วิธีไล่มดง่ายๆ ด้วยของใช้ในบ้าน

หลายคนคงเคยเจอปัญหาเรื่องมดบุกบ้าน มดขึ้นที่นอน มดขึ้นผ้าเช็ดตัว มดขึ้นอาหาร หลากหลายปัญหาน่าหงุดหงิดใจ ซึ่งรวม ๆ แล้วไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เลย เพราะหลายบ้านมีเด็ก และสัตว์เลี้ยง สามารถเกิดอัตรายได้หากโดนมดกัด และในเด็กรวมถึงผู้ใหญ่บางคนมีอาการแพ้พิษที่มาจากมด โดยเฉพาะมดคันไฟ มดตะนอย วันนี้เรารวม วิธีไล่มดง่ายๆ ด้วยของใช้ในบ้าน มาให้แล้ว เป็นวิธีไล่มดจากของใกล้ตัวที่ไม่เน้นใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อคนในบ้าน

สาเหตุที่มดชอบเข้าบ้านแบบไม่ได้รับเชิญ
ก่อนที่จะไปถึงวิธีไล่มด มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้มดขึ้นที่นอนหมอนมุ้ง ขึ้นผ้าขนหนูและกัดเสื้อผ้าเป็นรูคืออะไร สำหรับสาเหตุที่มดดำและมดอื่น ๆ ขึ้นอาหาร หลายคนรู้กันอยู่แล้วว่าเกิดจากมดงานที่ออกหาอาหารกลับรัง ส่วนมดที่ขึ้นตามผ้าเช็ดตัวอาจเกิดจากสิ่งสกปรกที่ฝั่งในผ้า อย่างพวก ขี้ไคล หรือมดงานเหล่านี้เกิดหลงทาง และใช้ผ้าเช็ดตัวของเราเป็นทางเดินผ่านเดินกลับรัง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ ฟ้า ฝน ที่ทำให้เหล่ามดดำ มดคันไฟ และสัตว์ร้ายไม่ได้รับเชิญทั้งหลายแห่หนีฝนเข้าบ้านเรานั่นเอง  

วิธีไล่มดด้วยน้ำส้มสายชู
การใช้น้ำส้มสายชู เป็นวิธีไล่มดที่เหล่าร้านค้าร้านอาหารก็ใช้กัน โดยการใช้น้ำส้มสายชู และน้ำเปล่าผสมในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ จากนั้นก็นำไปฉีดตามจุดที่มดเดินผ่าน จะทำให้มดไม่เข้ามาในบริเวณดังกล่าว สำหรับตามร้านค้าร้านอาหาร จะใช้ฉีดลงบนโต๊ะกินข้าวก่อนแล้วเช็ดด้วยผ้า

เหตุผลที่มดดำหรือมดประเภทอื่น ๆ ไม่มาในบริเวณที่มีน้ำส้มสายชู เนื่องด้วยกลิ่นของน้ำส้มสายชูมีความฉุนและมีรสเปรี้ยว มด แมลงและสัตว์ที่ดำเนินชีวิตด้วยการใช้จมูกดมกลิ่นนำทางเป็นหลัก มักทนกับกลิ่นน้ำสมสายชูไม่ได้นั่นเอง

วิธีไล่มดด้วยเปลือกไข่
คงมีข้อสงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมเปลือกไข่ไล่มดได้ คำตอบคือในเปลือกไข่ที่เราไม่ใช้แล้วนั้น มีกำมะถัน แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แคลเซียม ฟอสเฟต ซึ่งเมื่อโดนความร้อนหรือเผาไหม้จะทำให้สารเหล่านี้เปลี่ยนสถาพและมีฤทธิ์ในการไล่มดได้ เป็นวิธีไล่มดแบบธรรมชาติใกล้ตัวโดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลง 

วิธีไล่มดด้วยเปลือกไข่ ขั้นตอนคือ ให้นำเปลือกไข่ไปตากแดดหรือเผาให้ร้อน แล้วนำไปบดให้ละเอียด หลังจากนั้นให้ผสมน้ำลงไปแล้วทิ้งไว้สัก 20นาที แล้วนำไปเทตรงที่ที่มีมดเดินผ่าน เท่านี้ก็ได้เปลือกไข่ไล่มดที่ทรงประสิทธิภาพ

วิธีไล่มดด้วยน้ำมะนาว
หลักการง่าย ๆ ของการไล่มดด้วยน้ำมะนาว ซึ่งคล้ายกับการใช้น้ำส้มสายชู และเหมาะสำหรับใครที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชู ด้วยกลิ่นของมะนาวและเปลือกมะนาว จะไปรบกวนการดมกลิ่นของมด นอกจากนี้ในมะนาวยังมีกรดซีตริก ทำให้มะนาวเป็นวิธีไล่มดได้ดีไม่ทำให้มดกลับมาในบริเวณนั้น หลาย ๆ คนจึงนำมะนาวและเปลือกมะนาวไปใส่ไว้ในถังขยะเพื่อเป็นการไล่มดและแมลงสาบ ขั้นตอนคือให้นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 แล้วนำไปพ่นตามบริเวณที่มดเดินผ่าน เป็นอีกหนึ่งวิธีไล่มดง่าย ๆ จากของใกล้ตัวโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

วิธีไล่มดด้วยขมิ้น
อีกหนึ่งวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้านของเราอย่าง “ขมิ้น” เป็นสมุนไพรที่นำมาไล่มดได้ เป็นวิธีไล่มดแบบธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมีแบบย่าฆ่าแมลงให้เป็นอันตราย ในขมิ้นมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยทำให้มีประสิทธิภาพในการไล่มดได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนให้เริ่มจากการนำขมิ้นมาล้างน้ำ ปอกเปลือง และตำให้ละเอียด ผสมน้ำเปล่าแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำที่ได้ใส่ขนาดสเปรย์ แล้วนำไปฉีดพ่นในบริเวณที่มดเดินผ่าน 

วิธีไล่มดในข้าวสารด้วยใบมะกรูด
นอกจากปัญหามดในบ้าน มดตามเสื้อผ้าแล้ว ใครที่ซื้อข้าวสารมาไว้ในบ้านนาน ๆ มักจะเจอปัญหามดลงไปในกล่องข้าวสาร มีวิธีไล่มดได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ใบมะกรูด 2 – 3 ใบ นำมาฉีกแบ่งครึ่งเพื่อให้กลิ่นของใบมะกรูดออกมา แล้วนำไปใส่ไว้ในถุงหรือกล่องข้าวสาร สามารถไล่มดได้ หากใบมะกรูดแห้งให้เปลี่ยนใบใหม่ เพราะใบแห้งจะไม่มีกลิ่นนั่นเอง

วิธีไล่มดง่ายๆ ด้วยของใช้ในบ้านส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ไล่มด น้ำส้มสายชูไล่มด หรือจะเป็นวิธีไล่มดจากสมุนไพรที่หาได้ใกล้ตัวในบ้านของเรา ล้วนเป็นการกำจัดมดที่ไม่พึ่งยาฆ่าแมลง ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ แถมยังประหยัดเงินอีกด้วย แต่หากจะไล่มดและป้องกันไม่ให้มดมารบกวน ควรดูแลบ้านให้สะอาด เรียบร้อย เก็บของให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ ผ้าขนหนูควรซักบ่อย ๆ และปิดฝากล่องของกินให้สนิททุกครั้ง เท่านี้ก็เป็นวิธีไล่มดรวมถึงสัตว์ร้ายอื่น ๆ ได้

รู้ไว้ สาเหตุที่ทำให้ ผมบาง ผมร่วง ก่อนสายเกินไป

สำหรับปัญหา หัวล้าน ผมบาง ผมร่วง คงเป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่อยากเจออย่างแน่อน ยิ่งถ้าเป็นสาวๆ ที่ชอบผมยาวล่ะก็ คงต้องกลุ้มใจสุดๆ เวลาที่ต้องเห็นตัวเองผมบาง ผมร่วง เพราะจะเห็นได้ชัดว่าปริมาณของผมบนหัวนั้นมันลดน้อยลงทุกทีๆ

ยิ่งตอนสะผมนี่ผมยิ่งร่วงหนัก อย่างกับคนเป็นโรคร้ายเลยทีเดียว เมื่อถึงคราวที่ต้องเก็บกวาดห้อง ก็มักจะเจอเส้นผมของตัวเองอยู่ตามพื้นเต็มไปหมด จนเกิดความสงสัยว่าผมบนหัวหรือที่พื้นกันนะที่เยอะกว่า ถ้าไม่รีบหาวิธีแก้รับรองผมได้ร่วงหมดจริงอย่างแน่อน วันนี้เราจึงมีบทความ รู้ไว้ สาเหตุที่ทำให้ ผมบาง ผมร่วง ก่อนสายเกินไป มาฝากสาวๆ กัน

1. เกิดจากขาดธาตุเหล็ก
เส้นผมต้องการธาตุเหล็กถึงจะมีความแข็งแรง ดังนั้นถ้าเราขาดธาตุเหล็กจะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่าย ส่งผลให้ผมบางและหัวล้านได้ในที่สุด คนที่ไม่อยากผมร่วงเยอะอยากให้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ทั้งพวกผักใบเขียว อาหารจำพวกปลา เป็ด ไก่ ไข่แดง ธัญพืชประเภทซีเรียล ถั่วแดง ฟักทอง มะเขือเทศ เป็นต้น

2. เกิดจากความเครียด
เวลาที่เราเครียด จะส่งผลถึงร่างกายโดยตรงโดยเฉพาะฮอร์โมนที่อาจเกิดการผิดปกติ จนทำให้ผมร่วง จนทำให้ดูเหมือนคนผมบาง บางคนเวลามีอาการเครียดก็ชอบดึงผมเล่น โดยไม่รู้ตัวจนทำให้ผมบาง ผมหายไปเป็นกระจุก โดยเฉพาะบริเวณกลางกระหม่อม หรือผมด้านหน้า ทางที่ดีควรฝึกตัวเองไม่ให้เครียด พยายามผ่อนคลายเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ และหาทางระบายความเครียดด้วยวิธีที่เป็นประโยชน์เช่นการออกกำลังกาย ไม่งั้นหัวอาจจะล้านโดยไม่รู้ตัว

3. เกิดจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
เชื้อราก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหัวล้าน และสาเหตุของการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะก็มาจากตัวเราเองนี่แหละ นั้นก็คือความสกปรกและความอับชื้น ควรเปลี่ยนปลอกหมอน ทำความสะอาดหวีและแปรงผม ถ้าสระผมก่อนนอนก็ควรแน่ใจว่าผมแห้งแล้วค่อยนอน เพราะถ้าเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะแล้วจะทำให้รู้สึกคันระคายเคือง จากนั้นผมก็จะร่วง คนที่ผมบางยิ่งเห็นได้ชัด ถ้าไม่อยากดูเหมือนคนหัวล้านต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี

4. เกิดจากถูกสารเคมีเป็นประจำ
ยิ่งกับคุณสาวๆที่รักการทำสีผมให้รู้เลยว่าตอนนี้คุณกำลังเสียงหัวล้านมากกว่าคนที่ไม่ค่อยย้อมผม การที่หนังศรีษะอาจถูกสารเคมีทำร้ายมากเกินไปจะทำให้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเส้นผม ทำให้หนังศีรษะเกิดอาการคัน ผมร่วง เพราะฉะนั้นขอให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับศีรษะ ถ้าต้องการย้อมผมให้ทิ้งระยะบ้าง และเลือกใช้ยาย้อมผมที่ไม่แรงจนเกินไป

5. เกิดจากชอบทำผมทรงรวบตึง
มัดผมม้า แบบรวบตึง เก็บผมทุกเส้นแบบเนียนกริบ หรือแม้กระทั่งคนที่ชอบถักเปียติดหนังหัว ก็ค่อนข้างเสี่ยงต่อการหัวล้าน เหตุผลก็คือการมัดผมตึงเกินไปจะทำให้เส้นผมไม่สามารถลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงรากผม และปลายผมได้อย่างเพียงพอ สุดท้ายแล้วก็จะทำให้เส้นผมของเราอ่อนแอลง เป็นสาเหตุให้ขาดหลุดร่วงได้ง่าย คนที่กลัวว่าจะหัวล้านหัวเถิก ขอแนะนำว่าอย่ารัดผมแน่นเกินไป ถ้าจำเป็นก็ให้ทำอย่าบ่อยเกินไปนัก

6. ยาคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง อย่างที่บอกไว้ข้อด้านบนว่าฮอร์โมนของร่างกายจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ต่างกันไป หนึ่งในนั้นก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้น อาจก่อให้เกิดสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงและทำให้หัวล้านได้ในที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ทานยาคุมกำเนิดทุกคนจะเป็นแบบนี้นะ แต่ถ้าใครที่ทานแล้วรู้สึกว่ามีอาการผมร่วงมากกว่าปรกติให้เปลี่ยนยี่ห้อยาคุมซะ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องหัวล้านทีหลัง

สำหรับบทความ รู้ไว้ สาเหตุที่ทำให้ ผมบาง ผมร่วง ก่อนสายเกินไป ที่เรานำมาฝากสาวๆนั้น ก็เป็นเพียงไม่กี่สาเหตุที่เรายกขึ้นมา จริงๆ แล้วอาจจะมีสาเหตุอื่นๆ อีก แต่ก็ควรจะสังเกตุตัวเองเอาไว้ เพื่อที่จะได้ไม่สายเกินไป

แผลเป็นหนอง ต้องดูแลอย่างไร

สำหรับแผลผ่าตัดหรือแผลสดนั้นสามารถเกิดหนองได้หลากหลายชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป หนองเป็นของเหลวชนิดหนึ่ง ที่ไหลออกมาจากแผล หากแผลมีหนองไหลออกมา เป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกได้ว่า แผลที่เป็นอยู่นั้นเกิดการติดเชื้อ หากเกิดแผลต้องหมั่นทำความสะอาด และตรวจดูอยู่เสมอว่าแผลนั้นมีหนองหรือไม่ เราจึงมีบทความ แผลเป็นหนอง ต้องดูแลอย่างไร มาฝากกัน

หนอง คืออะไร
หนอง (Pus) คือของเหลวที่ไหลออกมาจากบาดแผล หากบาดแผลของเรามีหนองนั้นก็จะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะหนองจะมีสีที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ สีเหลือง สีเทา สีเขียว และสีน้ำตาล โดยสีและความเข้มข้นของหนองนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนของเชื้อโรคที่มีอยู่ รวมไปถึงเชื้อโรคที่ตายแล้ว และขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดเลือดขาวด้วย

ประเภทของ แผลเป็นหนอง
ประเภทของแผลเป็นหนองนั้นสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้

1. Sanguineous drainage
หนองชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงสดหรือสีชมพู โดยหนองชนิดนี้จะประกอบไปด้วย เลือดสดเป็นส่วนใหญ่ มีลักษณะคล้ายกับน้ำเชื่อม แต่จะมีความข้นและความหนืดมากกว่าเลือดปกติ ซึ่งหนองชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นกับแผลที่เพิ่งเป็น หากเกิดหนองชนิดนี้หลังจากที่เป็นแผลได้ 2-3 ชั่วโมง แสดงว่าแผลนั้นเกิดการฟกช้ำ

2. Serous drainage
หนองชนิดนี้เป็นหนองที่ประกอบไปด้วยโปรตีน เซลล์เม็ดเลือดขาว และเซลล์สำคัญอื่นๆ ที่ร่างกายมักจะใช้ในการรักษาตัวเอง หนองชนิดนี้มีลักษณะใส และโปร่งแสงคล้ายกับน้ำ หากมีหนองชนิดนี้ที่แผลมากเกิดไป อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าบริเวณแผลมีเชื้อโรคที่เป็นอันตรายอยู่บริเวณนั้น

3. Serosanguineous drainage
หนองชนิดเป็นหนองที่ผสมกันระหว่างหนองสองชนิดข้างต้น ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด โดยหนองชนิดนี้มักจะมีสีชมพูออกแดง มักจะเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนผ้าพันแผล

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แผลเป็นหนอง
หนองที่ไหลออกมาจากแผลนั้น เกิดขึ้นจากหลอดเลือดเกิดการขยายตัวในช่วงแรกของการรักษา นอกจากนี้ในช่วงที่เกิดแผลอาจมีเชื้อโรคอยู่บริเวณนั้นทำให้ร่างกายสร้างของเหลวเพื่อพยายามรักษาตัวเอง

แผลที่เกิดหนองนั้นส่วนใหญ่เกิดจากแผลนั้นเกิดการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อโรคจะแพร่กระจายไปตามเนื้อเชื้อแล้วทำให้แผลเกิดการติดเชื้อ ทำให้แผลนั้นเกิดอาการบวมและปวด ทำให้แผลนั้นหายช้ากว่าปกติ และแผลแห้งได้ช้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยและความเสี่ยงที่ทำให้แผลเกิดหนองได้ง่ายอีกด้วย ดังนี้

  • โรคเบาหวาน
  • แผลที่เกิดจากวัตถุที่สกปรก ขึ้นสนิม
  • แผลที่โดนกัด
  • บาดแผลที่มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่เช่น แก้ว เศษไม้
  • แผลที่มีขนาดใหญ่และลึก
  • โรคอ้วน
  • ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่ดี
  • การผ่าตัดไม่ได้มาตรฐานและไม่ปลอดภัย

วิธีดูแล รักษาแผลเป็นหนอง
การรักษาหนองเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่มีความรุนแรง การรักษาแผลเป็นหนองนั้นมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะของบาดแผล เมื่อพบว่าแผลมีหนอง แพทย์จะทำการระบายหนองออกโดยยังคงรักษาความชุ่มชื่นของแผลไว้เพื่อให้ร่างกายนั้นรักษาตัวเองไว้ได้ แผลที่มีการติดเชื้อมากๆ นั้นอาจจะต้องได้รับยาเพื่อรักษาโดยเฉพาะ ซึ่งยาแต่ละชนิดแพทย์จะทำการสั่งโดยวินิจฉัยจากอาการ

เมื่อเรารู้แล้วว่า แผลเป็นหนอง ต้องดูแลอย่างไร ก็ควรจะทำตามขั้นตอน เพราะจะได้ไม่เสี่ยงเป็นโรคอะไรที่แทรกซ้อนเข้ามา เพราะการดูแลรักษาแผลแต่ละแผลนั้นต้องใช้เวลา หากไม่มั่นใจว่าแผลของตัวเองจะสะอาดไหม ก็สามารถไปรับการรักษาจากโรงพยาบาลได้