู่จนเสียชีวิต โดยกัดแทะที่บริเวณใบหน้าโดยเฉพาะ และมีการโจมตีม้าจนท้องทะลุด้วย นอกจากนี้แล้วยังเป็นปลาที่กินซากหรือแทะเล็มกินปลาปิรันยาด้วยกันที่ตายหรือได้รับบาดเจ็บหรือติดแหติดอวนได้ด้วย

กรามล่างและฟันที่แหลมคมของปลาปิรันยาแดง
ในวัยอ่อน จะมีจุดกลมสีแดงกระจายอยู่ทั่วตัว และจุดเหล่านั้นจะเล็กลงเมื่อปลาโตขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ปลาตัวเมียวางไข่ได้ทีละ 6,000 ฟอง และเป็นปลาที่มีความอดทนมาก สามารถมีชีวิตอยู่บนบกที่ไม่มีน้ำได้นานถึง 2 ชั่วโมง และสามารถทนอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำได้ถึง 50 องศาฟาเรนไฮต์

แม้จะขึ้นชื่อในเรื่องความดุร้าย แต่ที่จริงแล้ว ปลาปิรันยาแดงเป็นปลาที่ขี้ตกใจมาก ก็เลยต้องอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่เพื่อที่จะโจมตีเหยื่อได้ เป็นปลาที่ชาวพื้นเมืองนิยมกินเป็นของกิน และก็กลายเป็นเหยื่อของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า อาทิเช่น ปลาอะราไพม่า หลายประเทศได้มีกฎหมายห้ามนำเข้าปลาที่ยังมีชีวิตหรือนำมาเลี้ยงในประเทศเพราะเกรงว่าอาจจะหลุดลงไปแหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิเช่น เมืองไทย มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท แล้วก็ติดคุกไม่เกิน 6 ปี กระนั้นก็มียังมีลักลอบนำเข้ามาขายและแอบเลี้ยงกันอยู่ แต่ในบางประเทศอนุญาตให้เลี้ยงได้ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

ปลากดกลับหัวพม่า ปลาแขยงจุด

ปลากดกลับหัวพม่า
ปลากดกลับหัวพม่า หรือที่นิยมเรียกสั้นๆว่า ปลากดกลับหัว (อังกฤษ: Upside-down catfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Mystus leucophasis) เป็นปลาหนังน้ำจืดชนิดหนึ่ง ในตระกูลปลากด (Bagaridae)

เป็นปลากดขนาดเล็กหรือปลาแขยง มีความยาวเต็มที่ประมาณ 30 ซม. มีลำตัวแบน หลังโค้ง เรือท้องแบนราบ ข้างหลังใหญ่มีแผ่นกระดูกดก ปากอยู่ข้างใต้ มีหนวด 3 คู่ หนวดคู่ที่ริมฝีปากมีปริมาณยาว และก็หนวดอีก 2 คู่ มีขนาดสั้นอยู่ที่ใต้คาง แล้วก็หนวดแต่ละเส้นมีกิ่งก้านสาขาเล็กๆเรียงเป็นแนว ครีบข้างหลัง รวมทั้งครีบอก มีก้านครีบลำพังเป็นหนามแข็ง เมื่อปลาครีบแนบลำตัวมีร่องบนลำตัว ครีบไขมันมีขนาดใหญ่ ครีบท้องเล็กปลายครีบแหลม ครีบตูดมีก้านครีบไม่เกิน 10 ก้าน เจออาศัยในแม่น้ำสายใหญ่ในประเทศประเทศพม่า เป็นต้นว่า อิระวดี แล้วก็สะโตง ตามหินแล้วก็แหล่งน้ำนิ่ง มีความประพฤติที่พิเศษเป็นว่ายกลับด้าน ด้วยการหงายท้องราวกับท่าว่ายกรรเชียง ในตอนที่ว่ายหุบครีบไว้ที่ในร่องข้างลำตัว เชื่อว่าเหตุที่ว่ายเช่นนี้มาจากการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะที่ใช้ในการทรงตัวของกระดูกหู และถุงลม ทำให้มีพฤติกรรมการหาอาหารที่ไม่เสมือนปลาชนิดอื่น เนื่องจากปลากดกลับหัวนั้นชอบหากินรอบๆท่อนไม้หรือตอไม้ที่จมน้ำอยู่ ซึ่งจะทำให้เข้าและออกตามซอกไม้ได้ดีกว่า และอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งว่าน่าจะมาจากการที่ว่าชูลับหัวบนผิวน้ำจะสามารถรับออกซิเจนได้ดีขึ้น

นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
ปลากดกลับหัวพม่า
สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)
การจำแนกชั้นด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Siluriformes
ตระกูล: Bagridae
สกุล: Mystus
สปีชีส์: M. leucophasis
ชื่อทวินาม
Mystus leucophasis
(Blyth, 1860)
ชื่อพ้อง
Bagrus leucophasis Blyth, 1860
Macrones leucophasis (Blyth, 1860)

ปลาแขยงจุด
ปลาแขยงจุด (อังกฤษ: Twospot catfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Mystus nigriceps) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ในตระกูลปลากด (Bagridae)

จัดเป็นปลาหนังขนาดเล็ก หรือปลาแขยง รูปร่างค่อนข้างสั้นมีหนวดยาว 4 คู่ ครีบอกและครีบหลังมีก้านครีบแข็ง ครีบไขมันค่อนข้างสั้น ครีบหางเว้าลึกมีจุดสีดำที่ขอดหาง อันเป็นที่มาของชื่อ ตัวมีสีเทาอมเขียวเข้ม ขนาดที่พบยาวประมาณ 10-15 ซม. น้ำหนักราวๆ 10-20 กรัม ปลาขนาดเล็กจะมีสีเหลืองนวล มักอยู่รวมกันเป็นฝูง

เจอกระจายพันธุ์ในแหล่งน้ำไหล เช่นแม่น้ำ, ลำคลอง, ลำธาร พบในภาคกลาง, ภาคตะวันออกและภาคใต้ ของไทย ในต่างประเทศ พบได้ที่กัมพูชา, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์ รวมทั้งอินโดนีเซีย เจอในแหล่งน้ำที่มีพืชน้ำหรือก้อนหินใต้น้ำ เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนอาศัย กินอาหารประเภท ตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำ, ลูกกุ้ง, ไรน้ำ, ซากสัตว์ และพืชที่เน่าเปื่อย
ลาแขยงจุด
การจำแนกชั้นด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
ชั้น: Siluriformes
ตระกูล: Bagridae
สกุล: Mystus
สปีชีส์: M. nigriceps
ชื่อทวินาม
Mystus nigriceps
(Valenciennes, 1840)
ชื่อพ้อง
Mystus micracanthus (Bleeker, 1846)
Bagrus micracanthus Bleeker, 1846

ปลาตัวเมียมีความกว้างลำตัวมากกว่าตัวผู้ และมีขนาดใหญ่กว่า และสามารถเห็นชัดเจนได้ในช่วงฤดูวางไข่โดยตัวเมียจะมีลำตัวกว้าง ท้องอูม เมื่อปลามีไข่ ส่วนตัวผู้จะมีลำตัวเรียวและมีขนาดเล็กกว่า ปลาแขยงจุดที่จับได้ในธรรมชาติพบว่ามีสัดส่วนตัวผู้ต่อตัวเมีย 1:1

เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ปัจจุบันยังไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ แต่มีความพยายามจากทางกรมประมงอยู่

ปลากะพงลาย ปลาเสือตอลายใหญ่

ปลากะพงลาย
ปลากะพงลาย (อังกฤษ: Silver tiger fish, American tiger fish) เป็นปลาน้ำกร่อยชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Datnioides polota อยู่ในตระกูลปลาเสือตอ (Datnioididae)

มีรูปร่างคล้ายกับปลาในตระกูลนี้ทั่วไป แต่ทว่ามีช่วงปากและรูปทรงลำตัวที่เรียวยาวรวมทั้งแหลมกว่าปลาเสือตอลายใหญ่ (D. pulcher) หรือ ปลาเสือตอลายเล็ก (D. undecimradiatus) รวมทั้งมีสีของลำตัวออกขาวเหลือบเงินและเขียวแวววาว ลายแถบสีดำบนลำตัวมีขนาดเรียวเล็ก ลายแถบตรงข้อหางแถบสุดท้ายเป็นขีดขาดกันแลดูคล้ายจุดสองขีด

ขนาดความยาวเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30 ซม. นับว่าใกล้เคียงกับปลาเสือตอลายเล็ก

พบกระจายพันธุ์บริเวณปากแม่น้ำหรือป่าโกงกางชายฝั่งทะเลที่เป็นน้ำกร่อย ตั้งแต่อินเดียจนถึงปาปัวนิวกินี และออสเตรเลีย

ปลากะพงลายเป็นปลาที่นิยมตกกันเป็นเกมกีฬา และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงามเช่นเดียวกับปลาในตระกูลเดียวกันชนิดอื่นๆซึ่งในบางครั้งจะมีชื่อเรียกในการค้าขายว่า “ปลาเสือตอแปดริ้ว”, “ปลาเสือตอบางปะกง” หรือ “ปลาเสือตอน้ำกร่อย”

นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเรียกอื่น อีก เช่น “ปลาลำพึง”, “ปลาลำพัง”, “ปลากะพงแสม” หรือ “ปลากะพงหิน” ฯลฯ
ปลากะพงลาย
Datnioides polota (Hamilton, 1822).jpg
สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)1
การจำแนกชั้นทางด้านวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Perciformes
ตระกูล: Datnioididae
สกุล: Datnioides
สปีชีส์: D. polota
ชื่อทวินาม
Datnioides polota
(Hamilton, 1822)
ชื่อพ้อง

ปลาเสือตอลายใหญ่
ปลาเสือตอลายใหญ่ (อังกฤษ: Siamese tigerfish, Finescale tigerfish) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Datnioides pulcher เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลปลาเสือตอ (Datnioididae)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะ
มีรูปร่างแบนข้าง ปากยาวสามารถยืดได้ ครีบก้นเล็กมีก้านครีบแข็ง 3 ชิ้น ครีบหลังแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกเป็นก้านครีบแข็งมีเงี่ยง 13 ชิ้น ตอนหลังเป็นครีบอ่อน พื้นลำตัวสีเหลืองน้ำตาลจนถึงสีส้มอมดำ มีแถบสีดำคาดขวางลำตัวในแนวเฉียงรวมทั้งสิ้นประมาณ 5–6 แถบ หรือ 7 แถบ โดยมีแถบเส้นที่ 3 เริ่มต้นที่ระหว่างก้านครีบแข็งของครีบหลังอันที่ 1 และ 2 (ซึ่งต่างจากปลาเสือตออินโดนีเซีย (D. microlepis) ซึ่งเคยรวมเป็นชนิดเดียวกัน ที่มีจุดเริ่มต้นของแถบเส้นที่ 3 ที่จุดเริ่มต้นของก้านครีบแข็งที่หลังอันที่ 1 พอดี3) ส่วนหัวมีลักษณะลาดเอียงมาก เกล็ดเป็นแบบสาก มีลักษณะนิสัยอยู่เป็นฝูงเล็กๆใต้น้ำ โดยมักจะอาศัยบริเวณใกล้ตอไม้หรือโพรงหินด้วยการอยู่ลอยตัวอยู่นิ่งๆหัวทิ่มลงเล็กน้อย หากินในเวลากลางคืน โดยกินอาหารแบบฉกงับ อาหารอาทิเช่น สัตว์น้ำขนาดเล็กและแมลงต่างๆมีขนาดลำตัวโตสุดประมาณ 40 ซม. น้ำหนักหนักได้ถึง 7 กิโล

พฤติกรรม
ปลาเสือตอลายใหญ่ พฤติกรรมในการกินอาหาร คือ มักจะกินเฉพาะอาหารที่มีชีวิตหรือเคลื่อนไหวได้เท่านั้น หากจะให้กินอาหารที่ตายจะต้องใช้ระยะเวลาในการฝึก น้อยรายมากที่จะฝึกให้กินอาหารเม็ดได้

การกระจายพันธุ์
อาศัยอยู่ตามแม่น้ำสายใหญ่ในภาคกลางของประเทศไทย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำแม่กลอง, แม่น้ำท่าจีน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่น แม่น้ำโขงและสาขา ในต่างประเทศเจอที่กัมพูชาและเวียดนาม

โดยเฉพาะที่ บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งพบได้มากที่สุด และเป็นที่ขึ้นชื่อมากเพราะมีรสชาติอร่อย กล่าวกันว่า ใครไปถึงบึงบอระเพ็ดแล้ว ไม่ได้กินปลาเสือตอ ถือว่าไปไม่ถึง แต่ปัจจุบัน ไม่มีรายงานการพบมานานแล้ว จนเชื่อว่าใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติแล้วในประเทศไทย

การอนุรักษ์
ปลาเสือตอลายใหญ่เป็นปลาที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายในประเทศไทย เป็นสัตว์น้ำจืดคุ้มครองของกรมประมงร่วมกับปลาชนิดอื่น อีก 3 ชนิด (ปลาตะพัด (Scleropages formosus), ปลาหมูอารีย์ (Ambastaia sidthimunki) และก็ ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์ (Oreoglanis siamensis)) ซึ่งหากใครจะค้าขายหรือเพาะเลี้ยงต้องได้รับการอนุญาตก่อน

เป็นปลาที่ได้รับความนิยมมากจากนักเลี้ยงปลาสวยงาม เพราะมีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เมื่อเวลาล่าเหยื่อจะกางครีบทุกครีบ ก่อนจะฉก แม้จะมีราคาที่แพง เพราะหายาก ปลาที่มีขายในตลาดปลาสวยงามทุกวันนี้ นำเข้าจากประเทศกัมพูชาและเวียดนาม แม้ปัจจุบัน มีผู้เพาะพันธุ์ได้แล้วจากการผสมเทียม แต่ยังได้ผลไม่แน่นอนและไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ก็ยังมีความพยายามอยู่จากทั้งภาครัฐ4และเอกชน

หลวงมัศยจิตรการและ ศาสตราจารย์โชติ สุวัตถิ ได้กล่าวถึงปลาเสือตอลายใหญ่ไว้ในปี พุทธศักราช 2503 ว่า

ปลาชนิดนี้มีรูปร่างและลายคล้ายปลาเสือ จึงได้ชื่อว่าเป็นปลาเสือไปด้วย แต่พ่นน้ำไม่ได้ เป็นปลาที่ทนทาน และสามารถเลี้ยงไว้ในอ่างแก้วได้ โดยให้เนื้อและกุ้งเป็นอาหาร นับว่าเป็นปลาที่สวยงามชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้นิยมรับประทานเพราะเนื้อแน่นแสนอร่อย เฉพาะที่ปากน้ำโพ ปลาชนิดนี้ขายได้ราคาดี แต่นานๆจะมีมาตลาดสักคราวหนึ่ง