วัยเบญจเพส2 ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ

วัยเบญจเพส2 หัวเราะแบบดังมากมายๆๆแล้วเสียงน่าสยดสยองมากมาย พวกเราไม่คิดไม่ฝันว่าจะพบสิ่งที่เค้าเรียกว่า ผี! ในขณะนั้นสั่นไปหมดจ้ะ สวดมนต์ไหว้พระก็ไม่ถูกๆถูกๆเสียงขูดประตูกับเสียงหัวเราะก็ไม่หยุด พวกเราแบบเริ่มไม่ไหวแล้ว พวกเราเลยดุด่าไปว่า ” ยิ้มจะหยุดมั้ย หากไม่หยุดกรูจะแช่งให้ไม่ไปผุดไปกำเนิดเลย กรูไม่สนุกกับยิ้มนะ กรูไปทำอะไรให้ อยากได้อะไรก็บอกกันดีๆไม่ใช่มาหลอกอย่างงี้ ” ครู่หนึ่งเสียงหายเงียบสนิทเลย

ต่อจากตอนที่แล้ว วัยเบญจเพส2

พวกเราเลยเปิดออกไปไม่มีอะไร ถือพระมาวางไว้หัวนอน ไหว้พระสวดมนต์ไหว้พระ และจากนั้นก็นอน นอนได้ครู่หนึ่งมาอีกแล้วจ้ะ เสียงเคาะขอบระเบียง เคาะ ปึงๆๆแล้วกลายเป็นขูดกระจก ขูดจนกระทั่งรู้สึกเสียวฟันมากมายๆพวกเราแบบอยากนอนบวกขุ่นเคืองหนัก 

เป็นจะชนใช้ไหม ได้! พวกเราเดินไปฉุดกระชากผ้าม่านให้เปิดออกด้วยอารมณ์แบบ กรู!ไม่ไหวแล้ว จะหลอกเห้ไรนัก เพียงพอเปิดมาถึงกับทรุดเลยจ๊า เป็นเพศหญิงผมยาว นั่งขอบระเบียงแกว่งไกวขาแล้วหัวเราะ ก่อนจะกระโจนลงไป 

ภาพนั้นทำให้พวกเราช๊อค ถึงกับขนาดเข้า โรงพยาบาล เป็นพวกเราเห็นภาพนั้นแล้วสลบไปจ้ะ เพื่อนพ้องมีความเห็นว่าโทรศัพท์หาแล้วพวกเราไม่รัสายก็เลยมาหาที่คอนโด พบพวกเรานอนอยู่ข้างเตียงก็เลยพาส่ง โรงพยาบาล พวกเราเล่าให้เพื่อนพ้องฟังสหาย

พวกเราก็พูดว่าพวกเราคิดมากหรือประกาศ เป็นรู้เรื่องนะคะเรื่องแบบงี้พิสูจน์ยาก หลักฐานก็ไม่มี มันเป็นวิณญาณอะจะให้หาอะไรให้มอง ก่อนพวกเราออกมาจาก โรงพยาบาล พวกเราให้สหายพาไปมอบสังขทาน เนื่องจากเป็นวันเกิดพวกเราบวกกับเรื่องที่พบเมื่อคืนนี้เลยรู้สึกไม่ดีมากมาย

พอเพียงเข้าไปถึงหลวงพ่อบอกพวกเราว่า ดีนะเมื่อคนโยมยังรอดมาได้น่าฟังโยมมีบุญบิดามารดาป้องกัน เค้าเลยได้เพียงแค่หลอกให้พวกเรากลัว หลวงพ่อท่านบอกพวกเราว่าพวกเราวัย วัยยี่สิบห้าแล้ว ปีนี้พวกเราดวงตกมากมายๆๆๆตกแบบชะตาขาดได้เลย 

ให้พวกเราหมั่นทำบุญทำทานเยอะมากๆพวกเราก็กล่าวว่าเค้าจะเอาอะไรจากหนูจ้ะ หลวงพ่อกล่าวว่า วัยวัยยี่สิบห้าเป็นเป็นตอนๆที่โชคชะตาภพก่อนจะถั่งโถม เป็นช่วงๆใช้บาปที่เคยทำมา บวกกับพวกเราดวงตก บางบุคคลจะไปทางเจ็บตัวเป็นอุบัติเหตุ 

บางบุคคลจะสื่อหรือมองเห็นวิณญาณได้ พวกเราเป็นอย่างข้างหลัง ตอนดวงตกซาตานต้องหาคนคล้ายตัวแทน มองดูพวกเค้ามองเห็นสื่อได้บวกกับพวกเราดวงตกสุดๆพระท่านกล่าวว่าจะมองเห็นอย่างที่คนอื่นๆเค้ามองไม่เห็น ทำอะไรก็โชคไม่ดี

 พระท่านให้น้ำมนต์พวกเราไปรดห้อง แล้วให้พวกเรารับประทาน ก่อนพวกเราจะกลับ พระท่าเดิมตามแล้วบอกว่า ” โยม อัตมาขอบิณฑบาตนะ อย่าทำชั่วเลยเค้ามิได้ไปทำอะไรให้โยมก็อย่าอาฆาตพยาบาทเค้า ” แล้วพระท่านหันมากล่าวกับพวกเราว่า 

” โยม เค้าไม่ยินยอมไปนะ เค้าเอาจนตาย ” ก็กลัวสิขา ท่านกล่าวขนาดนี้ ท่านเลยบอกให้ดื่มซะ กินน้ำมนต์ที่ให้ไป แล้วท่านก็เดินไปสวดมนตร์ๆแถวรถยนต์พวกเรา แล้วบอกพวกเราว่า ขับระวังๆนะ ไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงโยมถึงที่หน้าบ้านไม่มีอันตรายแน่ พวกเราก็กราบท่าน ลาท่านกลับไปอยู่บ้าน

 คืนวันนี้พวกเราขอให้เพื่อนฝูงพวกเรามานอนด้วย เป็นไม่กล้านอนผู้เดียว ตอนจะกลับห้องพวกเราไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดจ้ะ อยู่ๆมีน้องคนนึงมาดึงมือพวกเราแล้วบอกพวกเราว่า ” แม่ผมเรียก ให้ไปพบหน่อย ” พวกเราก็ถาม แม่น้องคนใดกันขา น้องบอกเป็น หมอดู 

เพื่อนฝูงพวกเราก็บอกทดลองดูๆพวกเราก็เลยเดินไปจ้ะ ยังไม่ทันนั่ง ป้าก็กล่าวขึ้นว่า “ยิ้มตามเค้ามาเพราะเหตุใด ไปอยู่ในที่ๆของยิ้มซะ” พวกเราก็หันไปมองดูเป็น ป้าแพทย์กล่าวกับผู้ใด นั่นไม่มีผู้ใดนะคะ มีเพียงแค่พวกเรากับเพื่อนฝูงรวมทั้งน้องเพศชายที่มาเรียกพวกเรา ป้าหมอบอกพวกเราว่า ดวงพวกเราตกมาก

 ไปไหนก็จะมีแต่ว่าวิณญาณตาม เป็นวิณญาณมีทุกแห่งจ้ะ พวกเราไปจุดที่มีวิณญาณเค้าก็จะตามพวกเรา ด้วยเหตุว่าพวกเรามองเห็นเค้าบวกกับดวงตก พวกเราเลยถามป้าแพทย์ว่า หนูจำเป็นต้องทำอย่างไร เค้าอยากอะไร ป้าหมอบอก เค้าจะเอาหนูไปแทนพวกเค้า หนูก็เริ่มกลัวละ เป็นกว่าจะพ้นปีไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ป้าหมอบอกให้พวกเราไปต่อโชคเคราะห์ แล้วก็ทำบุญทำทานซะ แล้วป้าแพทย์ให้เหรีญพวกเรามาเหรียญนึง เป็นเหรียญ 

ให้พวกเราพกประจำตัวไว้ แล้วหมั่นบูชาท่าน ป้าแพทย์ไม่เอาเงินพวกเราสักบาทเดียวนะคะ แถวบอกแนวทางให้อีก พวกเราก็ไหว้ป้าแพทย์แล้วกลับห้องกัน ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ได้ยินเสียงเคาะจ้ะ เคาะข้างหลังรถยนต์ พวกเราก็เลยหันไปมองหน้ากันแบบคนใด? คนไหนกันเคาะ ? 

พวกเราก็เลยจับเหรียญพนมมือ แล้วกล่าวว่า “ช่วยคุ้มครองป้องกันคุ้มครองป้องกันพวกหนูให้ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากอันตรายทั้งผอง อย่าให้คราวปีศาจตัวไหมมาทำอันยี่ห้อพวกหนูได้ด้วยเถอะ” เพียงพอพวกเรากล่าวจบ มาเป็นเสียงกรี๊ดจ้ะ กรี๊ดร้องดังมากมายและหายไปเลย ทุกคนอึ้งจ้ะ แบบไม่น่าเชื่อท่านช่วยได้จริงๆ

วัยเบญจเพส ที่ทุกคนต้องเคยพบเจอ1

 

คำสาปบนดอย เรื่องผีที่เล่าขานต่อ ๆ กันมา

คำสาปบนดอย วิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่บนดอยสูงนั้น วัฒนธรรมพวกเขาเคยสงบหยุดนิ่งมาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกยุคใหม่มากขึ้น วัยรุ่นแต่งตัวเกาหลี วัฒนธรรมจากภายนอกหลั่งไหลเข้าไปและรับเอาโดยคนรุ่นใหม่อย่างไม่ยากเย็น วิถีเก่าๆจึงค่อยๆจืดจางลงไปตามกาลเวลา

คำสาปบนดอย เริ่มต้นจาก

ในอดีตเรือกสวนไร่นาของชาวเขา ส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน ลัดเลาะไปตามไหล่เขาไกลบ้างใกล้บ้างเนื่องจากพื้นที่ปลูกพืชที่ดีๆหายาก แต่ละครอบครัวจึงต้องเดินเข้าป่าลึกเพื่อถากถากจับจองกันเองตามกำลัง เมื่อพืชผลเจริญงอกงาม ด้วยระยะทางจากบ้านมาก็ไกลโข จึงเกิดความระแวงว่าแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเก็บเอาผลผลิตไปโดยวิสาสะจึงต้องมีพิธีกรรมบางอย่างเกิดขึ้น….

เริ่มจากตระเตรียมสำรับกับข้าวของคาวของหวานและเหล้าสำหรับเซ่นไหว้จนครบแล้ว จึงเริ่มการสวดด้วยคาถาอาคมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น คาถานั้นเป็นคำสาปแช่งให้ผู้ที่เอาของจากไร่โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นให้มีอันเป็นไปหลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวก็จะสั่งคนในบ้านว่า ห้ามกินของในไร่เป็นอันขาดจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว

แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ครอบครัวนี้มีลูกหลายคน และหลายวัยเด็กชายตัวเล็กๆ ติดตามพ่อแม่ไปทำงานในไร่ทั้งพ่อทั้งแม่มัวแต่ยุ่งกับงานในไร่ จึงไม่ได้สนใจลูก ฝ่ายลูกชายที่มัวเล่นเพลิน ด้วยความหิว จึงคว้าเอาพุทราผลหนึ่งเข้าปาก และตามด้วยอีกผลด้วยความเอร็ดอร่อย กระทั่งเย็นย่ำ สามพ่อแม่ลูกจึงเดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน ภรรยาหุงหาอาหารเสร็จสรรพเรียบร้อย จึงเรียกทุกคนล้อมวงกินข้าวกัน หลังจากกินได้ไม่นาน ลูกชายคนเล็กก็ล้มลง ตัวโก่งตัวงอ ปากร้องว่า “ปวดท้องๆ”

แม่ตกใจลนลาน รีบไปหายาสมุนไพรแก้ปวดท้องมาให้กิน อาการก็ยังไม่ทุเลา คนเป็นพ่อเริ่มเอะใจว่าไม่น่าจะปวดท้องแบบธรรมดาซะแล้ว ในใจนึกว่าขออย่าให้เป็นดังที่คิดเลย ทนไม่ไหวเต็มทีจึงถามลูกว่า “ตอนกลางวัน นอกจากข้าวที่เตรียมมา แกไปกินอะไรอีก” ลูกชายฝืนใจตอบอย่างยากเย็น “พุทรา” คนเป็นพ่อตกใจ “พุทราที่ไหน” “ในไร่เรา””ฮ้า!!!…..”

พ่อใจหล่นวูบ เป็นดังที่คิดเสียแล้ว กระวีกระวาดเตรียมของจำเป็นสำหรับไหว้แล้ว คว้าไฟฉายแล้ววิ่งไปไร่ทันที หนทางไปไร่มืดสนิทมีแต่แสงไฟฉายนำทางวูบๆวาบๆ เหนื่อยแทบขาดใจจึงถึงไร่ วางเครื่องเซ่นลงจัดแจง ใจยังเต้นตุ้บๆ ปากแทบจะท่องคาถาไม่เป็นคำ หลังจากว่าคาถาคลายคำสาปแช่งเสร็จ เชื่อว่ามนต์นั้นถูกคลายแล้วอย่างแน่นอน

เก็บข้าวเก็บของเสร็จวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับมาบ้าน กระหืดกระหอบขึ้นบันได ถามเมียว่าลูกเป็นอย่างไร เมียหันหลังให้ เห็นแต่หัวกับเท้าลูกพาดบนตัก “ลูกเราเสียแล้วพี่ ฮือ..ฮือ…” คนเป็นพ่อน้ำตาคลอเบ้า แข้งขาอ่อนทรุดลงทันที เราช้าไปเสียแล้ว ใจคิดแต่โทษตัวเองว่าช่วยลูกชายไว้ไม่ได้ จึงปล่อยโฮตามเมียอีกคน

ร่างลูกถูกคลุมด้วยผ้าขาว บนหัวนอนมีโคมน้ำมันก๊าดจุดไว้ทั้งคืน รุ่งเช้าญาติพี่น้องช่วยกันจัดพิธีฝังศพตามมีตามเกิดด้วยบรรยากาศที่แสนจะโศกเศร้า ครอบครัวหนึ่ง ต้องสูญเสียลูกชายด้วยความคับแค้นใจ พืชผลในไร่กับชีวิตของลูกชาย หากแลกได้คงไม่เอาอันใดนอกจากชีวิตของลูก

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับชาวเขาด้วยกันเอง การใช้มนต์ดำเพื่อรักษาพืชผลจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง แต่สำหรับพ่อที่เสียลูกไป คงไม่อยากใช้อีกเลยตลอดชีวิต หนาวนี้หลายคนชอบไปเที่ยวดอยสูง หากเจอดอกไม้สวยๆ ผลไม้งามๆ ที่ไหนสักแห่งบนเขาแล้วคิดจะเด็ดมาชิมหรือชมแล้วละก็ไม่แน่ว่า อาจมีคำสาปพ่อเฒ่าชาวเผ่าผู้หวงแหนแฝงอยู่ก็เป็นได้

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน

 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอน พอตื่นตอนเช้ามาพวกเราไปทานข้าวที่ร้านค้าป้าด้านข้างหอพัก เนื่องจากว่าอยากทราบเลยถามเอารูปให้ป้ามอง ป้ามองได้ครู่หนึ่งก็ส่งให้คนภายในร้านค้าข้าวดูบ้างทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า 

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนภาคอีสานมาเดินทางมาทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการพร้อมทั้งแฟนของเธอ เธอทำงานก่อสร้างสักที่ในจังหวัดนี้ เธอพักที่ทาว์เฮ้าท์ซอกซอย 17 อยู่กันคนไม่ใช่น้อย แฟนเธอเป็นคนหัวงู มีภรรยาน้อยและไม่ค่อยกลับมาหาเธอ เธอทำเป็นเพียงแค่รอคอยรวมทั้งตอนนี้เธอท้อง 

วันหนึ่งแฟนเธอกลับมา เธอบอกเขาท้อง แต่แฟนของเธอบอกให้เธอไปทำแท้ง แฟนของคุณเดินออกมาจากบ้านไปและไม่กลับมาอีกเลย มันทำให้เธอฆ่าตัวตาย เธอผูกคอฆ่าตัวตายในนั้น กว่าเพื่อนจะทราบก็เลิกงานแล้ว เพื่อนของเธอเลยนำศพกลับไปยังบ้านกำเนิดตายไปได้ไม่นาน 

เธอหลอกผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นหลายครั้งกระทั่งคนภายในตรอกเริ่มทยอยย้าย จนกระทั่งเหลือเพียงแค่ไม่กี่ข้างหลัง ป้าพูดว่าเธอเพิ่งจะหยุดเฮี้ยนไป 3 เดือนที่แล้วน่าพวกเราจะมาอยู่ พวกเราก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อจากนั้นไม่นานวันนั้นเป็นวันหยุดหลายวัน 

คุณครูที่หอกลับบ้านกันหมด เหลือเพียงแค่พวกเรา ในเวลาที่พวกเราเล่นเกมอยู่คงจะห้านาฬิกาเย็น พวกเราได้ยินเสียงคนตีประตูห้องน้ำปัง ปัง ปัง เสียงดังมากมันดังมาจากห้องพวกเราเอง พวกเราได้ยินพวกเราก็สะดุ้ง ตระหนกตกใจมากแต่ว่าก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอะไร

หลายวันผ่านไปเวลาฝันว่ามองเห็น ตนเองนอนอยู่บนเตียงแล้วได้ยินเสียงที่บ้านเกล็ดประตูข้างหลังห้อง แล้วพวกเราก็หันไปมอง มองเห็นเป็นมือเหี่ยวเฉา ๆ มีเล็บยาวกำลังเอามือเข้ามาในบานเกร็ด คิดว่าเป็นขโมย เลยลุกจากที่นอนแล้วไปถือมีดมาฝันที่มือนั้น 

พวกเราได้ยินเสียงกรี๊ดร้องครู่หนึ่งก็หายไป แล้วได้ยินเสียงคนตีประตูอยู่หน้าห้องแล้วเสียงก็เงียบ ครู่หนึ่งมองเห็นเป็นเงาดำๆ หญิงผมยาวยืนอยู่ปลายเตียงแล้วกล่าวว่า อยากได้สลากกินแบ่งไม่ใช่หรอ พวกเราตอบว่าใช่ หญิงคนนั้นเลยให้ลอตเตอรี่มาสองตัว 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 2 เรื่องวิญญาณหลอนตอนสุดท้าย

พวกเราเลยคิดว่าจะกลับบ้านเลยตรงลงกันว่าวันพรุ่งไปพร้อมกัน พอไปถึงที่บ้านคุณยายถามคำถามว่าเพราะอะไรซูบผอมจัง น่าดูคล้ำมากเดี๋ยววันพรุ่งพาไปวัด ตื่นรุ่งเช้ามายายพาไปวัด วัดนี้เป็นวัดป่ารวมทั้งเป็นที่เชื่อถือของคนภายในพื้นที่ เพียงพอเดินเข้าไปในศาลา พระบอกว่าโยมพาคนใครมาด้วย พวกเราก็หันหลังกลับไปมองดูก็ไม่มีใคร 

พระกล่าวว่าโยมนั่นแหละ มีคนตามมาด้วย ท่านตอบว่าเป็นหญิง พวกเราถามคำถามว่าแล้วตามมาจากไหน ท่านตอบว่าตามมาจากสถานที่ทำงาน พวกเราถามคำถามว่าแล้วเขาอยากอะไร ท่านตอบว่าแล้วโยมบอกอะไรกับเขาไว้ล่ะ พวกเราก็นั่งคิดครู่หนึ่งก็บอกขึ้นมาว่า อยากได้อะไรก็จะให้ ท่านเลยกล่าวว่านั่นแหละที่เขาตามโยมมา

พวกเราถามคำถามว่า แล้วเขาอยากอะไรท่านเลยกล่าวว่าเขาปรารถนาชีวิตของโยม ดีนะที่ดวงยังไม่ถึงคาด เจ็บไข้หลายครั้งใช่ไหมพวกเราตอบใช่จ้ะ ท่านกล่าวว่าไม่แปลกหรอกก็เขาไปไหนมาไหนกับโยมตลอด ยายถามพระว่าพอมีทางแก้ไหม ท่านเลยตอบว่ามี แต่จำต้องทำในสามวันไม่อย่างนั้นตาย ไปรดน้ำมนต์ 7 วัด วันเดียวต้องได้ 7 วัด แล้วก็จำเป็นต้องทำใน 3 วันนี้แค่นั้นแล้วเขาก็จะไม่มากมายวนอีก หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเราก็ไม่เคยพบเธออีกเลย

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน

 

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน

แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน พวกเราเป็นคนภาคอีสาน จบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน พอเพียงสำเร็จการศึกษาพวกเราได้ได้โอกาสมาดำเนินงานที่ โรงเรียนที่เป็นของเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่เรียนมีหออาจารย์อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างหลังสถานศึกษา 

หมู่บ้านนี้ใหญ่มากมีตรอกจำนวนมาก ซึ่งห้องพักคุณครูจะอยู่ระหว่างตรอกที่ 17-19 ห้องเช่ามีสองชั้น พวกเราได้ห้องด้านล่างห้องลำดับที่สอง ข้างหลังห้องพวกเราเป็นบ้านร้างปลอดคนอาศัย ต้นไม้ขึ้นเกลื่อนกลาดมากมาย ต้นหญ้าวัชพืชขึ้นปกคลุมรอบๆบ้าน และก็ที่สำคัญร้านขายของชำอยู่ไกลมาก ถ้าหากจำไม่ผิดคงจะอยู่ตรอก 3 เวลาไปชื้อของก็ยืมรถจักรยานพี่ที่หอพัก

เรื่องราวเริ่มต้น แขกไม่ได้รับเชิญ ตอนที่ 1 เรื่องวิญญาณหลอน 

พวกเรา ถูกใจขี่จักรยานออกมาชื้อของเวลา 20.00-21.00 บ่อยๆ วันแรกที่พวกเราขี่จักรยานเพื่อไปชื้อของพวกเราปั่นไปตรอกที่ 19 ปั่นไปไม่ถึงครึ่งตรอกก็มีหมาไล่กัดอย่างจริงจัง และเห่า มันน่าขนลุกมากมาย วันถัดมาพวกเราก็ขี่จักรยานไปชื้อของอีกแม้กระนั้นต่อไปนี้พวกเราแปลงซอกซอย เป็นซอกซอยที่ 18 ปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างจากซอกซอยที่ 19 เลย วันถัดมาพวกเราก็ขี่จักรยานไปชื้อของอีกพวกเราปั่นตรอกที่ 17 

ในเวลาที่ปั่นไปก็มีความคิดว่าจะเป็นเช่นเดียวกับ 2 ซอกซอยก่อนหน้านี้ไหม ปรากฏว่าทุกสิ่งเงียบเชียบ ไม่มีหมาออกมาไล่กัดสักตัว เห่าก็ไม่มีบรรยากาศสองข้างถนนเป็นทาว์เฮ้าท์สองชั้น มัดูรกร้างต้นไม้ขึ้น ใบไม้ตกในรอบๆทาว์เฮ้าท์ มีคนอาศัยอยู่เพียงแค่ไม่กี่ข้างหลัง ทำให้มองวังเวงมากมาย แต่ว่าพวกเราก็มิได้คิดอะไรเพราะพวกเราเข้าใจแล้วว่าซอกซอยนี้ไม่เป็นอันตราย ต่อจากนั้นมาพวกเราก็ขี่จักรยานผ่านที่ตรอกนี้ประจำ

วันหนึ่งในขณะที่พวกเรากำลังนั่งเล่นเกมส์อย่างบ้าคลั่งเสียง msn ดังขึ้นเพื่อนพ้องพวกเราทักมา กล่าวว่าให้ถ่ายทำคุยกัน พวกเราก็เลยหยุดเล่นเกมแล้วถ่ายทำคุยกับเพื่อนฝูง ขณะนั้นคงจะเย็นมากมายล่ะ พวกเราเปิดไฟในห้องไว้ ไฟตรงอื่นยังมิได้เปิด (พวกเราลืมบอกไปพวกเรานั่งพักผ่อนคอมที่โต๊ะ เบือนหน้าไปที่บานเกล็ด ด้านหลังพวกเราเป็นเตียง พวกเราเปิดประตูข้างหลังห้องและก็ประตูห้องสุขาไว้ ประตูปากทางเข้าจะตรงกับประตูสุขาพอดิบพอดี ) 

ฝั่งเพื่อนมีกันอยู่ 5-7 คน เพื่อนฝูงถามคำถามว่าอยู่กับคนไหนกันแน่ พวกเราพูดว่าผู้เดียว กับหมุนกล้องถ่ายรูปให้เพื่อนฝูงมอง คุยกันได้ครู่หนึ่งพวกเราเลยบอกเพื่อนฝูงว่าจะไปเข้าส้วม พูดเสร็จพวกเราก็ลุกไปเข้าส้วมพอกลับมาปรากฏว่าเพื่อนพ้องปิดกล้องไป แล้ว พวกเราเลยถามคำถามว่าปิดเพราะอะไร เพื่อนฝูงเลยถามคำถามว่าอยู่กับคนไหน พวกเราพูดว่าอยู่เพียงลำพัง เพื่อนก็ถามย้ำอีกว่าอยู่กับใคร พวกเราก็พูดว่าอยู่ตามลำพังจริง ๆ 

แล้วก็เพื่อนก็พูดว่าในตอนที่พวกเราไปเข้าห้องน้ำ กล้องถ่ายภาพค้างหน้าห้องอาบน้ำแล้วเห็นพวกเรากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำเห็นหญิงคนหนึ่ง ผมยาวสวมเสื้อสีขาวรวมทั้งกางเกงที่มีสีเทา พวกเราไม่เชื่อที่เพื่อนบอก เพื่อนส่งรูปมาเป็นหลักฐาน ส่งพวกเราก็ชี้แจงไม่ได้แบบเดียวกันว่ามันเป็นยังไงติดตามต่อได้ภาค 2 …….

เรื่องเล่าผีเมืองนิวส์ออร์ลีน สุดหน้ากลัว

เรื่องเล่าผี สถานที่ผีดุ Tower of London ภาค 2

เรื่องเล่าผี สถานที่ผีดุหอสังเกตการณ์สุดเฮี้ยนที่อังกฤษ Tower of London หอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน ราชสำนักหลวงดั้งเดิมที่สำคัญของอังกฤษสถานที่ผีดุที่สุดอันดับที่หนึ่งในโลก เนื่องจากตรงนี้เต็มไปด้วยเรื่องผีเรื่องราวสุดสยองขวัญในอดีตกาลอัดแน่นกันอยู่นั่นเอง

เรื่องเล่าผี สถานที่ผีดุ Tower of London หอสังเกตการณ์ขาว ลอนดอน

ความหลอนยังไม่จบเท่านี้ เมื่อปี 1674 ช่างซ่อมหอสังเกตการณ์ ได้เข้ามาซ่อม แล้วก็ตีบันไดหินทางด้านในของ White Tower หรือ หอสังเกตการณ์ขาว ในหอสังเกตการณ์ที่ลอนดอนซึ่งคาดว่าเป็นที่ฝังพระราชโอรสทั้งยัง 2 เอาไว้ในสมัยก่อน ก็ได้เจอกับกะโหลกของเด็ก 2 ชิ้นร่วมกัน แม้ว่าจะพิสูจน์มิได้ว่า กะโหลกศีรษะทั้งคู่ จะเป็นของพระราชโอรสหรือเปล่า แต่ว่าราษฎรคนประเทศอังกฤษก็ปักใจเชื่ออย่างวางใจไปแล้ว วิญญาณที่กล่าวขานกันว่ามาปรากฎให้มองเห็นเสมอๆที่หอสังเกตการณ์ที่ลอนดอนก็คือ วิญญาณของพระนางแอนน์ โบลินน์ มเหสีองค์ที่ 2 ในพระผู้เป็นเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ซึ่งถูกประหารฐานมีชู้ และก็เป็นแม่มด แน่ๆว่าตอนยุคมืดในยุโรป มีการล่าแม่มดกันปกติ ทำให้คนดีที่ผิดหัวใจคนจำนวนไม่น้อยก็เปลี่ยนเป็นแม่มด แล้วก็โดนเผา หรือบั่นหัวกันเป็นว่าเล่น ซึ่งพระนางแอนน์ โบลินน์ก็เป็นเลิศในนั้น “ความไม่ผิดของนางอาจก่อให้วิญญาณวนเวียนและไม่ไปสู่สวรรค์” นี่เป็นสิ่งที่คนเมืองคิด รวมทั้งส่งต่อความเลื่อมใสนี้มาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ด้วยเหตุว่ามีการเอ๋ยถึงว่า ในเวลานั้นพระผู้เป็นเจ้าเฮนรี่ที่ 8 อยากได้อภิเษกสมรสกับมเหสีใหม่ ก็เลยปรารถนากำจัดพระนางแอนน์ โบลินน์ออกไปให้พ้นทาง โดยจัดฉากปัดความผิดให้ พร้อมหลักฐานเท็จให้แน่ ๆ ว่า การประหารพระนางแอนน์ก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ จุดประหารพระนางมีชื่อว่า “ทาวเวอร์กรีน” เป็นสนามซึ่งอยู่ในเขตหอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน ว่ากันว่าตอนประหารพระนาง เพชฌฆาตชูพระเศียรขึ้นยก พระเนตรของพระนางยังคงลืมอยู่ แล้วก็พระปากก็ขมุบขมิบราวกับกำลังแช่งชักหักกระดูก จนถึงทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากมักมองเห็นพระนางมาปรากฏกายให้มองเห็นแบบผีไม่มีหัว เคยมีเรืองเล่ากันว่า ทหารยามมองเห็นสตรีสวมผ้าที่มีไว้สำหรับคลุมหัวเดินเที่ยวขอบระเบียงที่ถูกปิดตาย แต่ว่ามีลักษณะหิ้วหัวไว้ภายในมือ ไม่ก็จะได้ยินเสียงลากเครื่องพันธนาการในห้องประหารแล้วกรีดจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีสถานะการณ์แปลกๆให้มองเห็นทุกคืน

เสียงกรีดอันโหยหวน เรื่องเล่าผี ของเลดี้เจน เกรย์

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระผู้เป็นเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ราชบัลลังก์ก็ตกอยู่ในมือของโอรสแค่เพียงเลวทรามอึดใจ ไม่นานกษัตริย์องค์ใหม่ก็จากไปด้วยเหมือนกัน รัชทายาทองค์รองลงมาที่จะต้องดูแลราชบัลลังก์ที่อังกฤษต่อก็คือ เจ้าฟ้าหญิงแมรี่ ซึ่งมีพระราชคุณแม่เป็นคนประเทศสเปน ก็เลยกำเนิดกระแสการแย้งสังกัดเจ้าขุนมูลนายบางข้าง เจ้าขุนมูลนายที่ไม่อยากที่จะให้ประเทศสเปนมามีอำนาจในแผ่นดินอังกฤษก็ยืนขึ้นเกื้อหนุน เลดี้เจน เกรย์ สาวน้อยวัย 15 ปีให้ขึ้นครองราชย์ แต่ว่าภายหลังจากการครองราชย์เพียงแค่ 9 วัน ก็กำเนิดรัฐประหารขึ้นโดยกรุ๊ปผู้ช่วยเหลือเจ้าฟ้าหญิงแมรี่ แน่ๆว่า เลดี้เจน เกรย์ ผู้ไม่รู้เดียงสาก็ถูกนำตัวมาประหารที่หอสังเกตการณ์ที่ลอนดอน ความเศร้าของหญิงสาวได้กลายเป็นเสียงกรีดอันโหยหวนดังกระหึ่มทั่วหอสังเกตการณ์จนถึงทุกวันนี้ มีคนเคยพบเจอ วิญญาณของพระนางวิ่งอย่างเร็วไปตามเชิงเทียนท่ามกลางแสงเดือน แล้วก็กรีดด้วยความห่วงใยต่อชีวิตอันแสนสั้นของตน

ตำนานตุ๊กตาผี ที่มีอยู่จริง