alianzis.com

alianzis.com

รีวิวหนัง Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อหนัง

หนัง Rampage หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นเสี่ยงภัย “”Rampage”” เป็นเรื่องราวของนักลิงวิทยา ดาวิส โอวัวเย (จอห์นสัน) ชายผู้หลบไกลห่างจากผู้คน เขามีความสัมพันธ์อันแน่นหนาที่ไม่มีทางคลอนแคลนกับจอร์จ กอริล่าข้างหลังเงินที่มีไหวพริบมากกว่ากอริลล่าทั่วๆไปที่เขาเป็นผู้ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่มันกำเนิด แม้กระนั้นแล้วยีนส์ที่ความเถื่อนในร่างมันได้มีการกลายพันธุ์ และก็แปลงกอริลล่าแสนนอบน้อมตัวนี้ให้แปลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อำมหิตตัวใหญ่ยักษ์ รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างเลวเพิ่มขึ้น เมื่อได้มีการศึกษาค้นพบว่า ตามที่เป็นจริงแล้วยังมีสัตว์อื่นอีกมายมายที่เกิดการกลายพันธุ์สิ่งเดียวกัน พวกมันแปลงเป็นนักล่าที่อยู่เหนือทุกขีวิตแล้วก็มุ่งหน้าเข้าสู่อเมริกาเหนือ ทำลายทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่กีดกั้นของพวกมัน กรุ๊ปของโอวัวเยรวมทั้งนักพันธุวิศวกรรมผู้ไม่น่าเชื่อถือจำต้องคุ้มครองแอนติโดส ต่อสู้กับปัญหาขวากหนามรวมทั้งปัญหาจำนวนมากที่มาเยี่ยมอย่างไม่ซ้ำ ไม่เพียงแค่เพื่อระงับวาระสุดท้ายของโลก แต่ทว่าเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่น ที่คราวหนึ่ง เคยเป็นเพื่อนของเขาเอง “”Rampage”” ยังประกอบไปด้วยดาราหนังผู้เข้าร่วมชิงออสการ์ ที่นาโอมิ แฮร์ริส, ผกาน เอเคอร์แมน, เจค เลซี่, โจ แมนเกนเนโล่, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ร่วมด้วย พีเจ เบิร์น, มาร์ลีย์ เชลตัน, บรีแอนน์ ฮิลล์, แจ็ค เควด, แมตต์ เจรัลด์ ควบคุมโดย เพย์ตันควบคุม จากบทโดยไรอัน แอนเกิล, คาร์ลตัน คิวส์, ไรอัน เจ. คอนดัล และก็ อดัม สิสติคีล เรื่องโดย ไรอัน แอนเกิล ปรับเปลี่ยนจาดวีดีโอเกม Rampage “”Rampage”” อำนวยการสร้างโดย โบ ฟลินน์, จอห์น ริคการ์ด, กางรด เพย์ตัน รวมทั้ง ไฮแรม การ์เซีย เป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งลำดับที่สามระหว่าง จอห์นสัน, เพย์ตัน แล้วก็ฟลินน์ ภายหลังจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องปัจจุบันอย่าง “”San Andreas”” กำกับการแสดงโดย กางรด เพย์ตัน


Based on the classic 1980s video game featuring apes and monsters destroying cities.

วิภาควิจารณ์ หนัง

ดีๆๆๆ

รีวิวหนัง ปิดป่าหลอน – Who

เรื่องย่อหนัง

หนัง Pit-Pa-Lorn หรือชื่อไทยว่า ปิดป่าหลอน ยิ่งห้ามเสมือนยิ่งยุยง เป็นภาษิตที่เกิดขึ้นในทุกๆสังคม โดยเฉพาะในกรุ๊ปนิสิตที่มีเลือดของความหุนหันพลันแล่นอันเปี่ยมล้น คนไหนเลยจะทราบดีว่าจุดเริ่มจากการท้าของรุ่นพี่ที่อยากวัดความเป็นผู้กล้าของรุ่นน้องในวันนั้น จะนำพามาซึ่งการสิ้นไปและก็ความสยองขวัญในวันต่อมา โจ เปี๊ยก อ๊อด ออย เอ จูน แป้งเครื่องหอม รวมทั้งกีต้าร์ สมัครเข้าป่าต้องห้ามตามคำท้าทายของกรุ๊ปรุ่นพี่ แต่ว่าเมื่อวันเดินทางมาถึงโจกลับยกเลิกการเดินทางเหตุเพราะแม่ไม่อนุญาต และก็มีเบิ้มผู้เป็นรุ่นพี่ที่เป็นเลิศในตัวตั้งตัวตีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งยังแปดชีวิตเดินทางโดยรถไฟเพื่อไปพบกับคนล่าสัตว์มากมายความสามารถและก็ผู้ช่วยนามว่าแซมที่สถานีรถไฟ ก่อนที่จะเดินทางมุ่งหน้าเพื่อไปสู่ป่านั้นทั้งยังสิบชีวิตได้ถ่ายรูปกลุ่มด้วยกันที่ทางรถไฟซึ่งสำหรับเพื่อการถ่ายรูปในคราวนี้ทุกคนเป็นผู้เลือกตำแหน่งการยืนด้วยตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่าการยืนเรียงลำดับเพื่อถ่ายรูปด้วยกันในคราวนี้ จะเป็นการถ่ายรูปด้วยกันเป็นครั้งแรกและก็คราวสุดท้าย และก็พวกเขาทั้งยังสิบได้ระบุแนวทางชีวิตของตนเอาไว้แล้ว เสียงฝีเท้าสิบคู่ดูถูกลงบนใบไม้สีน้ำตาลที่หลุดร่วงเกลื่อนกลาดพื้นดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของฝูงวิหกที่บินคล้อยเขยื้อนผ่านทิวก้อนเมฆสีเทาเพื่อกลับรัง ก้านไม้ใหญ่พลิ้วไหวเล้าโลมกับสายลมพัดเรื่อยๆในยามอาทิตย์อัสดงช่างงามแล้วก็มีมนต์ขลัง พาให้กรุ๊ปแขกเพลิดเพลินใจกระทั่งหลงๆลืมๆความอ่อนล้าจากการเดินทางไกลมาตลอดวัน แต่ภายใต้แนวป่ารกทึบอันอุดมไปด้วยแมกไม้สูงใหญ่นานาประเภทที่นี้ ยังมีบางอย่างเฝ้าดูรวมทั้งติดตามคุณไปทุกก้าวย่าง เงามืดที่กางปีกรอมอบประสบการณ์ขวัญผวาให้แก่แขกมิได้รับเชิญอย่างสม ความงดงาม ที่นิยามได้มากกว่าคำว่า อาถรรพณ์ Who ปิดป่าหลอน อย่าลองดี ถ้าเกิดคุณไม่เคยทราบมันดีพอเพียง !!!

วิภาควิจารณ์ หนัง

ห่วยมากมายกก ราวกับมองฉากเดิมๆบ่อยๆเป็น แบบ ห่วยแตกจิงไรจิง เป็นแบบ ตายหมดแล้วจบ งี้หรอ คนฆ่านี้เป็นแบบ กะไม่ให้มองเห็นฉากอื่นเลบหรอ เสียดายเงินจิงๆ

รีวิวหนัง Ferdinand – เฟอร์ดินานด์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Ferdinand หรือชื่อไทยว่า เฟอร์ดินานด์ ภาพยนตร์เรื่อง Ferdinand ถ่ายทอดเรื่องราวของวัวกระทิงยักษ์ที่มีใจชาญชัย ภายหลังจากถูกหลงผิดวาเป็นสัตว์อันตราย เขาโดนจับตัวไปแล้วก็จะต้องพลัดกับครอบครัว เขามานะหาทางกลับไปพบครอบครัว เขารวมกลุ่มกลุ่มสัตว์แปลกๆเพื่อออกเสี่ยงอันตราย เรื่องราวในรูปภาพยนตร์เกิดขึ้นที่ประเทศสเปน ภาพยนตร์เรื่อง Ferdinand เป็นบทพิสูจน์ว่าคุณไม่บางทีอาจวินิจฉัยวัวกระทิงข้างนอกของมันได้


หนัง Ferdinand หรือชื่อไทยว่า เฟอร์ดินานด์ After Ferdinand, a bull with a big heart, is mistaken for a dangerous beast, he is captured and torn from his home. Determined to return to his family, he rallies a misfit team on the ultimate adventure.

วิภาควิจารณ์ หนัง

ถูกใจกาตูนจ้ะเป็นสามารถเอาลูกเข้าโรงภาพยนต์ได้ด้วยจ้ะ

Little Women สี่สาวน้อยแห่งทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์

ผมเคยมอง “Little Women” เวอร์ชั่นปี 1994 ของผู้กำกับหญิง จิลเลียน อาร์มสตรอง ขอรับ นึกออกว่าในช่วงเวลานั้น วิโนนา ไรเดอร์ กำลังอยู่ในตอนพีคที่สุดในอาชีพดาราหนัง นางน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็มีเสน่ห์มากมายๆนอกเหนือจาก วิโนนา แล้ว หนังเรื่องนี้ก็ยังรวมดาราหนังที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง (ในช่วงเวลานั้น) มากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียน เบลล์, แคลร์ เดนส์, คริสเตน ดันสต์ ซึ่งแต่ละคนก็เปลี่ยนมาเป็นดาราหนังชั้นแนวหน้าในเวลาถัดมาทั้งหมดทั้งปวง ยังไม่รวมอีกสองดาราหนังรุ่นใหญ่อย่าง ซูซาน ซาแรนดอน กับ เกเบรียล เบิร์น ที่ร่วมแสดงด้วย ถ้าหากจะให้กล่าวรวมๆก็คือ “Little Women” ในเวอร์ชั่นดังกล่าวเป็นหนังที่ใช้พลังของ วิโนนา ไรเดอร์ ได้อย่างครบถ้วนเลยล่ะขอรับ ผมนึกออกลางๆว่าดูเหมือนจะเป็นหนังที่เล่าถึงใจความสำคัญเกี่ยวกับเฟมินิสต์แล้วก็การแสดงให้มองเห็นถึงหน้าที่ของเพศหญิงอะไรอย่างนั้น

 

ปรากฏว่าผมหลงผิดอย่างแรงเลยขอรับ เนื่องจากว่าเมื่อได้มองดูหนังใหม่อีกรอบในเวอร์ชั่นปี 2020 (หรืออีก 26 ปีที่ล่วงเลยไป) ซึ่งตอนนี้ได้ผลหน้าที่การงานควบคุมของ เกรต้า เกอร์วิก ผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่ กลายเป็นว่า “Little Women” นั้นกล่าวคนละเรื่องกับที่ผมนึกออกในช่วงเวลานั้นเลยขอรับ แต่ว่าประเด็นนั้นเอาไว้ก่อน ขอผมพูดถึง เกรต้า เกอร์วิก เสียหน่อยนึงก่อนเป็นเกอร์วิก นี่นับได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงมาที่มาแรงมากมายในช่วงเวลานี้เลยนะขอรับ นางสร้างชื่อจากหนังเรื่อง “Lady Bird” (2017) แล้วก็ก่อนหน้านั้นนางก็มีหน้าที่การแสดงที่น่าประทับใจมากมายๆในหนังของ ไมค์ มิลส์ เรื่อง “20th Century Women” (2016) เกอร์วิก ทำให้ผมระลึกถึงผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่ (เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา) ที่เก่งแล้วก็มีความ “อินดี้” อีกคนอย่าง มิแรนด้า จูลาย เลยขอรับ น่าจับตาดูเป็นอย่างยิ่งว่าในฐานะผู้กำกับ (แล้วก็/หรือ ดาราหนัง) เกอร์วิกจะโลดแล่นไปได้ไกลมากแค่ไหน

 

เอาละ ต่อไปนี้กลับมาที่ “Little Women” ของเกอร์วิก ซึ่งในช่วงเวลาที่เวอร์ชั่นของ จิลเลียน อาร์มสตรอง ออกฉายนั้นนางเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 11 ขวบแค่นั้นกันบ้าง อย่างที่บอกไปขอรับว่าผมหลงผิดอย่างแรงที่ในช่วงเวลานั้นดันไปมีความคิดว่าหนังเรื่องนี้มันกล่าวถึงเรื่องหน้าที่ของเพศหญิง สิทธิสตรีเพียงอย่างเดียว (ขอรับ ผมทึ่มเอง ทั้งๆที่ตัวนิยายต้นฉบับของ ลุยซ่า เมย์ อัลคอทท์ เขาก็มีให้อ่านผมก็ดันมิได้อ่านเสียอีก) เพราะว่าโดยความเป็นจริงแล้ว ภายหลังที่ดูจบผมก็เลยรู้เรื่องว่า “Little Women” มันเป็นหนัง coming-of-age ต่างหากขอรับ แถมดีเยี่ยมเสียด้วย

 

“Little Women” ที่เกอร์วิก ซึ่งพ่วงตำแหน่งเขียนบทภาพยนตร์ด้วยนั้นได้ฉายให้เห็นภาพการเปลี่ยนผ่านเติบโตจากเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ของสาวน้อยสี่คนที่เชื้อสาย มาร์ช ทั้งยัง เม็ก, โจ, เอมี แล้วก็ เบ็ธ สี่ญาติพี่น้องที่แต่ละคนมีความฝันอันแสนงดงามแตกต่างออกไป แต่ว่าความฝันพวกนั้นก็ราวกับน้ำค้างช่วงเวลาเช้าๆนั่นแหละขอรับ พอเพียงพบเรื่องจริงแล้วก็ข้อจำกัดต่างๆของชีวิตที่เปรียบได้กับแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาสายรุกรานแผดเผา น้ำค้างในนามของความฝันมันก็แห้งเหือดไปท้ายที่สุด… ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ล่ะขอรับ

 

การยินยอมรับความเป็นจริง ประจันหน้ากับความเจ็บ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของที่ล้ำค่าของตนเองเพื่อคนอื่นๆ พวกนี้เป็นสิ่งที่ชีวิตใจดำหยิบยื่นให้ ถึงแม้ไม่มีผู้ใดต้องการเจอะเจอแต่ว่าก็ยากที่จะเลี่ยงได้ขอรับ อีกทั้งสี่ญาติพี่น้องเองก็เลี่ยงมิได้เช่นเดียวกัน พวกนางประจันหน้า ประสานมือก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปร่วมกัน ผ่านทั้งรักทั้งชิงชัง ผิดหวัง แพ้ แต่ว่าทั้งผองก็ยังเป็นญาติพี่น้องที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปตลอดชีวิต เป็นความสัมพันธ์ที่ตัดไม่ตาย ขายไม่ขาด

 

นี่เป็นสิ่งที่ผมศึกษาและทำการค้นพบเพิ่มเติมอีกจากใจความสำคัญเรื่องเฟมินิสต์เมื่อ 26 ปีก่อนขอรับ

 

และคงจะเลี่ยงมิได้เช่นเดียวกันที่จะจำเป็นต้องกล่าวถึง เซอร์ชา โรแนน ในหน้าที่ของ โจ มาร์ช ซึ่งเป็นตัวละครผู้เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง ถ้าหาก วิโนนา ไรเดอร์ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของ “Little Women” เวอร์ชั่น อาร์มสตรอง ผมว่า การแสดงรวมทั้งเสน่ห์ของ เซอร์ชา โรแนน ในเวอร์ชั่นของ เกอร์วิก ก็ทำเป็นไม่แพ้กัน โรแนน ส่องประกาย โอบอุ้มหนังอีกทั้งเรื่องไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ดีไม่ดีบางครั้งก็อาจจะดีมากกว่า เวอร์ชั่นของ วิโนนา ไรเดอร์ ถ้าหากดูในด้านของเคมีที่นางมีกับผู้แสดงล้อมรอบอย่าง เอ็มมา วัตสัน, ฟลอเรนซ์ พิวก์, ทิโมธี ชาลาเม่ต์, ลอร่า เดิร์น หรือแม้กระทั้ง หลุยส์ การ์เรล ซึ่งมีบทน้อยมาก แต่ว่าเป็นดารานำชายของเรื่องอย่างยิ่งจริงๆ นึกออกว่า ดารานำชายในปี 1994เป็นกาเบรียล เบิร์น แม้ว่าจะเป็นดาราหนังที่มีเสน่ห์มากมายแต่ว่าเมื่อมาเกาะติดกับ วิโนนา ไรเดอร์ แล้วผมรู้สึกราวกับคุณอาเคลมเด็กผู้หญิงยังไงพิลึกน่ะขอรับ

 

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็จำเป็นต้องชูให้เป็นเครดิตของ เกรต้า เกอร์วิก ขอรับที่ประสมประสานเคมีของดาราหนังแต่ละคน ให้กลมกล่อมละมุนละไม ดูแล้วน่าเชื่อ มั่นใจว่าในความเกี่ยวข้องของญาติพี่น้อง มันไม่เคยมีสักหนึ่งครั้งที่คนไหนจะเป็นผู้ร้ายหรือเป็นคนดีไปเสียหมด มั่นใจว่าในความเกี่ยวข้องระหว่างเพื่อนพ้องมันไม่มีเส้นแบ่งไหนที่ชัดแจ้งมากพอที่จะทำให้คนมีใจให้กันไม่คิดทดลองก้าวผ่านไป มั่นใจว่าในหน้าที่ทางด้านสังคมมันไม่สมควรมีคนไหนมาสรุปได้ว่าคุณประโยชน์ของเพศหญิงเป็นอย่างไร และไม่ควรเป็นอย่างมากที่ผู้ที่จะกำหนดคุณประโยชน์นั้นเป็นเพศชาย

 

“Little Women” เป็นหนังที่ดีกลมกล่อมละมุนละไมมากเรื่องหนึ่งขอรับ ชี้แนะให้ไปดูกันนะขอรับ

 

© 2020 alianzis.com

Theme by Anders NorenUp ↑